งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

วช. ผนึก สคส. วางแนวทางคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในงานวิจัย เตรียมอบรมหัวหน้าโครงการก่อนใช้เป็นเงื่อนไขขอทุนปี 2571

วช. จับมือ สคส. ยกระดับ PDPA ในงานวิจัย ครอบคลุมตั้งแต่ขอทุน เก็บข้อมูล จนถึงเผยแพร่ผลงาน

คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในงานวิจัย

     สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ขับเคลื่อนแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในงานวิจัย เพื่อส่งเสริมให้นักวิจัยใช้ข้อมูลอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูล โดยเตรียมพัฒนาหลักเกณฑ์และจัดอบรมให้ความรู้แก่นักวิจัยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ก่อนกำหนดให้หัวหน้าโครงการวิจัยผ่านการอบรมเป็นเงื่อนไขการขอรับทุนตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 พร้อมส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนการจัดการข้อมูลและการเผยแพร่ผลงานวิจัยอย่างรับผิดชอบ

     เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) จัดกิจกรรม “NRCT × PDPC แถลงแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในงานวิจัย จากความร่วมมือสู่แนวทางปฏิบัติสำหรับงานวิจัย” เพื่อแถลงแนวทางและประกาศเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกระบวนการวิจัย ณ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ อาคาร วช.8 และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

     ภายในงานมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และพันตำรวจเอก สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ร่วมแถลงแนวทางความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนให้นักวิจัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไปปรับใช้ได้จริง ตั้งแต่การขอรับทุนและดำเนินโครงการวิจัย การจัดเก็บและใช้ข้อมูล ไปจนถึงการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ต่อสาธารณะ

วช. เน้นคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตลอดกระบวนการวิจัย

     ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. และ สคส. ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมกันพัฒนาแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับบริบทของการวิจัย โดย วช. ให้ความสำคัญกับการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลในทุกขั้นตอนของระบบสนับสนุนการวิจัย ตั้งแต่การยื่นขอรับทุน การดำเนินโครงการ และการบริหารจัดการข้อมูล ไปจนถึงการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่

     แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้นักวิจัยสามารถใช้ข้อมูลได้อย่างเหมาะสมตามวัตถุประสงค์ โดยคำนึงถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูลและความรับผิดชอบในการจัดการข้อมูล ขณะเดียวกันยังมุ่งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนงานวิจัยอย่างรับผิดชอบ พร้อมขยายผลแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไปสู่หน่วยงานต่าง ๆ ในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ

สคส. ย้ำการใช้ข้อมูลวิจัยต้องเคารพสิทธิและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

     พันตำรวจเอก สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนที่ให้ข้อมูลเพื่อการวิจัย ข้อมูลดังกล่าวจึงต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ โดยคำนึงถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูลเป็นสำคัญ

     ความร่วมมือระหว่าง สคส. และ วช. ในการจัดทำแนวทางนี้มุ่งส่งเสริมให้นักวิจัยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลจนถึงการเผยแพร่ผลงานวิจัย เพื่อให้การสร้างองค์ความรู้และประโยชน์ต่อสังคมดำเนินควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชน

เตรียมอบรมนักวิจัยปี 2570 ก่อนกำหนดเป็นเงื่อนไขขอทุนปี 2571

     ภายในกิจกรรม นางมาริยาท ตั้งมิตรเจริญ ผู้อำนวยการกองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และร้อยตำรวจเอก กิตติภูมิ เกิดมั่น ผู้อำนวยการฝ่ายฐานข้อมูลความรู้ ศูนย์วิจัยและพัฒนา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ร่วมนำเสนอแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในงานวิจัย ตลอดจนแนวทางการนำหลักการดังกล่าวไปใช้ในกระบวนการบริหารทุนและดำเนินโครงการวิจัย

     สำหรับการดำเนินงานของ วช. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จะมุ่งเตรียมความพร้อมผ่านการอบรมและพัฒนาหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ก่อนกำหนดให้หัวหน้าโครงการวิจัยผ่านการอบรมด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นเงื่อนไขการขอรับทุนตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 เพื่อยกระดับความรู้ความเข้าใจและส่งเสริมให้ผู้รับทุนสามารถจัดการข้อมูลได้อย่างเหมาะสมตลอดกระบวนการวิจัย

     นอกจากนี้ วช. ยังเตรียมส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ และเชื่อมโยงการคุ้มครองข้อมูลตั้งแต่ระบบข้อมูลสารสนเทศวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (National Research and Innovation Information System: NRIIS) ไปจนถึงระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย (Thai National Research Repository: TNRR) เพื่อสนับสนุนการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในภาคประชาชน โดยให้ความสำคัญกับการจัดการข้อมูลอย่างรับผิดชอบ

สคส. ถ่ายทอดหลักกฎหมาย PDPA และแนวทางลดความเสี่ยงในการระบุตัวบุคคล

     ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีการนำเสนอหลักกฎหมายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในงานวิจัย ครอบคลุมฐานกฎหมายสำหรับการใช้ข้อมูล ความแตกต่างระหว่างความยินยอมตามหลักจริยธรรมการวิจัยกับความยินยอมตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA แนวทางลดความเสี่ยงในการระบุตัวบุคคลจากข้อมูล ตลอดจนหลักสูตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับงานวิจัยและการใช้ข้อมูลอย่างปลอดภัย

     องค์ความรู้เหล่านี้มีความสำคัญต่อการวางแผนและดำเนินงานวิจัย โดยช่วยให้นักวิจัยตระหนักถึงข้อกำหนดด้านกฎหมาย จริยธรรม และการจัดการข้อมูล ตลอดจนพิจารณาความเหมาะสมของการนำข้อมูลไปใช้และเผยแพร่ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูล

     ทั้งนี้ การพิจารณาฐานกฎหมายและความยินยอมต้องสอดคล้องกับข้อเท็จจริงและลักษณะของการประมวลผลข้อมูลในแต่ละโครงการ ไม่ควรถือว่าความยินยอมตามหลักจริยธรรมการวิจัยและความยินยอมตามกฎหมาย PDPA เป็นสิ่งเดียวกันในทุกกรณี

ขยายแนวทางคุ้มครองข้อมูลสู่ระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไทย

     สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่หัวหน้าโครงการและนักวิจัย พัฒนากลไกและเครื่องมือสนับสนุนการดำเนินงานวิจัย ตลอดจนขยายผลแนวทางไปยังหน่วยงานในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ

     ความร่วมมือระหว่าง วช. และ สคส. จึงเป็นการเชื่อมโยงการสนับสนุนงานวิจัยเข้ากับการคุ้มครองสิทธิของประชาชน เพื่อให้การใช้ข้อมูลสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีความรับผิดชอบ พร้อมส่งเสริมการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคมอย่างยั่งยืน


#วช #สคส #PDPA #คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล #PDPAในงานวิจัย #งานวิจัยไทย #นักวิจัย #NRIIS #TNRR #AIเพื่อการวิจัย