ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน สป.อว. จับมือ สซ. เชื่อมอุทยานวิทยาศาสตร์ 4 ภูมิภาค
สป.อว. ผนึก สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เปิดทางธุรกิจไทยใช้ “เครื่องกำเนิดแสงสยาม” ผ่านอุทยานวิทยาศาสตร์ 4 ภูมิภาค ครอบคลุม 44 แห่งทั่วประเทศ

สำนักงานปลัดกระทรวง อว. จับมือสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน สนับสนุนผู้ประกอบการไทยเข้าถึงเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน เครื่องมือวิเคราะห์ทดสอบขั้นสูง และผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ ผ่านเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค 4 ภูมิภาค ครอบคลุม 44 แห่งทั่วประเทศ มุ่งแก้ปัญหากระบวนการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม เพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย ภายใต้บันทึกความเข้าใจความร่วมมือระยะเวลา 5 ปี
กรุงเทพมหานคร – วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นายนิคม ปัญญาทวีกิจไพศาล ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และแผนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) เปิดเผยว่า สป.อว. ร่วมกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) หรือ สซ. เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือเพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ระดับชาติ ผ่านเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค 4 ภูมิภาค ครอบคลุม 44 แห่งทั่วประเทศ
ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) แก้ไขปัญหาในกระบวนการผลิต และต่อยอดผลงานวิจัยสู่นวัตกรรมและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยดำเนินการภายใต้บันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ระยะเวลา 5 ปี เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญของ สซ. เข้ากับเครือข่ายสนับสนุนผู้ประกอบการของ สป.อว.
กลไกสำคัญคืออุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางรับโจทย์จากภาคธุรกิจ วิเคราะห์ความต้องการ และประสานผู้ประกอบการให้เข้าถึงบริการวิจัย เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด
นายนิคมกล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ต้องการให้ผู้ประกอบการในทุกภูมิภาคเข้าถึงเทคโนโลยีและบริการวิจัยขั้นสูงได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยใช้อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคเป็นกลไกเชื่อมโยงโจทย์ของภาคธุรกิจกับนักวิจัยและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ผู้ประกอบการนำองค์ความรู้ไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนเปิดบริการ Total Solution ใช้ “เครื่องกำเนิดแสงสยาม” แก้โจทย์อุตสาหกรรม
ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า สซ. พร้อมนำศักยภาพของ “เครื่องกำเนิดแสงสยาม” ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ขั้นสูงของประเทศ รวมถึงเครื่องมือวิเคราะห์และทดสอบที่ทันสมัย ตลอดจนความเชี่ยวชาญของบุคลากร มาให้บริการแก่ภาคอุตสาหกรรมผ่านบริการวิจัยแบบครบวงจร (Total Solution) และบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One-Stop Service)
บริการดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์โครงสร้างและองค์ประกอบของวัสดุในระดับโมเลกุลด้วยเทคนิคแสงซินโครตรอน การวิเคราะห์และทดสอบด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์ การสนับสนุนด้านเทคนิคและวิศวกรรม ไปจนถึงการให้คำปรึกษาโดยนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อค้นหาสาเหตุของปัญหา ปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ พัฒนากระบวนการผลิต และสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
รองศาสตราจารย์ ดร.สาโรช กล่าวว่า เทคโนโลยีแสงซินโครตรอนไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับงานวิจัยขั้นสูงเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาใช้แก้ไขปัญหาให้ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงทั้งเครื่องมือและผู้เชี่ยวชาญของ สซ. ผ่านเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ทำให้สามารถนำวิทยาศาสตร์เข้าไปช่วยวิเคราะห์ปัญหา พัฒนาผลิตภัณฑ์ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคธุรกิจได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น
เปิดโอกาส 10 กลุ่มอุตสาหกรรมและสตาร์ทอัปเข้าถึงเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน
ความร่วมมือระหว่าง สป.อว. และ สซ. เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมหลากหลายสาขาเข้าถึงบริการวิจัยและเทคโนโลยีขั้นสูง ได้แก่
อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร
อุตสาหกรรมการแพทย์ ยา และเครื่องสำอาง
อุตสาหกรรมยางและพอลิเมอร์
อุตสาหกรรมปิโตรเลียมและเคมีภัณฑ์
อุตสาหกรรมยานยนต์
อุตสาหกรรมโลหะและเซรามิก
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนจุลภาค
อุตสาหกรรมสิ่งทอ
อุตสาหกรรมอัญมณี
ธุรกิจนวัตกรรมและสตาร์ทอัปเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep-tech Startups)
นอกจากการให้บริการวิจัยและวิเคราะห์ทดสอบแล้ว ทั้งสองหน่วยงานยังมุ่งส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรผ่านกิจกรรมฝึกอบรม การสัมมนา และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงให้แก่ผู้ประกอบการและบุคลากรในเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค รองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต
นายนิคมกล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือระหว่าง สป.อว. และ สซ. เป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ระดับชาติเข้ากับความต้องการของผู้ประกอบการในพื้นที่ ช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง และสร้างโอกาสให้ธุรกิจไทยนำงานวิจัยและนวัตกรรมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่ม และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนและบริการวิจัยขั้นสูงผ่านเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค เพื่อเปลี่ยนโจทย์และความท้าทายของภาคอุตสาหกรรมให้เป็นโอกาสในการพัฒนานวัตกรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช่องทางติดต่ออุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคและสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน
ผู้ประกอบการ ธุรกิจนวัตกรรม และสตาร์ทอัปที่สนใจขอรับคำปรึกษาและประสานการใช้บริการ สามารถติดต่อเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคใกล้บ้านได้ดังนี้
อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ โทรศัพท์ 055-267000 ต่อ 8733 และ 8734
อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 โทรศัพท์ 0-4304-8048
อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 โทรศัพท์ 044-223600
อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ โทรศัพท์ 0-7485-9500 และ 0-7485-9502
หรือสอบถามได้ที่ ส่วนบริการอุตสาหกรรมและสังคม ฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 044-217-040 ต่อ 1607–1608 และ 1610–1611





