งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

ส.วิศวกรโครงสร้างฯ–สกสว. ถอดบทเรียนแผ่นดินไหว 2568 ดัน “โครงสร้างปลอดภัย” ทั่วไทย​ พร้อมเปิดระบบเตือนภัยอาคารอัจฉริยะ

สมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ ผนึก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และภาคี ถอดบทเรียนแผ่นดินไหว 2568 ดัน “สังคมโครงสร้างปลอดภัย” พร้อมเปิดระบบเตือนภัยอาคารอัจฉริยะ

ส.วิศวกรรมโครงสร้าง

     กรุงเทพฯ – วันที่ 8 เมษายน 2569 สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และเครือข่ายภาคเอกชน จัดงานแถลงข่าวและเสวนา “1 ปีผ่านไปจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ ตึก สตง. ถล่ม โครงสร้างไทยจะปลอดภัยเมื่อไร” ณ โรงแรมจูบีลี เพรสทีจน์ เพื่อถอดบทเรียนจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ปี 2568 และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยโครงสร้างของประเทศ

🔷 ย้อนเหตุแผ่นดินไหว 7.7 เขย่าไทย ตึก สตง. ถล่ม

     เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.7 ที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งแรงสั่นสะเทือนถึงกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างพังถล่ม และอาคารสูงหลายแห่งได้รับความเสียหาย

     ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นบทเรียนสำคัญของประเทศ และเป็นจุดเริ่มต้นของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาควิชาชีพ และภาคเอกชน

🔷 ภาคเอกชนร่วมขับเคลื่อน “Smart & Safe Structure Society”

     การจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน นำโดย คุณประเสริฐ ธรรมนุญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเข็มเหล็ก จำกัด เพื่อร่วมพัฒนาแนวทางด้านวัสดุและเทคโนโลยีก่อสร้างที่สามารถต้านทานแผ่นดินไหว

     ภายในงานมีการประกาศเจตนารมณ์ร่วมสร้าง “Smart and Safe Structure Society” หรือสังคมอัจฉริยะที่โครงสร้างปลอดภัย พร้อมนำเสนอแนวคิดการออกแบบอาคารยุคใหม่ และการติดตามพฤติกรรมการสั่นไหวของอาคารสูงในเขตเมือง

🔷 สกสว. หนุนงบวิจัยกว่า 100 โครงการ รับมือภัยพิบัติ

     ด้าน ผศ.ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนงานวิจัยด้านภัยพิบัติแบบครบวงจร

     ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563–2569 มีการสนับสนุนโครงการวิจัยมากกว่า 106 โครงการ ครอบคลุมทั้ง

  • การป้องกันและลดความเสี่ยง
  • การรับมือภาวะฉุกเฉิน
  • การฟื้นฟูหลังเกิดภัย

     รวมถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มอัจฉริยะ SRI Alert (ศรีเตือนภัย) เพื่อบูรณาการข้อมูลและช่วยตัดสินใจเชิงนโยบาย

🔷 เปิดตัว “ระบบตรวจวัดแผ่นดินไหวในอาคาร” ใช้งานจริงแล้ว

     อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการเปิดตัว ระบบตรวจวัดแผ่นดินไหวและแจ้งเตือนผู้ใช้อาคาร ซึ่งพัฒนาโดยสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ร่วมกับบริษัทเอกชน

     โดย ผศ.ดร.ประกิต ชมชื่น หัวหน้าคณะทำงานพัฒนาระบบตรวจวัดฯ และ อ.วัฒนพงศ์ หิรัญมาลย์ เลขาธิการสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ระบุว่า ระบบดังกล่าวสามารถตรวจจับแรงสั่นสะเทือนและแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์

     ปัจจุบันมีการติดตั้งใช้งานแล้วใน

  • โรงเรียนบ้านป่าก่อดำ จังหวัดเชียงราย
  • อาคารโรงพยาบาลสูง 25 ชั้น ในกรุงเทพมหานคร

     ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

🔷 เตือนอนาคตไทยยังเสี่ยงแผ่นดินไหว ต้องเตรียมพร้อม

     ศ.ดร.อมร พิมานมาศ กล่าวทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยยังมีโอกาสเผชิญแผ่นดินไหวอีกในอนาคต และอาจรุนแรงกว่าที่ผ่านมา แม้ไม่สามารถคาดการณ์เวลาได้แน่ชัด

     ดังนั้น การเตรียมความพร้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทั้ง

  • การออกแบบอาคารให้ได้มาตรฐาน
  • การพัฒนาระบบเตือนภัย
  • การสร้างความตระหนักรู้ของประชาชน

     “การตื่นตัวอย่างมีสติ ไม่ตื่นตระหนก คือทางรอดสำคัญของสังคมไทยต่อภัยแผ่นดินไหว” ศ.ดร.อมร กล่าว