ดร.ณัฐวุฒิ โต้ สรยุทธ ปมคลิปหน้า สน.ทองหล่อ ย้ำสื่อต้องเสนอข้อเท็จจริงรอบด้าน
เดือด! ดร.ณัฐวุฒิ โต้ สรยุทธ ปมคลิป สน.ทองหล่อ เรียกร้องสื่อเปิดพื้นที่สองฝ่าย

กรุงเทพฯ – 9 กันยายน 2569 ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ออกคำแถลงตอบโต้ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กรณีการนำเสนอคลิปเหตุการณ์บริเวณหน้า สน.ทองหล่อ โดย ดร.ณัฐวุฒิ ยืนยันว่า คลิปที่มีการนำเสนอผ่านสื่อเป็นคลิปที่ผ่านการตัดต่อ ตัดทอน และเพิ่มเติมบางส่วน พร้อมตั้งคำถามว่า มีการนำต้นฉบับไปตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องแล้วหรือไม่
ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า สื่อมวลชนมีหน้าที่นำเสนอข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ไม่ควรทำหน้าที่เสมือนศาลในการตัดสินบุคคลจากข้อมูลที่ยังอยู่ระหว่างการพิสูจน์ พร้อมเรียกร้องให้การนำเสนอข่าวเปิดพื้นที่ให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้อย่างเป็นธรรม
สำหรับกรณีที่ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคลิปเหตุการณ์บริเวณหน้า สน.ทองหล่อ และระบุว่าเป็นคลิปจริง ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่ได้ติดใจว่าฝ่ายรายการจะนำเสนอข่าวอย่างไร แต่ต้องการให้มีการตรวจสอบต้นฉบับและพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI สามารถนำมาใช้ในการสร้าง ปรับแต่ง หรือตัดต่อสื่อดิจิทัลได้
ดร.ณัฐวุฒิ ยังตั้งคำถามถึงหลักจริยธรรมและความเป็นกลางในการนำเสนอข่าว พร้อมระบุว่า หากมีการเชิญบุคคลฝ่ายหนึ่งมาให้สัมภาษณ์ แต่ไม่ได้เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายชี้แจง อาจทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน โดยกล่าวถึงทีมข่าวที่ระบุในคำแถลงว่า “ผึ้ง-บาส” ซึ่ง ดร.ณัฐวุฒิ อ้างว่าไม่ได้รับโอกาสให้สัมภาษณ์ในประเด็นดังกล่าว
ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า หากสื่อมีความมั่นใจว่าคลิปดังกล่าวเป็นคลิปจริง ควรนำต้นฉบับเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์โดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมระบุว่าตนเองมีพยานหลักฐานจากบริเวณหน้า สน.ทองหล่อ และอ้างว่ามีทนายความจำนวน 3 คน รวมถึงกล้องบันทึกภาพ 3 ตัว ซึ่งตามคำกล่าวอ้างของ ดร.ณัฐวุฒิ มีภาพต้นฉบับที่ตรงกัน และไม่มีการตัดต่อ
ประเด็นสำคัญอีกส่วนหนึ่งของคำแถลง คือข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ถูกกล่าวถึงในบริบทของคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หน้า สน.ทองหล่อ โดย ดร.ณัฐวุฒิ ยืนยันว่า การเคลื่อนไหวบริเวณเอวตามที่ปรากฏในคลิปไม่ได้เกิดจากเจตนาทำร้าย แต่เป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติจากอาการตกใจและความรู้สึกจั๊กจี้ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาทำร้าย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร
ดร.ณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงประเด็นข้อกฎหมาย โดยอ้างถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 วรรคสอง รวมถึงมาตรา 358 มาตรา 391 และมาตรา 392 พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับองค์ประกอบของความผิดและเรื่องเจตนา อย่างไรก็ตาม ประเด็นข้อกฎหมายดังกล่าวเป็นข้อโต้แย้งตามคำแถลงของ ดร.ณัฐวุฒิ และการวินิจฉัยว่าการกระทำใดเข้าข่ายความผิดหรือไม่ ย่อมต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกระบวนการตามกฎหมายโดยหน่วยงานที่มีอำนาจ
ดร.ณัฐวุฒิ ยังระบุว่า เตรียมให้ฝ่ายกฎหมายนำหลักฐานและหนังสือไปยื่นต่อ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เพื่อขอให้ตรวจสอบการนำเสนอเนื้อหาผ่านสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลใบอนุญาตประกอบกิจการสื่อ
