“ยศชนัน” เปิด NRCT Forum 2026 ฉลอง วช. 67 ปี ดันวิจัยไทยสร้างเทคโนโลยีของตัวเอง
“ยศชนัน” เปิด NRCT Forum 2026 ฉลอง วช. ครบรอบ 67 ปี ชู 3 เสาหลักนวัตกรรมไทย มุ่งพึ่งพาเทคโนโลยีและเติบโตอย่างยั่งยืน

กรุงเทพฯ – 26 ตุลาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน “NRCT Forum 2026” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ครบรอบ 67 ปี พร้อมแสดงวิสัยทัศน์การใช้การวิจัยและนวัตกรรมเป็นพลังขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย มุ่งสร้างองค์ความรู้ใหม่ พัฒนาเทคโนโลยีสำคัญ ลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ และต่อยอดศักยภาพของประเทศสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างยั่งยืน
ภายในงาน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “วิจัยและนวัตกรรมสู่พลังขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย: Research & Innovation for Shaping Thailand’s Future” พร้อมมอบรางวัลการประกวดคำขวัญและตราสัญลักษณ์ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 67 ปี รวมถึงรางวัล NRCT Award เพื่อยกย่องและเชิดชูผลงานด้านการวิจัยและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ
ยศชนันชูบูรณาการทุกศาสตร์ ใช้ AI สร้างองค์ความรู้ใหม่และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า การขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นประเทศที่สามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้แก่โลก จำเป็นต้องบูรณาการความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ ทั้งวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ ศิลปะ และดนตรี โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องมือสนับสนุนการค้นพบและการสร้างนวัตกรรม
แนวทางสำคัญคือการเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาทำงานร่วมกัน เพื่อแก้ไขโจทย์สำคัญของประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงองค์ความรู้ ตลอดจนเร่งพัฒนางานวิจัยและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
สำหรับเทคโนโลยีสำคัญที่ประเทศไทยควรเร่งพัฒนา ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควอนตัมคอมพิวติง เซมิคอนดักเตอร์ และระบบประมวลผลสมรรถนะสูง โดยต้องส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักวิจัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายนานาชาติ พร้อมปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการวิจัย การพัฒนา และการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่การใช้ประโยชน์จริง
เปิด 3 เสาหลักเศรษฐกิจนวัตกรรม “สยามซิลิกา–สยามเมดิกา–สยามเทอร์รา”
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยควรต่อยอดจุดแข็งที่มีอยู่ เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่
สยามซิลิกา (Siam Silica) มุ่งเน้นด้านเซมิคอนดักเตอร์
สยามเมดิกา (Siam Medica) มุ่งเน้นด้านนวัตกรรมสุขภาพ
สยามเทอร์รา (Siam Terra) มุ่งเน้นด้านทรัพยากรธรรมชาติ อาหาร และความหลากหลายทางชีวภาพ
การผลักดันทั้ง 3 เสาหลักต้องเชื่อมโยงงานวิจัยกับการใช้งานจริง ผ่านแนวคิดห้องปฏิบัติการมีชีวิต (Living Lab) และสร้างความร่วมมือเพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม แนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มมูลค่าทรัพยากรของประเทศ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และวางรากฐานการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
กระทรวง อว. หนุน วช. พัฒนาระบบนิเวศวิจัย รับมือความท้าทายประเทศ
ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 67 ปีที่ผ่านมา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้ใหม่ ไปจนถึงการผลักดันงานวิจัยเพื่อแก้ไขโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ความท้าทายสำคัญที่ต้องอาศัยองค์ความรู้และงานวิจัยเข้ามาช่วยแก้ไข ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และสังคมสูงวัย โดย วช. ยังมีบทบาทในการส่งเสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายวิจัย และผลักดันผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มุ่งหวังให้ วช. เดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศการวิจัยที่เข้มแข็ง ส่งเสริมศักยภาพนักวิจัยไทย และขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
วิภารัตน์ย้ำภารกิจ วช. ต่อยอดองค์ความรู้ เชิดชูผลงานวิจัย สร้างประโยชน์ต่อประชาชน
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. มุ่งมั่นขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ภายใต้แนวคิด “67 ปี วช. ต่อยอดองค์ความรู้ เชิดชูผลงานวิจัย ขับเคลื่อนอนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม”
การดำเนินงานมุ่งบูรณาการองค์ความรู้ไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ส่งเสริมศักยภาพนักวิจัย และผลักดันผลงานวิจัยให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเสริมสร้างระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศให้เข้มแข็งและยั่งยืน
มอบรางวัล NRCT Award พร้อมเชิญประชาชนร่วมงาน วช. ครบรอบ 67 ปี ถึง 29 ตุลาคม 2569
นอกจากการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านการวิจัยและนวัตกรรมแล้ว ภายในงาน NRCT Forum 2026 ยังมีพิธีมอบรางวัลสำคัญ เนื่องในโอกาสสำนักงานการวิจัยแห่งชาติครบรอบ 67 ปี ได้แก่ รางวัลชนะเลิศการประกวดคำขวัญและตราสัญลักษณ์ และรางวัลผลงานวิจัยและนวัตกรรมตอบโจทย์ประเทศ NRCT Award เพื่อเชิดชูเกียรตินักวิจัยที่สร้างสรรค์ผลงานอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ
ในโอกาสนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติขอเชิญชวนผู้สนใจและประชาชนทั่วไป ร่วมสนับสนุนผลงานวิจัยและนวัตกรรมของคนไทยในงาน วช. ครบรอบ 67 ปี ภายใต้แนวคิด “67 ปี วช. ต่อยอดองค์ความรู้ เชิดชูผลงานนักวิจัย ขับเคลื่อนอนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ซึ่งจัดให้มีตลาด ชิม ช้อป งานวิจัย ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงผลงานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างอนาคตประเทศไทยอย่างยั่งยืน
งาน NRCT Forum 2026 จัดขึ้น ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อาคาร วช. 1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดยมีผู้บริหารจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้บริหาร วช. นักวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิ และภาคีเครือข่ายด้านการวิจัยเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
