ADS


Breaking News

“ไบโอบอร์น เปิดตัวนวัตกรรมจากธรรมชาติแผ่นซับสิว AcneQ”

     บริษัท ไบโอบอร์น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยและพัฒนา เกิดจากการรวมกลุ่มของนักวิจัยที่มีชื่อเสียงด้านเภสัชศาสตร์ ได้ฤกษ์เปิดตัวนวัตกรรมจากธรรมชาติ แผ่นซับสิว AcneQ อย่างเป็นทางการ การันตีด้วยรางวัลเหรียญทองจากการประกวด “Economic and Scientific Innovation” ในงาน INTARG 2016 ณ ประเทศโปแลนด์ เพื่อรุกตลาดสุขภาพและความงาม ในเทรนด์ของโลกนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยี ที่อิงกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รองรับการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (MEDICAL HUB) กลไกหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ศ.ดร.ภาวิช ทองโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท ไบโอบอร์น จำกัด กล่าวว่า นับตั้งแต่เริ่มต้นสหัสวรรษใหม่ ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิถีการเรียนรู้ การทำงาน สังคม การค้า การสื่อสาร และการรับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ นำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้า การพัฒนาประเทศจากการค้นพบวิทยาการสมัยใหม่ โดยเฉพาะนวัตกรรมนาโนด้านเภสัชศาสตร์ ที่เข้ามามีบทบาทในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมดั้งเดิมของคนไทย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ยังเกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้ต้องเลือกว่าเราจะเป็นเพียงแค่ผู้บริโภค หรือจะเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม ซึ่งเทรนด์ของโลกที่เปลี่ยนไป ทำให้บริษัท ไบโอบอร์น จำกัด เกิดขึ้นด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างสุขภาพ และความงามรองรับการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (MEDICAL HUB) กลไกหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ความมุ่งมั่นของไบโอบอร์น ในการค้นคว้าวิจัย โดยร่วมมือกับนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิจัยด้านเภสัชศาสตร์ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเลือกใช้วัสดุที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติ ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรชีวภาพที่หาได้ง่ายในประเทศไทย และหากนำมาแปรรูปอย่างถูกต้องด้วยฝีมือและสมองของนักวิจัยไทย จะทำให้เกิดนวัตกรรมและนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณค่าต่อมวลมนุษยชาติ นับว่าส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ
ผลงานวิจัยด้านเภสัชศาสตร์ต่อจากนี้โลกต้องตะลึง! ในเรื่องของสิว ที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องจิ๋ว ๆ  แต่ในโลกของนวัตกรรม การรักษาสิวมีการพัฒนาไปไกลจากการพัฒนาด้านเภสัชศาสตร์  จากการคิดค้นนวัตกรรมแผ่นซับสิว AcneQ ทำจากยางธรรมชาติโปรตีนต่ำ ที่สามารถดูดซับหนอง หรือของเหลวจากสิวได้ดี มีส่วนผสมของสารสกัดเปลือกมังคุดที่ทำให้อยู่ในรูปของอนุภาคนาโน (Nano-encapsulation) ช่วยเพิ่มความคงตัว และทำให้ซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้ดีขึ้น และสารสกัดจากเปลือกมังคุด Nano-encapsulation จะออกฤทธิ์แบบ sustained release ที่ค่อย ๆ ปลดปล่อยสารสำคัญออกมา จึงทำให้ออกฤทธิ์อย่างสม่ำเสมอและยาวนานถึง 8 ชั่วโมง มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium acnes (P. acnes) ซึ่งก่อให้เกิดสิว จึงแตกต่างจากผลิตภัณฑ์แผ่นซับสิวตัวอื่นที่เป็นเพียงแผ่นปิดป้องกันสิ่งสกปรกเท่านั้น โดยส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมาจากธรรมชาติ ทั้งยางและสารสกัดจากเปลือกมังคุด จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย
    แผ่นซับสิว AcneQ ผ่านการรับรองการวิจัยทางคลินิก โดยทำการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแผ่นซับสิวทั่วไปที่ทำจากสารไฮโดรคอลลอยด์ พบว่า สิวอักเสบที่ได้รับการรักษาด้วยแผ่นซับสิว AcneQ ช่วยให้ขนาดของสิวลดลงมากกว่าการใช้แผ่นซับสิวที่ทำจากสารไฮโดรคอลลอยด์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ยังพบว่าช่วยลดรอยแดงที่เกิดจากสิว และการอักเสบได้ดีกว่าด้วยคุณสมบัติ 4 ประการ คือ ปกป้อง ดูดซับ ฟื้นฟู และลดการอักเสบ  โดยตลอดการศึกษา และทดสอบจากอาสาสมัครมีความพึงพอใจไม่พบผลข้างเคียงใด ๆ 
ขณะนี้แผ่นซับสิว AcneQ  พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ Siam Paragon, Emporium, The Mall ทุกสาขา และที่ EVEANDBOY ทั้ง 5 สาขา ได้แก่ สาขา SIAM SQUARE ONE ชั้น LG,  สาขา Mega Bangna ชั้น 1, สาขาอาคาร BB Building ถนนอโศก ชั้น 1, สาขาสยามสแควร์ซอย 1 และสาขา Zpell ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 1 รวมทั้ง Foodland ทุกสาขา ในราคาจำหน่าย 139 บาท  

ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์  นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติและนักนวัตกรรมที่มีชื่อเสียงระดับโลกกล่าวถึงผลงานแผ่นซับสิว AcneQ ที่ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ


FACT SHEET
หัวข้อ
รายละเอียด
ชื่อผลิตภัณฑ์
ACNEQ
ชนิดผลิตภัณฑ์
แผ่นซับสิว
คุณสมบัติ
  1. แผ่นซับสิว ACNEQ ทำจากยางธรรมชาติโปรตีนต่ำ มีคุณสมบัติเหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น สามารถติดกับผิวหนัง
    ได้ดี ไม่หลุดง่าย ผนวกกับสารดูดซับจากธรรมชาติ สามารถดูดซับหนองและของเหลวจากสิวได้เป็นอย่างดี
  2. มีส่วนผสมของสารสกัดเปลือกมังคุด ซึ่งมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium acnes ที่ก่อให้เกิดสิว จึงแตกต่างจากผลิตภัณฑ์แผ่นซับสิวตัวอื่นที่ไม่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ
  3. สารสกัดเปลือกมังคุดถูกทำให้อยู่ในรูปของอนุภาคนาโน (nano-encapsulation) เพื่อเพิ่มความคงตัว ช่วยให้ซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้ดี และออกฤทธิ์แบบ sustained release ค่อยๆ ปลดปล่อยสารสำคัญ จึงทำให้ออกฤทธิ์สม่ำเสมอและยาวนานถึง 8 ชั่วโมง
  4. ผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบทั้งหมดมาจากธรรมชาติ จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย
ข้อบ่งใช้ผลิตภัณฑ์
สำหรับปิดผิวหนังบริเวณที่เป็นสิวอักเสบ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมหรือจากการสัมผัส สามารถลดอาการอักเสบ และดูดซับของเหลวจากสิว ควรเปลี่ยนทุก ๆ 8 ชั่วโมง
ขนาดบรรจุ
1 กล่อง บรรจุ 18 ดวง ประกอบด้วย
-   ขนาด 8 มม. จำนวน 12 ดวง
-   ขนาด 12 มม. จำนวน 6 ดวง
ราคาจำหน่าย
139 บาท/ กล่อง
ช่องทางการติดต่อ
Telephone:    0-2685-1168
Website:        www.bioborne.com
Line:             @bioborne
Facebook:      ACNEQ
Instagram:      Bioborne
สถานที่จัดจำหน่าย
  • Eve and boy (ทุกสาขา)
  • The mall (ทุกสาขา)
  • Siam Paragon
  • Emporium
  • Bluport
  • Foodland (ทุกสาขา)
งานวิจัยรองรับ
แผ่นซับสิว ACNEQ ผ่านการวิจัยทางคลินิก ในการศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของแผ่นปิดสิวอักเสบที่พัฒนาจากแผ่นยางโปรตีนต่ำซึ่งประกอบด้วยสารสกัดจากเปลือกมังคุดและรากต้นก้ามปู ที่ศูนย์ผิวหนัง มศว.
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแผ่นซับสิว ACNEQ กับแผ่นซับ
สิวที่ทำจากสารไฮโดรคอลลอยด์ พบว่าแผ่นซับสิว ACNEQ ช่วยลดขนาดของสิวอักเสบลงมากกว่าแผ่นซับสิวที่ทำจากสารไฮโดรคอลลอยด์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ยังช่วยลดรอยแดง และการอักเสบได้ดีกว่าอีกด้วย
กราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของสิวอักเสบเปรียบเทียบระหว่างการรักษา  ทั้ง 2 กลุ่มที่ระยะเวลา 0, 3, 7, 14 วัน * P value < 0.05 ถือว่ามีนัยสำคัญทางสถิติ
รางวัลที่ได้รับ
ACNEQ ได้รับรางวัลเหรียญทอง จากการประกวด Economic and Scientific Innovation งาน INTARG 2016 ณ ประเทศโปแลนด์
 







RESEARCH PUBLICATION
THE EFFICACY OF LOW PROTEIN ACNE PATCH CONTAINING WITH THE EXTRACTS OF GARCINIA MANGOSTANA LINN AND DRY ROOT OF ALBIZIA SAMAN
     ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของแผ่นปิด สิวอักเสบที่พัฒนาจากแผ่นยางโปรตีนต่ำาซึ่ง ประกอบด้วยสารสกัดจากเปลือกมังคุดและรากต้นก้ามปู
จิรา คุณากรวงศ์1, เทพ เฉลิมชัย2, พรอนงค์ อร่ามวิทย์3, สุวิรากร โอภาสวงศ์1, มนตรี อุดมเพทายกุล1
1ศูนย์ผิวหนัง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
2สำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
3คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ตีพิมพ์ในวาสารการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ

ABSTRACT
Acne is a common cause of skin problem. Hydrocolloid is used for alternative treatment of acne therapy to decreased the inflammatory process. Objective of this study is efficiency comparison between low protein acne patch containing with the extracts of Garcinia mangos tana Linn and dry root of Albizia saman (GA) and hydrocolloid patch (H) by randomized, assessor-blinded, controlled, intra-individual split face comparative study in 36 moderate acne vulgaris volunteers. The result was showed that the median time to recovery of the acne on the side that was treated with GA is 7 days, while the side that was treated with H is 14 days with statistically significant difference (p = 0.001). The acne diameter size and clinical erythema score results were evaluated that GA treated group has statistically significantly smaller in diameter size and lower clinical erythema score more than the H group (p = 1x10-6) on day 3, 7 and 14. In terms of the patients’s satisfaction, the satisfaction score of GA was higher than H group that mean to be more satisfied. No adverse effects were informed from either type of patches. In conclusion, the low protein acne patch containing with mixed extracts of Garcinia mangostana Linn and dry root of Albizia saman was effective and safe for treating acne, which were exhibited on more efficacy for acne treatment than the hydrocolloid acne patch. Thus, this can be used as an alternative inflammatory acne treatment.

