งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

ตำรวจภูธรภาค 1 จับผู้ต้องหา 4 ราย เครือข่ายขายแก๊สหัวเราะให้นักศึกษาย่านรังสิต ยึดของกลาง 607 ถัง เงินสด 7.7 แสนบาท ทองคำแท่ง 20 บาท

ตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ข้อหาร่วมกันขายแก๊สไนตรัสออกไซด์​ (Nitrous Oxide) หรือ​ แก๊สหัวเราะ ให้กับนักศึกษาในย่านรังสิต พร้อมของกลาง แก๊สหัวเราะ 607 ถัง เงินสด 770,000 บาท ทองคำแท่ง 20 บาท มูลค่ารวม 3,500,000 บาท และ อายัดเงินในบัญชีมูลค่า 500,000 บาท

ตำรวจภูธรภาค 1

     ตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย หลังสืบสวนขยายผลเครือข่ายจำหน่ายแก๊สไนตรัสออกไซด์ (Nitrous Oxide) หรือ “แก๊สหัวเราะ” ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีพฤติการณ์จำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วไปและกลุ่มนักศึกษาในพื้นที่ย่านรังสิต จังหวัดปทุมธานี พร้อมตรวจยึดของกลางแก๊สหัวเราะ 607 ถัง หัวระบายแก๊สประมาณ 500 ชิ้น ลูกโป่งประมาณ 2,000 ลูก เงินสด 770,000 บาท ทองคำแท่ง 2 แท่ง น้ำหนักรวม 20 บาท และอายัดเงินในบัญชีอีก 500,000 บาท

     การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 1 ดำเนินการขยายผลจากข้อมูลที่ได้รับจากธนาคารออมสิน สาขาฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ก่อนติดตามเส้นทางการรับส่งสินค้าไปยังบ้านพักในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี และโกดังบนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพมหานคร จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธรภาค 1 สั่งการชุดสืบสวนขยายผลจับกุม

     การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจโท นราเดช ทิพย์รักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, พลตำรวจตรี พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, พลตำรวจตรี สถาพร เอมโอษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, พลตำรวจตรี วิชิต บุญชินวุฒิกุล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, พลตำรวจตรี กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, พลตำรวจตรี ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1, พันตำรวจเอก พีรศักดิ์ รอดบน รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1, พันตำรวจเอก วิศิษฏ์ มะอักษร รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 และพันตำรวจเอก วิทิต จันทร์เอี่ยม รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1

     ชุดปฏิบัติการนำโดย พันตำรวจเอก นัฎฐพงษ์ ศรีเพ็ญประภา ผู้กำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1, พันตำรวจเอก นภธร วาชัยยุง ผู้กำกับการวิเคราะห์ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1, พันตำรวจโท ปรัชญ์ อุปริกชาติพงษ์ รองผู้กำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1, พันตำรวจโท ดนัยพร หาญกร รองผู้กำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1, พันตำรวจโท ณัฐพงศ์ หอมดี, พันตำรวจตรี วรภัทร แก้วดวงเทียน สารวัตรกองกำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1, ร้อยตำรวจเอก ภัทรคุณ แสงทอง รองสารวัตรกองกำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 และร้อยตำรวจเอก กฤตย์ ปะลาวัน รองสารวัตรกองกำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1, ร้อยตำรวจเอก ธนินท์ เสืออินทร์ รองสารวัตรกองกำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกองกำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1

จับผู้ต้องหา 4 ราย ข้อหาร่วมกันขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต

     เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 ราย ประกอบด้วย

  1. นายณภัทรฯ อายุ 19 ปี มีที่อยู่ในอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี

  2. นายวิทวัสฯ อายุ 33 ปี มีที่อยู่ในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

  3. นายอาคมฯ อายุ 20 ปี มีที่อยู่ในอำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์

  4. นายณัฐพงษ์ฯ อายุ 31 ปี มีที่อยู่ในเขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร

     ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายถูกแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันขายยาแผนปัจจุบัน (แก๊สไนตรัสออกไซด์ หรือ Nitrous Oxide) หรือแก๊สหัวเราะ โดยไม่ได้รับอนุญาต” อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 4 (4) มาตรา 12 ประกอบมาตรา 101 และมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

     ตามข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ระบุ ความผิดดังกล่าวมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท

