งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ​ เตือนช่วงพายุฤดูร้อน เสี่ยงโครงสร้างระหว่างก่อสร้างพังถล่ม

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ วิเคราะห์เหตุโครงสร้างโกดังเหล็กถล่มที่แหลมฉบัง ชี้อาจเกี่ยวข้องพายุฤดูร้อน-โครงสร้างระหว่างก่อสร้างยังไม่เสถียร

     ชลบุรี – 8​ ​พฤษภาคม 2569​ จากเหตุการณ์โครงสร้างเหล็กระหว่างก่อสร้างโกดังสินค้าในพื้นที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี พังถล่มลงมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ล่าสุด ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกมาวิเคราะห์เบื้องต้นถึงสาเหตุที่อาจเป็นปัจจัยสำคัญของการพังถล่มครั้งนี้ พร้อมเตือนผู้ประกอบการและผู้รับเหมาก่อสร้างเฝ้าระวังผลกระทบจากพายุฤดูร้อนที่กำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย

     ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริงของเหตุโครงสร้างเหล็กพังถล่มได้ เนื่องจากจำเป็นต้องรอการตรวจสอบรายละเอียดทางวิศวกรรม รวมถึงแบบก่อสร้างและข้อมูลหน้างานเพิ่มเติม

     อย่างไรก็ตาม จากลักษณะการพังถล่มที่พบว่าโครงสร้างเหล็กทั้งหมดล้มลงมากองกับพื้น ทำให้สามารถตั้งข้อสังเกตเบื้องต้นได้ว่า “เสาเหล็ก” อาจเป็นส่วนแรกที่สูญเสียเสถียรภาพ ก่อนส่งผลให้โครงสร้างส่วนอื่นพังถล่มลงมาตามลำดับ

ชี้ 3 ปัจจัยสำคัญ ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด

     ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ ระบุว่า ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ มีอย่างน้อย 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. พายุฤดูร้อนและแรงลมรุนแรง

     พื้นที่แหลมฉบังและภาคตะวันออกในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม มักได้รับอิทธิพลจากพายุฤดูร้อน ซึ่งทำให้เกิดลมกระโชกแรงกว่าปกติ โดยแรงลมลักษณะดังกล่าวสามารถส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารเตี้ย โครงหลังคา หรือโกดังที่อยู่ระหว่างก่อสร้างได้อย่างมีนัยสำคัญ

     ศาสตราจารย์ ดร.อมร อธิบายว่า พายุฤดูร้อนมีความรุนแรงมากกว่าลมทั่วไปประมาณ 2-3 เท่า แม้จะเกิดในช่วงเวลาสั้นและเป็นพื้นที่จำกัด แต่ก็มีแรงมากพอที่จะทำให้โครงสร้างที่ยังไม่สมบูรณ์เกิดการพังถล่มได้

2. ระบบค้ำยันและการยึดรั้งระหว่างก่อสร้างยังไม่สมบูรณ์

     โครงสร้างที่อยู่ระหว่างก่อสร้างมักยังติดตั้งระบบค้ำยันหรือการยึดรั้งไม่ครบถ้วน หากเกิดแรงลมกระทำอย่างฉับพลัน อาจทำให้โครงสร้างสูญเสียเสถียรภาพ และไม่สามารถต้านแรงด้านข้างได้

     กรณีดังกล่าวถือเป็นความเสี่ยงสำคัญของงานก่อสร้างประเภทโครงสร้างเหล็ก โดยเฉพาะอาคารขนาดใหญ่ เช่น โกดังสินค้า โรงงาน หรือโรงยิม ที่มีพื้นที่เปิดโล่งและรับแรงลมโดยตรง

3. จุดต่อโครงสร้างอาจไม่แข็งแรงเพียงพอ

     อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ ความแข็งแรงของจุดต่อระหว่างชิ้นส่วนโครงสร้าง โดยเฉพาะบริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างเสาเหล็กกับฐานรองรับ ซึ่งหากออกแบบหรือก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้โครงสร้างสูญเสียความสามารถในการรับแรง และเกิดการพังถล่มต่อเนื่องทั้งระบบได้

เตือนผู้รับเหมา-วิศวกร เฝ้าระวังพายุฤดูร้อนทั่วประเทศ

     ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันหลายพื้นที่ของประเทศไทย ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก กำลังเข้าสู่ช่วงที่มีความเสี่ยงเกิดพายุฤดูร้อน โดยเฉพาะในช่วงหัวค่ำ ซึ่งผู้ควบคุมงานก่อสร้าง วิศวกร และผู้รับเหมาต้องเพิ่มมาตรการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างระหว่างก่อสร้างอย่างเข้มงวด

     ทั้งนี้ โครงสร้างที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่

  • โครงหลังคาเหล็ก
  • โกดังสินค้า
  • โรงยิม
  • อาคารช่วงกว้าง
  • ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่

     เนื่องจากเป็นโครงสร้างที่รับแรงลมได้มาก และอาจเกิดการสูญเสียเสถียรภาพได้ง่ายหากระบบค้ำยันหรือจุดเชื่อมต่อยังไม่สมบูรณ์

     ศาสตราจารย์ ดร.อมร ย้ำว่า การออกแบบและก่อสร้างจำเป็นต้องคำนึงถึง “เสถียรภาพของโครงสร้าง” ทั้งในระหว่างการก่อสร้างและหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน

สมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ แนะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงวิศวกรรม

     นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ระบุว่า การสรุปสาเหตุที่แท้จริงจำเป็นต้องอาศัยการตรวจสอบเชิงวิศวกรรมอย่างละเอียด ทั้งแบบก่อสร้าง รายละเอียดวัสดุ ระบบฐานราก การเชื่อมต่อโครงสร้าง และข้อมูลสภาพอากาศในช่วงเกิดเหตุ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้องและนำไปสู่การป้องกันเหตุซ้ำในอนาคต

#แหลมฉบัง #โกดังถล่ม #ศดรอมรพิมานมาศ #สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย #พายุฤดูร้อน #โครงสร้างเหล็ก #อุบัติเหตุก่อสร้าง #วิศวกรรมโครงสร้าง #ชลบุรี #ข่าววันนี้