บทคัดย่อ
สิวเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น มลภาวะจากสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาหาร และเครื่องสำอาง เป็นต้น ซึ่งในปัจจุปันมีการรักษาทางเลือกโดยใช้สารในกลุ่มไฮโดรคอลลอยด์มาพัฒนาเป็นแผ่นปิดสิวเพื่อลดการอักเสบ โดยงานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาและเปรียบเทียบการรักษาสิวแบบแบ่งครึ่งหน้า ระหว่างแผ่นแผ่นซับสิวไฮโดรคอลลอยด์ และแผ่นปิดสิวที่ผลิตจากยางพาราธรรมชาติโปรตีนต่ำ ผสมสารสกัดเปลือกมังคุดและรากต้นก้ามปู ด้วยการสุ่มเลือกอาสาสมัครที่มีความรุนแรงของสิวระดับน้อยถึงปานกลาง จำนวน 36 คน ติดตามผลการศึกษาโดยวิเคราะห์ระยะเวลาการหายของสิวอักเสบ และศึกษาเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของสิวอักเสบ ระดับความแดงทางคลินิค ความพึงพอใจโดยรวมของอาสาสมัครต่อการรักษา รวมถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ที่ระยะเวลาวันที่ 3, 7 และ 14 ผลการรักษาพบว่า ด้านที่ได้รับการรักษาด้วยแผ่นปิดสิวจากแผ่นยางโปรตีนต่ำ ผสมสารสกัดจากเปลือกมังคุดและรากต้นก้ามปู มีค่าเฉลี่ยระยะเวลาการหายของสิวเท่ากับ 7 วัน ขณะที่ด้านที่ได้รับการรักษาด้วยแผ่นปิดสิวไฮโดรคอลลอยด์ มีค่าเฉลี่ยระยะเวลาการหายของสิวเท่ากับ 14 วัน ซึ่งใช้เวลามากกว่าเท่าตัว นอกจากนี้พบว่า มีระดับความแดงทางคลินิคลดลง และอาสาสมัครมีความพึงพอใจโดยรวมมากกว่า เมื่อเทียบระหว่างการรักษาด้วยแผ่นปิดสิวจากยางพาราธรรมชาติโปรตีนต่ำ ผสมสารสกัดเปลือกมังคุดและรากต้นก้ามปู กับการรักษาด้วยแผ่นปิดสิวไฮโดรคอลลอยด์ จากผลการศึกษานี้จึงสรุปได้ว่า แผ่นปิดสิวที่ผลิตจากยางพาราธรรมชาติโปรตีนต่ำ ผสมสารสกัดเปลือกมังคุดและรากต้นก้ามปู มีประสิทธิภาพในการรักษาสิวอักเสบได้ดีกว่าถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับแผ่นปิดรักษาสิวที่ทำจากสารไฮโดรคลอลอยด์ และมีความปลอดภัยสูง ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ จึงสามารถใช้ร่วมกับการรักษาหลัก หรือใช้เป็นการรักษาทางเลือกในการรักษาสิวอักเสบได้
ผลการทดลอง
     ประเมินการหายของสิวอักเสบเปรียบเทียบระหว่างการรักษาทั้ง 2 กลุ่ม พบว่าด้านที่ได้รับการรักษาด้วยแผ่นปิดสิวอักเสบที่พัฒนาจากแผ่นยางโปรตีนต่ำและประกอบด้วยสารสกัดจากเปลือกมังคุดและรากต้นก้ามปูมีระยะเวลาการหายของสิวอักเสบเร็วกว่าเมื่อเทียบกับด้านที่ได้รับแผ่นปิดรักษาสิวที่ทำจากสารไฮโดรคอลลอยด์ ถึง 2.0 เท่า (Hazard ratio; HR = 2.0, 95% confidence interval (CI): 1.5-2.7 เท่า) โดยด้านที่ได้รับการรักษาด้วยแผ่นปิดสิวอักเสบที่พัฒนาจากแผ่นยางโปรตีนต่ำและประกอบด้วยสารสกัดจากเปลือกมังคุดและรากต้นก้ามปูมีค่าเฉลี่ยระยะเวลาการหายของสิวอักเสบเท่ากับ 7 วัน (Interquartile range (IQR) : 3-14 วัน) ขณะที่ด้านที่ได้รับแผ่นปิดรักษาสิวที่ทำจากไฮโดรคอลลอยด์เท่ากับ 14 วัน (IQR : 7-unreached วัน) โดยมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.001, Log rank test) ดังแสดงในรูปที่ 1 และ 2
Full publication
ผลงานวิจัยฉบับเต็ม
Link: http://www.tci-thaijo.org/index.php/jmhs/article/view/73785