รังสิมันต์ โรม รับหนังสือร้องเรียน “ก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์” ขอ กมธ.กฎหมายฯ ตรวจสอบข้อพิพาทสัมปทานโฆษณารถเมล์ ขสมก. ผู้ร้องอ้างเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท
รังสิมันต์ โรม รับเรื่องร้องเรียนคดีสัมปทานโฆษณารถโดยสาร ขสมก. ย้ำ กมธ.กฎหมายฯ ตรวจสอบอย่างรอบคอบ ไม่ก้าวล่วงกระบวนการศาล

กรุงเทพฯ 15 กรกฎาคม 2569 – นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะกรรมาธิการ รับหนังสือร้องเรียนจาก นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ ผู้บริหาร บริษัท ก่อเกียรติ กรุ๊ป ซึ่งระบุว่าตนเป็นผู้ได้รับสิทธิสัมปทานโฆษณาบนรถโดยสารปรับอากาศยูโรทูของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และเป็นผู้เสียหายโดยตรงจากข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาสัมปทานดังกล่าว
การยื่นหนังสือมีขึ้นที่ห้องแถลงข่าว อาคารรัฐสภา โดยผู้ร้องขอให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรม กรณีที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่ามีบริษัทสื่อรายหนึ่ง ซึ่งระบุเพียงอักษรย่อ "P" และอดีตผู้บริหารของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทด้านสัญญาสัมปทานโฆษณาบนรถโดยสารปรับอากาศยูโรทู ส่งผลให้ผู้ร้องอ้างว่าได้รับความเสียหายทางธุรกิจและสูญเสียรายได้เป็นมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท
รังสิมันต์ โรม ย้ำ กมธ.กฎหมายฯ จะพิจารณาอย่างรอบคอบ เคารพกระบวนการยุติธรรม
ภายหลังรับหนังสือร้องเรียน นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า คณะกรรมาธิการให้ความสำคัญกับคำร้องทุกเรื่องที่ประชาชนยื่นขอความเป็นธรรม โดยกรณีนี้จะดำเนินการตรวจสอบภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการอย่างรอบคอบ
นายรังสิมันต์ ระบุว่า หากประเด็นใดอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลหรืออยู่ในกระบวนการยุติธรรม คณะกรรมาธิการจะเคารพและไม่ก้าวล่วงการพิจารณาของศาล ส่วนประเด็นที่ยังอยู่ในขอบเขตการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการ ก็จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยเร็วที่สุด
พร้อมกันนี้ นายรังสิมันต์ ยังกล่าวว่า หากมีประเด็นเกี่ยวข้องกับการกล่าวอ้างบุคคลหรือเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อสาธารณะ คณะกรรมาธิการจะพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างละเอียด รอบคอบ และเป็นธรรม โดยยึดหลักนิติรัฐและกระบวนการยุติธรรมเป็นสำคัญ
"ก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์" ขอความเป็นธรรม ยืนยันต้องการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ด้าน นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ ผู้บริหาร บริษัท ก่อเกียรติ กรุ๊ป กล่าวว่า การเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ
นายก่อเกียรติ ระบุว่า ต้องการให้ทุกฝ่ายได้รับความยุติธรรม และเห็นว่าหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินการในสัญญาสัมปทานหรือการใช้อำนาจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ควรได้รับการตรวจสอบอย่างโปร่งใสภายใต้กระบวนการของรัฐ
ผู้ร้องยังแสดงความคาดหวังว่า คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร จะดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏและเกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
กมธ.กฎหมายฯ เตรียมพิจารณาข้อมูลตามขั้นตอน
ภายหลังการรับหนังสือร้องเรียน คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน จะดำเนินการพิจารณาข้อร้องเรียนและเอกสารหลักฐานที่ผู้ร้องยื่นประกอบ ก่อนพิจารณาแนวทางดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการต่อไป โดยย้ำว่าจะดำเนินการภายใต้หลักความเป็นธรรม ความโปร่งใส และไม่กระทบต่อกระบวนการพิจารณาของศาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หมายเหตุ: กรณีดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการร้องเรียนและการตรวจสอบ ข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นข้อมูลจากฝ่ายผู้ร้อง และยังไม่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดหรือข้อยุติทางกฎหมาย จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