ธนาคารออมสินประสานตำรวจ หลังพบการเบิกเงินผิดปกติ 600,000 บาท

     สำหรับพฤติการณ์การจับกุม เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 1 ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน สาขาฟิวเจอร์พาร์ครังสิต แจ้งว่าพบการเบิกเงินในลักษณะผิดปกติจากบัญชีของนายณภัทรฯ ผู้ต้องหาที่ 1 อายุ 19 ปี เป็นจำนวน 600,000 บาท โดยผู้เบิกอ้างว่าเป็นการซื้อขายอาวุธปืน

     เมื่อเจ้าหน้าที่ธนาคารสอบถามถึงที่มาของเงิน นายณภัทรฯ ให้ข้อมูลว่า เงินดังกล่าวมาจากการจำหน่ายแก๊สหัวเราะ และตนได้รับมอบหมายให้นำเงินที่เบิกออกไปส่งให้เจ้าของสินค้า นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบข้อมูลการติดต่อซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์

     จากการสอบสวนเบื้องต้น นายณภัทรฯ ให้ข้อมูลว่าได้รับมอบหมายจากบุคคลที่ระบุชื่อว่า “น.ส.มิ้นฯ” ให้ทำหน้าที่เป็นแอดมินเพจจำหน่ายแก๊สหัวเราะ รวมถึงเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่ใช้รับเงินค่าจำหน่ายสินค้าจากลูกค้าทั่วไปผ่านช่องทางออนไลน์ อีกทั้งยังทำหน้าที่ประสานงานการรับและส่งแก๊สหัวเราะจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปเก็บไว้ตามโกดังหรือบ้านพักในจังหวัดปทุมธานี

ขยายผลจากบ้านพักคลองหลวงไปยังโกดังย่านสาทร

     เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า นายวิทวัสฯ ผู้ต้องหาที่ 2 อายุ 33 ปี ทำหน้าที่รับสินค้าและเป็นเจ้าของบ้านพักที่ใช้รับแก๊สหัวเราะ เมื่อเจ้าหน้าที่พบข้อความสนทนาที่เกี่ยวข้องกับการสั่งการจากบุคคลที่ระบุชื่อว่า “น.ส.มิ้นฯ” และการนัดหมายส่งสินค้าให้กับนายณภัทรฯ จึงวางแผนสั่งสินค้าแก๊สหัวเราะให้มาส่งบริเวณบ้านของนายวิทวัสฯ

     เมื่อสินค้ามาถึง นายวิทวัสฯ ได้ออกมารับสินค้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมสอบถามถึงแหล่งที่มาของสินค้า โดยนายวิทวัสฯ และผู้ทำการขนส่งสินค้าเอกชนให้ข้อมูลว่า สินค้าถูกนำมาจากโกดังแห่งหนึ่งบนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพมหานคร

     เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขยายผลติดตามไปยังโกดังดังกล่าว และพบผู้ต้องหาที่ 3 คือ นายอาคมฯ อายุ 20 ปี และผู้ต้องหาที่ 4 คือ นายณัฐพงษ์ฯ อายุ 31 ปี ซึ่งตามข้อมูลการสืบสวนทำหน้าที่ควบคุมดูแลอาคารดังกล่าว

     นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบว่ากล่องบรรจุแก๊สหัวเราะที่อยู่ภายในโกดังมีลักษณะและสีเดียวกันกับกล่องสินค้าที่ตรวจยึดได้ในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง เมื่อสอบถามนายณัฐพงษ์ฯ เจ้าตัวให้การยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เคยเป็นผู้ยกแก๊สหัวเราะขึ้นรถขนส่งเอกชน เพื่อนำไปส่งในพื้นที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีจริง

ตรวจยึดแก๊สหัวเราะ 607 ถัง เงินสด ทองคำแท่ง และอายัดเงินในบัญชี

     จากการขยายผล เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดี ประกอบด้วย

  • แก๊สไนตรัสออกไซด์ หรือแก๊สหัวเราะ จำนวน 607 ถัง

  • หัวระบายแก๊ส ประมาณ 500 ชิ้น

  • ลูกโป่ง ประมาณ 2,000 ลูก

  • เงินสด จำนวน 770,000 บาท

  • ทองคำแท่ง จำนวน 2 แท่ง น้ำหนักแท่งละ 10 บาท รวม 20 บาท

  • เงินในบัญชีธนาคารที่เจ้าหน้าที่อายัด จำนวน 500,000 บาท

     ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย พร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

     ทั้งนี้ การจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ถือเป็นการตัดสินว่าผู้ต้องหากระทำความผิด ผู้ต้องหาทุกคนยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดของศาล