พม. รับ 8 ข้อเสนอ “สมัชชาครอบครัวระดับชาติ 69” เดินหน้าผลักดันสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
พม. มอบโล่ประกาศเกียรติคุณองค์กรที่สนับสนุนการขับเคลื่อนสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว และรับข้อเสนอสมัชชาครอบครัวระดับชาติ 2569 พร้อมผลักดันสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รับ 8 ข้อเสนอเชิงนโยบายจากการประชุมสมัชชาครอบครัวระดับชาติ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “สานพลังสร้างสุขในครอบครัว” มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว เสริมความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจ ดูแลเด็กและผู้สูงอายุ สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ ตลอดจนรับมือภัยจากเทคโนโลยีและไซเบอร์ พร้อมผลักดันข้อเสนอไปสู่การดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม
วันนี้ (2 กันยายน 2569) เวลา 10.00 น. นายเอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่องค์กรที่สนับสนุนการขับเคลื่อนสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว จำนวน 30 องค์กร พร้อมรับข้อเสนอเชิงนโยบาย และเป็นประธานปิดการประชุมสมัชชาครอบครัวระดับชาติ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “สานพลังสร้างสุขในครอบครัว”
การประชุมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม - 2 กันยายน 2569 ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพมหานคร โดยมี นางจตุพร โรจนพาณิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยากร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ผู้แทนจากทุกจังหวัด ผู้เข้าร่วมประชุม และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน
พม. เปิดพื้นที่ระดมความคิดเห็น พัฒนานโยบายครอบครัว
นายเอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า การจัดประชุมสมัชชาครอบครัวระดับชาติ สืบเนื่องจากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมและประสานงานสถาบันครอบครัวแห่งชาติ พ.ศ. 2551 ซึ่งกำหนดให้มีการประชุมสมัชชาครอบครัวระดับจังหวัดและสมัชชาครอบครัวระดับชาติ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ครอบครัวแห่งชาติ (กยศ.) และคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาครอบครัว (กสค.) กำหนด
สำหรับปี พ.ศ. 2569 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ได้จัดการประชุมสมัชชาครอบครัวระดับชาติ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “สานพลังสร้างสุขในครอบครัว” เพื่อเปิดพื้นที่สาธารณะทางสังคมให้ผู้แทนครอบครัว ผู้แทนภาคประชาชน และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้มีส่วนร่วมในการระดมความคิดเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย มาตรการ และแนวทางการดำเนินงานด้านครอบครัว
เป้าหมายสำคัญคือการสร้าง สภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว เสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว และสนับสนุนการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ให้สามารถนำไปสู่การดำเนินงานที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
การประชุมครั้งนี้มีประเด็นย่อยที่สำคัญ 4 ประเด็น ได้แก่
“สานพลังสร้างสุขในครอบครัว”
“สร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว”
“เสริมสร้างพลังเศรษฐกิจครอบครัว”
“Cyber Safe Family ครอบครัวปลอดภัยจากภัยไซเบอร์”
เปิด 8 ข้อเสนอเชิงนโยบายจากสมัชชาครอบครัวระดับชาติ 2569
นายเอนกชัย เรืองรัตนากร กล่าวว่า แนวคิด “สานพลังสร้างสุขในครอบครัว” เป็นการมองครอบครัวในภาพรวมแบบองค์รวม ไม่แยกส่วนการทำงาน โดยครอบคลุมตั้งแต่การส่งเสริมให้สถาบันครอบครัวมีความเข้มแข็ง การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อครอบครัว การเพิ่มศักยภาพและความสามารถด้านเศรษฐกิจของครอบครัว ไปจนถึงการเสริมสร้างภูมิต้านทานทางสังคมให้ครอบครัวสามารถรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะภัยจากเทคโนโลยีและโลกไซเบอร์
จากการประชุมสมัชชาครอบครัวระดับชาติ ประจำปี 2569 จึงเกิดข้อเสนอเชิงนโยบายด้านครอบครัว จำนวน 8 ข้อ ได้แก่