นอกจากนี้ ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า เตรียมนำหลักฐานเกี่ยวกับคลิปดังกล่าวไปดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมกล่าวถึงการดำเนินการที่อาจเกี่ยวข้องกับ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร และบุคคลที่ ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่าเป็น “นายรอน” ซึ่งเป็นทนายความ โดยย้ำว่าตนเองเป็นผู้เสียหายและต้องการให้ข้อเท็จจริงได้รับการพิสูจน์ผ่านพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรม
ในคำแถลง ดร.ณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการเรียก นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ว่า “อาจารย์” โดยขอให้สื่อใช้ถ้อยคำที่สะท้อนสถานะทางคดีอย่างถูกต้องตามข้อเท็จจริงและกระบวนการยุติธรรม พร้อมย้ำว่าไม่ควรมีการตัดสินบุคคลล่วงหน้าผ่านสื่อหรือสังคมออนไลน์
ดร.ณัฐวุฒิ ยังพาดพิงถึงประวัติในอดีตของ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา โดยกล่าวถึงคดีไร่ส้มและการที่ นายสรยุทธ เคยถูกจำคุก พร้อมตั้งคำถามเกี่ยวกับจริยธรรมในการทำธุรกิจสื่อและการนำเสนอข่าว อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็นการหยิบยกจากคำแถลงของ ดร.ณัฐวุฒิ และไม่ควรนำไปตีความเป็นข้อกล่าวหาใหม่หรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำในปัจจุบันของ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา
ดร.ณัฐวุฒิ ระบุเพิ่มเติมว่า ตนเองไม่ได้มีปัญหากับสื่อมวลชนและพร้อมให้สัมภาษณ์เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง โดยเห็นว่าประชาชนควรได้รับข้อมูลจากหลายแหล่งและสามารถรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายก่อนตัดสินใจ
สำหรับประเด็นเทคโนโลยี AI ดร.ณัฐวุฒิ ตั้งข้อสังเกตว่า ในยุคดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์สามารถถูกนำมาใช้กับภาพ เสียง ข้อความ และวิดีโอได้ จึงเห็นว่าคลิปที่มีข้อพิพาทควรผ่านกระบวนการตรวจสอบทางเทคนิคโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการสรุปข้อเท็จจริงหรือชี้นำความคิดเห็นของสังคม
ดร.ณัฐวุฒิ ยืนยันอีกครั้งว่า ภาพที่นำเสนอผ่านสื่อในกรณีดังกล่าว ตามความเห็นของตนเองมีการตัดต่อ ตัดทอน เพิ่มเติมบางช่วงบางตอน รวมถึงอาจมีการใช้เทคโนโลยี AI จนทำให้บริบทของเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไป และอาจทำให้สังคมเข้าใจเหตุการณ์ไม่ตรงกับต้นฉบับ
ทั้งนี้ ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า หากมีการนำเสนอข้อมูลที่ตนเห็นว่าเป็นเท็จหรือบิดเบือน จะดำเนินการตามกฎหมาย โดยยืนยันว่าต้องการให้การพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกิดขึ้นจากพยานหลักฐาน ไม่ใช่จากกระแสสังคม หรือการนำเสนอของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ช่วงท้ายคำแถลง ดร.ณัฐวุฒิ ฝากถึง นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ว่า หากมั่นใจว่าคลิปดังกล่าวเป็นคลิปจริง ควรพิสูจน์ด้วยต้นฉบับ หากมั่นใจว่าการนำเสนอข่าวมีความเป็นกลาง ควรเปิดพื้นที่ให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้ชี้แจง และหากมั่นใจในข้อเท็จจริง ก็ควรเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบ
ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทิ้งท้ายว่า “ความจริงต้องชนะด้วยพยานหลักฐาน ไม่ใช่ด้วยเสียงที่ดังกว่า” พร้อมย้ำจุดยืนว่าต้องการให้ข้อพิพาทเกี่ยวกับคลิปหน้า สน.ทองหล่อได้รับการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ และให้ทุกฝ่ายดำเนินการภายใต้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
