งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

“ยศชนัน” ส่งมอบ 7 นวัตกรรมรับมือภัยน้ำ วช. หนุนวิจัยไทยครบวงจร ตั้งแต่เฝ้าระวังภัยพิบัติถึงฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

“ยศชนัน” ดันงานวิจัยสู่พื้นที่จริง ส่งมอบ 7 นวัตกรรมรับมือภัยน้ำ ช่วยประชาชนและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

7 นวัตกรรมรับมือภัยน้ำ

     ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในงานแถลงข่าวและส่งมอบนวัตกรรมภายใต้หัวข้อ “รับมือภัยน้ำ ด้วยวิจัยและนวัตกรรม : รู้ทัน บรรเทา เยียวยา ฟื้นฟู” เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 จัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายวิจัย เพื่อผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมไทยไปใช้รับมืออุทกภัยอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยง การช่วยเหลือประชาชนในภาวะฉุกเฉิน ไปจนถึงการฟื้นฟูพื้นที่และคุณภาพชีวิตหลังภัยพิบัติ

     ภายในงานมี นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมกิจกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นผู้กล่าวรายงานการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เพื่อรับมือภัยน้ำ พร้อมด้วยนักประดิษฐ์ นักวิจัย และกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมเข้าร่วมพิธี ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม อาคาร วช.8

“ยศชนัน” ชี้วิจัยและนวัตกรรมต้องตอบโจทย์ประชาชนในสถานการณ์ภัยพิบัติ

     ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า เมื่อเกิดภัยพิบัติ งานวิจัยและนวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและแก้ไขปัญหาในสถานการณ์จริง การรับมือภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องบูรณาการข้อมูล เทคโนโลยี และองค์ความรู้จากงานวิจัย เพื่อยกระดับความพร้อมของประเทศไทยในการป้องกันและลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติ

     นอกจากการเตรียมความพร้อมและการรับมือในช่วงเกิดเหตุแล้ว งานวิจัยและนวัตกรรมยังมีบทบาทในการช่วยเหลือประชาชน ฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และดูแลคุณภาพชีวิตภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว

     ศ.ดร.ยศชนันกล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการผลักดันผลงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้งานจริง และขยายผลให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ การทดลองใช้เทคโนโลยีในสถานการณ์จริงจะช่วยให้นักวิจัยเรียนรู้ปัญหาและข้อจำกัด เพิ่มความเชื่อมั่น และพัฒนานวัตกรรมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

     “วันนี้จึงถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการเตรียมความพร้อมและเชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงาน นักวิจัย และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อผลักดันนวัตกรรมไทยไปสู่การใช้งานจริงในพื้นที่ โดยเฉพาะการรับมือกับภัยธรรมชาติที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลอย่างเป็นระบบและบูรณาการ เพื่อให้สามารถประเมินสถานการณ์ วางแผนการช่วยเหลือ และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนได้อย่างทันท่วงที ขณะเดียวกัน การบรรเทาผลกระทบ การเยียวยา และการฟื้นฟูภายหลังเกิดภัย ก็เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าว

วช. ส่งมอบ 7 นวัตกรรม ครอบคลุมการรับมือและฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

     ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ในฐานะหน่วยงานบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ สนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการรับมือภัยพิบัติมาใช้ประโยชน์ ภายใต้แนวคิด “รู้ทัน บรรเทา เยียวยา ฟื้นฟู” ครอบคลุมการจัดการภัยพิบัติตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังสถานการณ์คลี่คลาย

     นวัตกรรมที่นำมาส่งมอบมีบทบาทแตกต่างกัน ตั้งแต่เครื่องมือเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยง การสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในภาวะฉุกเฉิน ไปจนถึงการฟื้นฟูพื้นที่และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งให้ผลงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งานในแต่ละพื้นที่

     การส่งมอบนวัตกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นผู้ส่งมอบให้แก่กลุ่มผู้ใช้งาน หน่วยงานในพื้นที่ และผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 7 รายการ ดังนี้

     1. นวัตกรรมสีเขียวจากขยะพลาสติกเพื่อฟื้นฟูพื้นที่โรงเรียนประสบอุทกภัยในกรุงเทพมหานคร

     ส่งมอบให้แก่ มูลนิธิศูนย์พัฒนาเด็กคลองจั่น จำนวน 38 ชุด เพื่อสนับสนุนแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่โรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการนำขยะพลาสติกมาสร้างประโยชน์และต่อยอดเป็นนวัตกรรมเพื่อการฟื้นฟู

     2. AGENT 29 คอปเปอร์นาโนรูปเข็ม นวัตกรรมป้องกันจุลชีพหลังภัยพิบัติน้ำท่วม

     ส่งมอบให้แก่ สถาบันอาชีวศึกษาและชุมชน 33 แห่ง จำนวน 700 แกลลอน เพื่อสนับสนุนการดูแลความปลอดภัยด้านจุลชีพภายหลังเกิดอุทกภัย ตามวัตถุประสงค์ของนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น

     3. CLEAR SOIL ผลิตภัณฑ์สำหรับย่อยสลายโลหะหนักเพื่อฟื้นฟูสภาพดิน

     ส่งมอบให้แก่ เครือข่ายเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน 10 แห่ง จำนวน 1,000 ขวด เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูสภาพดินและการดูแลพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งจำเป็นต้องประเมินและจัดการปัญหาสารปนเปื้อนหลังภัยพิบัติ

    4. นวัตกรรมออกซิเจนกระป๋องสำหรับพกพา

     ส่งมอบให้แก่ เทศบาลเมืองปทุมธานี และศูนย์บริการสาธารณสุข 24 บางเขน จำนวน 250 กระป๋อง เพื่อสนับสนุนการเตรียมความพร้อมด้านการช่วยเหลือและดูแลประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน

     5. แพลตฟอร์มอัจฉริยะ Flood Eye และเครือข่ายเซนเซอร์ Flood Boy

     นวัตกรรมสำหรับเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงอุทกภัยเชิงพื้นที่ ส่งมอบเพื่อสนับสนุนการใช้งานใน ชุมชน 10 แห่ง ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดนนทบุรี โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการติดตามสถานการณ์และการประเมินความเสี่ยงน้ำท่วมในระดับพื้นที่

     6. ระบบอากาศยานไร้คนขับเพื่อการสำรวจและสนับสนุนการจัดการภัยพิบัติอุทกภัย

     ส่งมอบให้แก่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อสนับสนุนการสำรวจพื้นที่และการจัดการสถานการณ์อุทกภัย โดยใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับเป็นเครื่องมือช่วยปฏิบัติงาน

     7. ชุดยังชีพสำหรับแมวในภาวะน้ำท่วม Gatti Bag & Gatti Box

     ส่งมอบให้แก่ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวน 10 ชุด เพื่อสนับสนุนการดูแลและช่วยเหลือแมวในสถานการณ์น้ำท่วม สะท้อนการคำนึงถึงสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติด้วย

เปิดเวทีเสวนา 3 มิติ ตั้งแต่รู้ทันภัยถึงฟื้นฟูชีวิตหลังน้ำท่วม

     ภายในงานยังมีเวทีเสวนาหัวข้อ “RE RE RE คิดใหม่ ฟื้นใหม่ กลับมาใช้ชีวิตอย่างมั่นคง” เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในการเฝ้าระวัง ช่วยเหลือ และฟื้นฟูผู้ประสบภัย โดยมีผลงานสำคัญและผู้ร่วมเสวนา ดังนี้

     หัวข้อ “รู้ทันก่อนภัยมา Flood Eye & Flood Boy : นวัตกรรมเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงอุทกภัยเชิงพื้นที่” นำเสนอโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ณัฐพล รังสฤษฎ์วรการ จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ ศาสตราจารย์ปฏิบัติการ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงน้ำท่วมเชิงพื้นที่

     หัวข้อ “ฟื้นพลังในภาวะวิกฤต นวัตกรรมออกซิเจนกระป๋อง : อากาศแห่งความหวังเพื่อผู้ประสบภัย” นำเสนอโดย รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยมุ่งนำเสนอแนวคิดการใช้นวัตกรรมออกซิเจนกระป๋องแบบพกพาเพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ประสบภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน

     หัวข้อ “เทคโนโลยีเพื่อชีวิต โดรนอัจฉริยะ : บินฝ่าวิกฤต ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที” นำเสนอโดย นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล จากสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ เพื่อสะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับในการสำรวจพื้นที่และสนับสนุนการปฏิบัติงานในสถานการณ์ภัยพิบัติ

RE ใช้วิจัยและนวัตกรรมฟื้นฟูพื้นที่และสิ่งแวดล้อม

     อีกหนึ่งเวทีเสวนาสำคัญคือ “RE ฟื้นใหม่ ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ซึ่งนำเสนอการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมเพื่อฟื้นฟูพื้นที่และคุณภาพชีวิตของประชาชนหลังเกิดภัยพิบัติ ผ่าน 3 ประเด็น ได้แก่

     1. “ฟื้นพื้นที่ : เปลี่ยนขยะ สร้างพื้นที่ใหม่หลังน้ำท่วม” นำเสนอโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เวชสวรรค์ หล้ากาศ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มุ่งนำเสนอแนวทางการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือทิ้งเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

     2. “ฟื้นความปลอดภัย : นาโนเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยหลังภัยพิบัติ” นำเสนอโดย ศาสตราจารย์ ดร.สนอง เอกสิทธิ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการประยุกต์ใช้นาโนเทคโนโลยีในการสนับสนุนความปลอดภัยภายหลังเกิดภัยพิบัติ

       3. “ฟื้นผืนดิน : พลิกฟื้นผืนดิน สู่สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย” นำเสนอโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ดุสิต อธินุวัฒน์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เน้นประเด็นการฟื้นฟูดินและสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการกลับมาใช้ประโยชน์จากพื้นที่หลังได้รับผลกระทบ

     การส่งมอบนวัตกรรมทั้ง 7 รายการและการจัดเวทีเสวนาครั้งนี้ สะท้อนแนวทางการนำงานวิจัยไทยไปเชื่อมโยงกับการใช้งานจริง ตั้งแต่การเฝ้าระวังภัยน้ำด้วยข้อมูลและเซนเซอร์ การใช้โดรนสนับสนุนการสำรวจ การดูแลประชาชนและสัตว์เลี้ยงในภาวะฉุกเฉิน ไปจนถึงการฟื้นฟูพื้นที่ ดิน และสิ่งแวดล้อมหลังน้ำท่วม โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติและหน่วยงานภาคีเครือข่ายมุ่งผลักดันให้นวัตกรรมตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในแต่ละพื้นที่ และช่วยเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยในการรับมือภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