งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

สธ.ประกาศพร้อมจัด Global Wellness Summit 2026 ที่ภูเก็ต ชู Health for Wealth ดันไทยสู่ Global Wellness Hub

ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพ Global Wellness Summit 2026 ภูเก็ต ต้อนรับผู้นำเวลเนสโลกกว่า 600 คนจากกว่า 30 ประเทศ

Global Wellness Summit 2026     กรุงเทพฯ – กระทรวงสาธารณสุขประกาศความพร้อมประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม Global Wellness Summit (GWS 2026) ครั้งที่ 20 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–13 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมอังสนา ลากูนา ภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ภายใต้แนวคิด “The Science, Art & Soul of Wellness” โดยเตรียมต้อนรับผู้นำธุรกิจ นักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมเวลเนสจากทั่วโลกกว่า 600 คน จากมากกว่า 30 ประเทศ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมเวลเนสโลก และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Global Wellness Hub 

     การเป็นเจ้าภาพ GWS 2026 ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการนำศักยภาพด้านสุขภาพ การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก สมุนไพรไทย นวดไทย การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และบริการเวลเนส มาต่อยอดสู่ตลาดโลก พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Health for Wealth” เชื่อมโยงสุขภาพกับเศรษฐกิจ และใช้ภาคสุขภาพเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ หรือ New S-Curve ของประเทศ

     นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงาน Global Wellness Summit 2026 สะท้อนถึงศักยภาพและความเชื่อมั่นของนานาชาติที่มีต่อประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพและเวลเนส โดยรัฐบาลมุ่งใช้เวทีระดับโลกครั้งนี้เป็นโอกาสในการยกระดับอุตสาหกรรมเวลเนสไทย เชื่อมโยงภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และมาตรฐานสากล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

     ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า ในปี 2567 หรือ ค.ศ. 2024 เศรษฐกิจเวลเนสโลกมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ประเทศไทยมีขนาดเศรษฐกิจเวลเนสอยู่ที่ 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.45 ล้านล้านบาท อยู่ในอันดับที่ 24 ของโลก และมีอัตราการเติบโต 10.1% ขณะที่ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอยู่ในอันดับที่ 15 ของโลก สะท้อนโอกาสในการขยายตลาดสุขภาพและเวลเนสของไทยในระดับนานาชาติ

     นายพัฒนา กล่าวว่า รัฐบาลต้องการเปลี่ยนมุมมองจากการรักษาพยาบาลที่ถูกมองในฐานะภาระค่าใช้จ่าย ไปสู่การสร้างเศรษฐกิจจากสุขภาพผ่านยุทธศาสตร์ Health for Wealth โดยนำทุนทางสุขภาพ นวัตกรรม สมุนไพรไทย การแพทย์แผนไทย และภูมิปัญญาของชุมชนมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม สามารถแข่งขันและขยายตลาดสู่ระดับโลก

     หัวใจสำคัญของการเป็นเจ้าภาพ GWS 2026 จึงไม่ได้อยู่เพียงการจัดประชุมระดับนานาชาติ แต่เป็นการใช้เวทีดังกล่าวเป็นกลไกในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และผลักดัน Thai Wellness Soft Power ให้เป็นที่รู้จักในตลาดโลก โดยเฉพาะการนำวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับนวดไทย สมุนไพรไทย อาหารเพื่อสุขภาพ การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และการส่งเสริมสุขภาวะในระยะยาว

     แนวทางดังกล่าวยังมุ่งให้ประโยชน์จากตลาดสุขภาพโลกกระจายไปสู่ผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร ชุมชน ผู้ผลิตสมุนไพร และผู้ประกอบวิชาชีพด้านนวดไทย เพื่อให้การเติบโตของอุตสาหกรรมเวลเนสไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ แต่สามารถสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กันไป

     สำหรับการจัดงาน Global Wellness Summit 2026 จังหวัดภูเก็ตได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดงาน เนื่องจากมีศักยภาพทั้งด้านการท่องเที่ยว สุขภาพ ที่พัก โรงแรม รีสอร์ต สปา ศูนย์สุขภาพ และบริการที่เกี่ยวข้องกับเวลเนส โดยการประชุมครั้งนี้จะเป็นโอกาสในการนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยต่อกลุ่มผู้นำอุตสาหกรรม นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก

     ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า การจัดประชุม Global Wellness Summit 2026 ที่จังหวัดภูเก็ต ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับห่วงโซ่อุปทาน หรือ Supply Chain ของอุตสาหกรรมเวลเนสไทยให้เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำด้านวัตถุดิบและสมุนไพร ไปจนถึงผู้ประกอบการด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว โรงแรม สปา ร้านอาหาร และบริการเวลเนส

     ในส่วนของธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต จะมุ่งยกระดับจากการให้บริการที่พักทั่วไปไปสู่รูปแบบ Wellness Retreat และโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพเฉพาะบุคคล หรือ Personalized Wellness ขณะที่ธุรกิจสปาและนวดไทยจะได้รับการพัฒนาองค์ความรู้และมาตรฐานบริการให้สามารถแข่งขันในระดับสากล รวมถึงการนำองค์ความรู้ด้านกายวิภาค หรือ Anatomy-Based มาใช้เพิ่มคุณภาพบริการและมูลค่าต่อผู้ใช้บริการ

