ศิษย์เก่า วปอ.57 ร่วมซินโครตรอน ส่งมอบสายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุน 1,000 ชิ้น ให้ รพ.ค่ายสุรนารี ปกป้องชีวิตกำลังพลชายแดนไทย
ศิษย์เก่า วปอ.57 ร่วมกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ส่งมอบสายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุน 1,000 ชิ้น ให้โรงพยาบาลค่ายสุรนารี เสริมสมรรถนะแพทย์ทหาร ปกป้องชีวิตกำลังพลชายแดน

นครราชสีมา – เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 คณะศิษย์เก่าวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 57 ร่วมกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดพิธีส่งมอบสายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุน หรือที่รู้จักในชื่อ Combat Application Tourniquet (CAT) จำนวน 1,000 ชิ้น ให้แก่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี ณ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายศศิศ มนต์เสรีนุสรณ์ ประธานรุ่น วปอ.57 เป็นประธานในพิธี
สายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุนนี้เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ฉุกเฉินที่สำคัญ ใช้ควบคุมเลือดออกรุนแรงจากบาดแผลที่แขนหรือขา เมื่อวิธีกดแผลโดยตรงไม่สามารถหยุดเลือดได้ แถบกว้างของสายรัดช่วยกระจายแรงกด ลดความเสี่ยงบาดเจ็บเนื้อเยื่อ จึงมีประสิทธิภาพและปลอดภัยกว่าวัสดุชั่วคราว เช่น เชือกหรือผ้าแคบ
นายศศิศ มนต์เสรีนุสรณ์ ประธานรุ่น วปอ.57 กล่าวว่า “คณะศิษย์เก่า วปอ.57 ได้บริจาคเงินสนับสนุนการผลิตสายรัดห้ามเลือดแบบนี้ ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือหลายภาคส่วน โดยสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนพัฒนาให้ผลิตในประเทศไทย ราคาประหยัดกว่าแต่คุณภาพเทียบเท่าสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้สามารถผลิตจำนวนมากและช่วยรักษาชีวิตกำลังพลได้มากขึ้น เราขอบคุณ พล.อ.สุรศักดิ์ ถนัดศีลธรรม อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุรนารี และศิษย์เก่า วปอ.รุ่น 57 ที่จุดประกายโครงการนี้”
ท่านประธานรุ่นยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ไม่สงบ ศิษย์เก่า วปอ.57 ได้หารือและเห็นความเสียสละของน้อง ๆ ทหารแนวหน้าที่ปกป้องอธิปไตยให้คนด้านหลังปลอดภัย โครงการนี้จึงเป็นการตอบแทนจากแนวหลังสู่แนวหน้า เราหวังว่าสายรัดห้ามเลือดเหล่านี้จะไม่ต้องถูกใช้ เพราะหมายถึงทุกคนปลอดภัย แต่หากต้องใช้ ก็ขอให้ทุกคนกลับไปหาครอบครัวอย่างปลอดภัย”
พันเอก รัฐสรรค์ ภูวนาถวรกิตติ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุรนารี กล่าวว่า “สายรัดห้ามเลือดที่ได้รับจะถูกนำไปใช้โดยหน่วยสายการแพทย์ กองทัพภาคที่ 2 เพื่อสนับสนุนกองกำลังสุรนารีในภารกิจป้องกันชายแดนไทย-กัมพูชา โรงพยาบาลค่ายสุรนารีจะเป็นศูนย์กลางแจกจ่ายให้กำลังพล เพื่อรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน”
นายสำเริง ด้วงนิล รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “อุปกรณ์นี้พัฒนาและทดสอบร่วมกับโรงพยาบาลค่ายสุรนารี จนประสบความสำเร็จสำหรับใช้ในราชการภาคสนามของกองทัพภาคที่ 2 เนื่องจากสถานการณ์ความมั่นคงยังต้องการอุปกรณ์เพียงพออย่างต่อเนื่อง คณะศิษย์เก่า วปอ.57 จึงสนับสนุนงบประมาณ และสถาบันฯ รับผิดชอบการผลิต”
โครงการนี้แสดงถึงการประยุกต์ใช้ความเชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนเพื่อความมั่นคงของชาติ เป็นตัวอย่างความร่วมมือระหว่างศิษย์เก่า วปอ. หน่วยงานวิจัย และกองทัพ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะแพทย์ทหารและปกป้องชีวิตกำลังพลในพื้นที่เสี่ยง
