วช. ผนึกนักวิจัย ภาครัฐ ประชาสังคม ถกวิกฤต PM2.5 ภาคเหนือ ชี้ “นวัตกรรม” ดูแลสุขภาพประชาชน ทางออกยั่งยืน
วช. ระดมผู้เชี่ยวชาญถกวิกฤตฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ 2569 ชี้ “วิจัย–นวัตกรรม” คือทางออกยั่งยืน ลดผลกระทบสุขภาพประชาชน

กรุงเทพฯ – วันที่ 7 เมษายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดเวทีเสวนา “วิกฤตหมอกควันภาคเหนือ... วิจัยนวัตกรรมมีคำตอบ” เพื่อเร่งหาทางออกต่อปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในหลายพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง
โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วย
- ดร.เจน ชาญณรงค์ กรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5”
-
นายประลอง ดำรงค์ไทย ผู้อำนวยการแผนงาน “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5”
รวมถึงนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เข้าร่วมอย่างคับคั่ง ณ ศูนย์สารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วช.
🔷 วช. ชี้ PM2.5 ภาคเหนือยังวิกฤต กระทบสุขภาพระยะยาว
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือปี 2569 ยังอยู่ในระดับน่ากังวล หลายพื้นที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานในระดับสีแดง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินหายใจและโรคเรื้อรัง
สาเหตุหลักมาจาก
- การเผาในพื้นที่ป่าและเกษตร
- มลพิษข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน
- ลักษณะภูมิประเทศแบบแอ่งกระทะ ทำให้ฝุ่นสะสม
วช. จึงเร่งผลักดันการใช้ วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) เป็นกลไกหลักในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
🔷 ผู้เชี่ยวชาญชี้ “ข้อมูล–นวัตกรรม–ชุมชน” คือหัวใจแก้ปัญหา
เวทีเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ได้แก่
- ผศ.ดร.อรอร ภู่เจริญ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ผู้ดำเนินรายการ)
- ดร.เกศศินี อุนะพำนัก ผู้อำนวยการส่วนมลพิษทางอากาศข้ามแดน กรมควบคุมมลพิษ
- น.ส.กรวิภา ปุนณศิริ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ กรมอนามัย
- ศ.ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- อ.ไพสิฐ พาณิชย์กุล นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- น.ส.อักษรสิริ ด้วงแจ่ม นักวิจัยจากไทยพีบีเอส
ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งด้านสถานการณ์จริง ผลกระทบสุขภาพ และแนวทางแก้ไขเชิงนวัตกรรม
🔷 เสนอโมเดล 3C แก้ฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน
ที่ประชุมได้สรุปแนวทางการจัดการฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นระบบ ผ่านโมเดล 3C ได้แก่
- Crisis Mode – รับมือสถานการณ์ฉุกเฉินโดยภาครัฐ
- Complicated Mode – ใช้เทคโนโลยี กฎหมาย และนวัตกรรม
- Complex Mode – แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น เศรษฐกิจและพฤติกรรมการเผา
พร้อมเน้นย้ำการมีส่วนร่วมของประชาชน และการสื่อสารเชิงรุกผ่านแพลตฟอร์ม เช่น WARROOM “ชุมชนรู้ทันฝุ่น ทันไฟ”
🔷 ดัน “ห้องปลอดฝุ่น–นวัตกรรมสุขภาพ” ลดผลกระทบประชาชน
นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอแนวทางเชิงปฏิบัติ เช่น
- การพัฒนาห้องปลอดฝุ่นในชุมชน
- เทคโนโลยีตรวจวัดคุณภาพอากาศ
- แนวทางป้องกันสุขภาพสำหรับกลุ่มเสี่ยง
เพื่อช่วยลดผลกระทบในระยะสั้น ควบคู่กับการแก้ปัญหาระยะยาว
🔷 วช. ย้ำเดินหน้าวิจัยแก้ PM2.5 เชิงระบบ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ระบุว่า จะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งระดับชุมชน ท้องถิ่น และประเทศ เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถนำไปใช้ได้จริง ลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