     ด้านอาหารและโภชนาการ จะผลักดันแนวคิด Thai Wellness Cuisine หรืออาหารไทยเพื่อสุขภาพ โดยนำวัตถุดิบสมุนไพรและเมนูพื้นบ้านมาพัฒนาเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีมาตรฐานและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในตลาดระดับบน ขณะเดียวกันยังสามารถเชื่อมโยงกับแนวคิด “อาหารเป็นยา” และอัตลักษณ์ด้านอาหารของไทย

     สำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จะมีการเชื่อมโยงธรรมชาติ สปา วิถีชีวิตชุมชน อาหารเพื่อสุขภาพ และบริการด้านสุขภาพเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Phuket Wellness Routes และสร้างประสบการณ์เวลเนสที่มีความโดดเด่นของประเทศไทย

     ดร.นพ.พงศธร กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับจังหวัดภูเก็ตจากการเป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวชายทะเล ไปสู่การเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านเวลเนสระดับโลก โดยใช้จุดแข็งของประเทศไทยทั้งด้านการแพทย์ การแพทย์แผนไทย สมุนไพร การนวด อาหาร วัฒนธรรม ธรรมชาติ และบริการสุขภาพ มาประกอบกันเป็นระบบนิเวศเวลเนสที่มีศักยภาพในการแข่งขัน

     การขับเคลื่อนดังกล่าวยังให้ความสำคัญกับการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น โดยเชื่อมโยงความต้องการวัตถุดิบอินทรีย์และสมุนไพรของโรงแรม รีสอร์ต สปา ศูนย์สุขภาพ และสถานประกอบการเวลเนส เข้ากับเกษตรกรและผู้ผลิตในพื้นที่ ตลอดจนผลักดันผู้ประกอบวิชาชีพนวดไทยและชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในระบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม

     ทั้งนี้ Global Wellness Summit เป็นเวทีประชุมระดับนานาชาติที่รวบรวมผู้นำจากภาคธุรกิจ ภาครัฐ สถาบันการศึกษา และแวดวงวิทยาศาสตร์ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิด นำเสนอองค์ความรู้และงานวิจัย ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจเวลเนส ซึ่งครอบคลุมหลายภาคส่วนของอุตสาหกรรมเวลเนสโลก

     ประเทศไทยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพ GWS 2026 โดยมี กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข เป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการจัดงาน ร่วมกับภาคีเครือข่าย โดยเว็บไซต์ทางการของ Thailand Global Wellness Summit 2026 ระบุเจ้าภาพร่วม ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รวมถึงกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข

     การจัด Global Wellness Summit 2026 ที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 10–13 พฤศจิกายน 2569 จึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของประเทศไทยในการนำศักยภาพด้านสุขภาพและเวลเนสขึ้นสู่เวทีโลก พร้อมใช้ยุทธศาสตร์ Health for Wealth เชื่อมโยงสุขภาพ การท่องเที่ยว การลงทุน นวัตกรรม และเศรษฐกิจฐานราก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเวลเนสไทย และเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็น Global Wellness Hub อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

คำถาม–คำตอบ

Global Wellness Summit 2026 จัดที่ไหนและเมื่อไร?
Global Wellness Summit 2026 หรือ GWS 2026 ครั้งที่ 20 จัดระหว่างวันที่ 10–13 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมอังสนา ลากูนา ภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย

Global Wellness Summit 2026 มีเป้าหมายอะไร?
เป็นเวทีสำหรับผู้นำธุรกิจ นักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และผู้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเวลเนสทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจเวลเนสในอนาคต

ประเทศไทยต้องการผลักดันอะไรผ่าน GWS 2026?
ประเทศไทยต้องการใช้เวที GWS 2026 ยกระดับ Thai Wellness เชื่อมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้ากับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และมาตรฐานสากล พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่ Global Wellness Hub

Health for Wealth คืออะไรในบริบทของ GWS 2026?
เป็นแนวทางที่มองสุขภาพเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยนำองค์ความรู้ นวัตกรรม สมุนไพร นวดไทย การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และบริการเวลเนสมาสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ และเชื่อมโยงประโยชน์ไปยังผู้ประกอบการและชุมชน

ทำไมประเทศไทยเลือกจังหวัดภูเก็ตเป็นเจ้าภาพ GWS 2026?
ภูเก็ตมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ต สปา ศูนย์สุขภาพ การแพทย์เชิงป้องกัน และบริการเวลเนส จึงมีความพร้อมในการนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยต่อผู้นำและนักลงทุนจากทั่วโลก

GWS 2026 มีผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศมากแค่ไหน?
ข้อมูลทางการระบุว่าคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 600 คน จากกว่า 30 ประเทศ รวมถึงผู้นำธุรกิจ นักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญ และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมเวลเนสโลก

ธีมของ Global Wellness Summit 2026 คืออะไร?
ธีมทางการของ GWS 2026 คือ “The Science, Art & Soul of Wellness” หรือ “วิทยาศาสตร์ ศิลปะ และจิตวิญญาณแห่งสุขภาพที่ดี”