งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

การเมืองเดือด! รายงานชี้ “เคนโด้” เผชิญกระแสข่าวโจมตี หลังประกาศจุดยืนเข้ม ปราบโกงประชาชน

พีค! มิจฉาชีพรวมตัว "สกัดดาวรุ่ง" เคนโด้ ไม่ให้เป็น สส. คาดกลัวดันกฎหมาย "ประหารชีวิตคนโกง"

สกัดดาวรุ่ง​ เคนโด้

     ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงใกล้การเลือกตั้ง พบกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อมูลโจมตีบนสื่อสังคมออนไลน์ที่พุ่งเป้าไปยัง นายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร หรือที่รู้จักในชื่อ “เคนโด้” อดีตผู้ประกาศข่าวและนักเคลื่อนไหวด้านการเปิดโปงกลโกง ซึ่งปัจจุบันประกาศตัวลงสู่สนามการเมืองอย่างเป็นทางการในนามผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)

     รายงานจากแหล่งข่าวในแวดวงการเมืองและความมั่นคงด้านไซเบอร์ ระบุว่า เริ่มตรวจพบลักษณะการสื่อสารที่เข้าข่าย ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operations: IO) และ ข่าวปลอม (Fake News) ที่มีเนื้อหาบิดเบือนโจมตีตัวบุคคล ทั้งการตัดต่อข้อความ สร้างประเด็นเท็จ และขยายผลผ่านบัญชีผู้ใช้จำนวนมากในเวลาใกล้เคียงกัน

     แหล่งข่าววิเคราะห์ว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดแรงต้าน อาจมาจาก จุดยืนเชิงนโยบายของเคนโด้ ที่ประกาศชัดถึงการยกระดับการปราบปรามคดีฉ้อโกงประชาชนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะข้อเสนอให้ทบทวนกฎหมาย เพิ่มโทษคดีโกงในระดับสูง และการยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นแนวนโยบายที่เขาระบุว่าสอดคล้องกับทิศทางของ พรรครวมไทยสร้างชาติ

    รายงานข่าวยังระบุว่า กลุ่มที่เคยตกเป็นคู่ขัดแย้งจากการทำงานเปิดโปงคดีในอดีต รวมถึงเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ อาจเป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับบทบาททางการเมืองของเคนโด้ และแสดงความกังวลต่อการผลักดันกฎหมายที่เข้มข้นขึ้นในอนาคต หากเขาได้รับเลือกตั้งเข้าสภา

     ด้าน เคนโด้ ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า รับทราบถึงกระแสโจมตีดังกล่าว และยืนยันว่าจะเดินหน้าลงพื้นที่พบประชาชนตามปกติ พร้อมย้ำจุดยืนว่า

“การฉ้อโกงประชาชนสร้างความเสียหายต่อสังคมอย่างร้ายแรง กฎหมายต้องเข้มแข็งและบังคับใช้อย่างเป็นธรรม”

     เขายังระบุว่า การตัดสินใจเข้าสู่สนามการเมือง มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ระบบยุติธรรมและกลไกรัฐสามารถปกป้องประชาชนจากอาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    ทั้งนี้ เคนโด้ได้เชิญชวนประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยสนับสนุนแนวทางการเมืองที่เน้นความสุจริต โปร่งใส และการบริหารประเทศตามหลักนิติธรรม พร้อมแสดงจุดยืนสนับสนุน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตามแนวนโยบายของพรรค

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังคงต้องติดตามว่ากระแสบนโลกออนไลน์จะส่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในวันเลือกตั้งมากน้อยเพียงใด