1. แนวนโยบายในภาพรวม
กำหนดขอบเขตสำคัญในการใช้วิธีอุดหนุนแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้การสนับสนุนสามารถตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัวแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม
2. ยกระดับรายได้ ลดรายจ่าย และพัฒนาทุนทางเศรษฐกิจของครอบครัว
มุ่งขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจครอบครัว เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ ลดภาระค่าใช้จ่าย และเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่ครอบครัว
3. ส่งเสริมบทบาทพ่อแม่ในการดูแลบุตร และลดความยากจนเชิงเวลาในครอบครัว
มุ่งขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อสร้าง “เวลาคุณภาพ” ระหว่างสมาชิกในครอบครัว และยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน
4. ยกระดับคุณภาพการดูแลผู้สูงอายุและระบบนิเวศบริบาล
มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตและการคุ้มครองผู้สูงอายุ พร้อมสนับสนุนระบบนิเวศการดูแลและบริบาลที่เหมาะสมกับบริบทของครอบครัวและสังคม
5. สร้างนิเวศสื่อปลอดภัยสำหรับครอบครัว
มุ่งแก้ไขและรับมือกับภัยจากเทคโนโลยีและสื่อ พร้อมส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและสื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาครอบครัว
6. สร้างภูมิคุ้มกันทางใจในครอบครัวเมื่อเผชิญวิกฤต
มุ่งส่งเสริมความเข้มแข็งของครอบครัวและสุขภาวะทางอารมณ์ เพื่อให้สมาชิกครอบครัวมีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์วิกฤตและความเปลี่ยนแปลงทางสังคม
7. ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ถูกต้องแก่ทุกคนในครอบครัว
ส่งเสริมความประพฤติเชิงคุณธรรม และสร้างค่านิยมที่สอดรับกับบริบทของสังคมปัจจุบัน เพื่อเป็นพื้นฐานในการอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์
8. พัฒนาระบบนิเวศนโยบายและการดำเนินงานด้านครอบครัว
มุ่งยกระดับโครงสร้างเชิงนโยบายและระบบการดำเนินงานด้านครอบครัว เพื่อสร้างประโยชน์ต่อการทำงานในระยะยาวและให้การขับเคลื่อนนโยบายมีความต่อเนื่อง
พม. พร้อมผลักดันข้อเสนอครอบครัวสู่การปฏิบัติจริง
นายเอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวต่อว่า ขอแสดงความยินดีกับองค์กรที่สนับสนุนการขับเคลื่อนสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว จำนวน 30 หน่วยงาน ที่ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณในครั้งนี้ พร้อมขอบคุณผู้เข้าร่วมการประชุมทุกคนที่เสียสละเวลาและนำความรู้ ประสบการณ์ และข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์มาร่วมกันพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายด้านครอบครัว
ทั้งนี้ ในฐานะตัวแทนของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรรมการใน คณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ครอบครัวแห่งชาติ นายเอนกชัยได้ประกาศรับข้อเสนอจากการประชุมสมัชชาครอบครัวระดับชาติ ประจำปี 2569 เพื่อนำไปพิจารณาและผลักดันต่อในระดับนโยบายและการปฏิบัติ
“นายเอนกชัย” ย้ำถึงความหวังว่าข้อเสนอทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จะได้รับการผลักดันทั้งในเชิงนโยบายและการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสนับสนุนให้ครอบครัวไทยมีความมั่นคงในชีวิต ได้รับสวัสดิการที่เหมาะสม มีความเข้มแข็ง สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน
การประชุม สมัชชาครอบครัวระดับชาติ ประจำปี 2569 จึงถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้ครอบครัว ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน ร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาครอบครัวไทย โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของครอบครัว เพิ่มความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมสุขภาวะและความสัมพันธ์ในครอบครัว รวมถึงสร้างความปลอดภัยในโลกดิจิทัล เพื่อให้แนวคิด “สานพลังสร้างสุขในครอบครัว” สามารถต่อยอดไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม
