กองทุน DE หนุน ThaID ยกระดับบริการภาครัฐ สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยด้วยการยืนยันตัวตนดิจิทัล
กองทุน DE เดินหน้าดิจิทัลภาครัฐ หนุน ThaID เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยให้ประชาชน
กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กองทุน DE เดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยมี “ThaID” ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับบริการภาครัฐ ให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมดิจิทัลทำให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการเข้าถึงบริการภาครัฐที่ต้องตอบโจทย์ทั้งด้านความสะดวก ความรวดเร็ว และความปลอดภัย การพัฒนาระบบบริการดิจิทัลจึงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศ และช่วยให้ประชาชนสามารถทำธุรกรรมกับภาครัฐได้ง่ายขึ้น
![]() |
| ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) |
กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กองทุน DE เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยมุ่งผลักดันให้เกิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนในวงกว้าง
ThaID ระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลของกรมการปกครอง
หนึ่งในตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ยกระดับบริการภาครัฐ คือ ThaID ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนผ่านโทรศัพท์มือถือ และนำไปใช้เข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้สะดวกมากขึ้น
สำหรับการพัฒนา ThaID กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กองทุน DE มีบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณ โดยมุ่งเน้นการสร้างประโยชน์สาธารณะและไม่แสวงหากำไร
ระบบ ThaID สามารถรองรับการลงทะเบียนได้ไม่น้อยกว่า 60 ล้านราย และเป็นอีกหนึ่งมิติสำคัญของการทำธุรกรรมในยุคดิจิทัล ทั้งในส่วนของบริการภาครัฐและภาคเอกชน โดยระบบสามารถรองรับการทำธุรกรรมด้านทะเบียนได้ไม่น้อยกว่า 10 ล้านรายต่อวัน ตามข้อมูลของโครงการ
การมีระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลผ่านโทรศัพท์มือถือ ช่วยลดข้อจำกัดในการติดต่อราชการ และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาบริการภาครัฐให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตของประชาชนในยุคดิจิทัล
ลดเอกสาร เชื่อมโยงบริการรัฐและเอกชน
ปัจจุบัน แอปพลิเคชัน ThaID มีส่วนช่วยลดการใช้เอกสารและลดขั้นตอนในการติดต่อราชการ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมโยงบริการระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ลดความซ้ำซ้อนของกระบวนการทำงาน และเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถนำระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลไปต่อยอดเพื่อพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ประชาชนได้มากขึ้น
การพัฒนาระบบดังกล่าวจึงไม่ได้มุ่งเพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้แทนกระบวนการเดิม แต่ยังเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการยืนยันตัวตนที่สนับสนุนการให้บริการประชาชนในโลกดิจิทัล โดยให้ความสำคัญกับความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยในการเข้าถึงบริการ
ดร.เวทางค์ ชี้ ThaID สะท้อนพลังความร่วมมือขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัล
ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) กล่าวว่า ความสำเร็จของ ThaID ไม่ได้สะท้อนเพียงการพัฒนาแอปพลิเคชันเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงพลังความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและกลไกสนับสนุนอย่าง กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กองทุน DE Fund ที่ร่วมกันผลักดันนวัตกรรมดิจิทัลให้เกิดขึ้นจริง
ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ กล่าวด้วยว่า การสนับสนุนดังกล่าวมีเป้าหมายในการสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนและประเทศอย่างยั่งยืน โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้กับบริการภาครัฐ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับประเทศไทยสู่สังคมดิจิทัล
ทั้งนี้ การพัฒนา ThaID ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สะท้อนแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อผลักดันเทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
การยกระดับบริการภาครัฐด้วยระบบดิจิทัลจึงเป็นมากกว่าการลดขั้นตอนหรือการลดการใช้เอกสาร แต่เป็นการสร้างระบบบริการที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น พร้อมสนับสนุนการเชื่อมโยงบริการของหน่วยงานต่าง ๆ และวางรากฐานสำคัญต่อการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทยในระยะยาว




