ADS


Breaking News

ททท. สานต่อโครงการ Art for the KING ปี 3 การประกวดสร้างสรรค์ประติมากรรม 3 มิติ

ททท. สานต่อโครงการ Art for the KING ปี 3 การประกวดสร้างสรรค์ประติมากรรม 3 มิติ หัวข้อ“ข้อความจากใจถึงในหลวง” มอบทุนการศึกษากว่า 4.5 แสนบาทผลงาน   little hope  ทีม One On Try  ม.ศิลปากร คว้าชัย รางวัลประติมากรรมยอดเยี่ยม
     นายนพดล ภาคพรต ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ร่วมกับพันธมิตร  Mthai และ เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นประธานมอบทุนการศึกษากว่า 4.5 แสนบาท  ในโครงการ Art for the KING ปี 3 ในหัวข้อ “ข้อความจากใจถึงในหลวง” งานประกาศรางวัลชนะเลิศ การประกวดงานสร้างสรรค์ ประติมากรรมจากกระดาษ (Paper Mache) แบบ 3 มิติ เวทีที่ให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อในหลวงผ่านงานศิลปะ สอดแทรกคำสอน ตั้งเตือนใจเป็นศิลป์อนุสรณ์เทิดพระเกียรติ และส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับคนไทยทุกคน   ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้เหล่าเยาวชนคลื่นลูกใหม่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ส่งชิ้นงานเข้าประกวดกว่า 60 ชิ้นงาน จาก 60 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ  และผ่านการคัดกรองนำผลงานมาจัดแสดงเพียง 15 ชิ้นงาน 
     โดย รางวัลประติมากรรมยอดเยี่ยม รับทุนการศึกษา 100,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร คือผลงานชื่อ  little hope ของทีม One On Try  มหาวิทยาลัยศิลปากร  ซึ่งประกอบด้วยนักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะจิตรกรรม ได้แก่ นายวัลลภ ป้อมเกิด, นายชลภัท สุภัทธนิกกุล และนางสาวอรสุภางค์ เกียรติอุทัย  โดยทีมเล่าว่า ได้ไอเดียในการสร้างชิ้นงาน มาจากเรื่องราว ที่ในหลวงทรงเห็นความสำคัญ ในการส่งเสริมด้านการศึกษาเพื่อเด็กยากไร้ ทรงจัดตั้งโรงเรียนในชนบทต่างๆ ทางทีมมองว่า ถ้าไม่มีโอกาสทางการศึกษา ประเทศชาติจะอยู่อย่างไร? เด็กน้อยจนๆ เยาวชนมากมาย จะอยู่กินอย่างไรหากไม่ได้รับโอกาสนี้ จึงเกิดผลงาน little hope ชิ้นนี้ขึ้นมา  ด้วยซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงเห็นเรื่องเล็กน้อยของประชาชนยิ่งใหญ่เสมอ  ทางทีมใช้เวลา 1 เดือนเต็มในผลิตผลงานชิ้น ตั้งแต่ทำแม่พิมพ์ ปิดท้ายด้วยนำกระดาษหนังสือเรียน ที่ไม่ได้ใช้แล้วของน้องๆ ที่อยู่ต่างจังหวัดมาแปะ ทำเป็นสไตล์เปเปอร์มาเช่"
  • รางวัลประติมากรรมดีเด่นอันดับ 1 ได้แก่  ผลงานชื่อ   เรารักในหลวง ของทีม บ้านนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง รับทุนการศึกษา 70,000 บาท
  • รางวัลประติมากรรมดีเด่นอันดับ 2 ได้แก่ ผลงานชื่อ ตามรอยพ่อ ของทีม Su Team  มหาวิทยาลัยศิลปากร  รับทุนการศึกษา 50,000 บาท
  • ทุกทีมยังได้รับโล่เกียรติยศและประกาศนียบัตร อาจารย์ที่ปรึกษาของแต่ละทีม ยังได้รับประกาศนียบัตร พร้อมเงินสด 15,000 บาท 10,000 บาท และ 5,000 บาท ตามลำดับ
     สำหรับทีมที่ได้รับ   รางวัลประติมากรรมสร้างสรรค์  ทั้ง 6 ทีม ได้รับทุนการศึกษาทีมละ 15,000 บาท + โล่ เกียรติยศ และประกาศนียบัตร ได้แก่

1.ทีมลูกศิษย์ อ.ชัยวัฒน์
ชื่อผลงาน ของขวัญจากพ่อ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ

2.ทีมเด็กใต้หัวใจศิลป์
ชื่อผลงาน หยาดเหงื่อชโลมชีวิต
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

3.ทีมรากไทย
ชื่อผลงาน คำสอนของพ่อ
โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม

4.ทีม สถ.มน.
ชื่อ ริเริ่ม รวบรวม เรียงร้อย รักเราเถิดไท้องค์ราชัน
มหาวิทยาลัยนเรศวร

5.ทีม The elephant number nine
ชื่อผลงาน คชสารแห่งความสุข
ม.เทคโนโลยีรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง

6.ทีมดินเหนียว
ชื่อผลงาน พลังแผ่นดิน
มหาวิทยาลัยนเรศวร
     รางวัลชมเชย   6 ทีม ได้ทุนการศึกษาทีมละ 3,000 บาท  +ประกาศนียบัตร  ได้แก่

1.ทีม ID. Ant
ชื่อผลงาน เป็นอย่างมด
มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี

2.ทีมจิตกรรมรากหญ้า
ชื่อผลงาน คีตราชัน
มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา

3.ทีม Vivid
ชื่อผลงาน 4 ปัจจัย เทิดไท้องค์ราชัน
โรงเรียนตะโหมด จ.พัทลุง

4.ทีมเสลา7
ชื่อผลงาน น้ำพระทัยดั่งแสงทอง
มหาวิทยาลัยนเรศวร

5.ทีมยาแก้อักเสบ
ชื่อผลงาน ด้วยเก้า
จากมหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม

6.ทีมด้วยใจรัก
ชื่อผลงาน ของขวัญแด่พ่อ
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

     Highlight   มีการจัดแสดงผลงานประติมากรรม 15 ชิ้นงาน ที่ผ่านการเข้ารอบ เตรียมลุ้นรางวัลชนะเลิศ ไฮไลท์อื่นคือเปิดตัว Giant installation art “The Yellow Seed”  ผลงานประติมากรรมยักษ์  3 เมตร จากศิลปินชื่อดัง คุณโลเล-ทวีศักดิ์ ศรีทองดี เจ้าของผลงาน installation art มากมาย สร้างสีสันให้คนในงานมาร่วมเขียนข้อความจากใจถึงในหลวง ร่วม  Selfie กับ The Yellow Seed และงานประติมากรรมชิ้นอื่นๆ เตรียมรับรางวัลมากมายในงาน  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมสนุก อาทิ  Art Workshop โดยมี “โอ๋ ฟูตอง” มาสอนออกแบบลายเสื้อ  การแสดงดนตรีจากวง 25 Hours  งานนี้ยังได้รับเกียรติจากเหล่าอาร์ตรุ่นเดอะ   ร่วมเป็นกรรมการตัดสิน อาทิ สิงห์ อินทรชูโต, วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ , กิตติรัตน์ ปิติพานิช, วุฒิกร คงคา และทวีศักดิ์ ศรีทองดี
     นายนพดล ภาคพรต ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม ททท. กล่าวว่า “สืบเนื่องจากการดำเนินโครงการ Art for the KING ปีที่ 1 และปีที่ 2  เกิดขึ้นจากแนวความคิดที่ต้องการให้เยาวชนรุ่นใหม่ ได้รับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มากขึ้น โดยมีการจัดทำกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เยาวชนทั่วประเทศศึกษาค้นคว้าเรื่องของพระองค์ฯ และได้ผลตอบรับจากกลุ่มเยาวชนและคณะอาจารย์เป็นอย่างดี จึงจัดโครงการ Art for the KING ปีที่ 3 ขึ้นอีกเพื่อเปิดเวทีในการแสดงออกให้เยาวชนรุ่นน้องๆ ที่ยังไม่เคยส่งผลงานเข้าประกวดมาแสดงฝีมือในปีนี้ การจัดทำโครงการดังกล่าวนี้ ถือเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีโดยให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในแบบของตนเอง อีกทั้งเป็นการ  ปลูกจิตสำนึกให้กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ก่อให้เกิดความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวยังได้รับความร่วมมือจากองค์กรเอกชน อาทิ เว็บไซด์ MTHAI ในเครือโมโนกรุ๊ป   และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)  การร่วมสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว ในด้านการท่องเที่ยวนั้นก็ถือว่าเป็นการสร้างสรรค์สิ่งดึงดูดความสนใจใหม่ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่สนใจงานศิลป์ เพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่เที่ยว อันจะช่วยดึงดูดให้มีผู้ไปเยี่ยมชมงานศิลป์ภายในประเทศเพิ่มขึ้น และอีกทั้งยังเป็นการ  ปลูกฝังเยาวชนรุ่นใหม่ ในการสร้างสรรค์งานประติมากรรมที่มีคุณค่าให้กับพื้นที่ท่องเที่ยวในประเทศต่อไปในอนาคต  สำหรับในปีต่อไป งาน Art for the King จะพัฒนารูปแบบใหม่ ให้ต่างชาติทั่วโลกได้รับทราบถึงความรักที่คนไทยมีต่อในหลวง ผ่านงานศิลปะซึ่งเป็นตัวกลางในการสื่อสารที่ลึกซึ้งอยากให้ทุกท่านคอยติดตาม” 
     สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจทั่วไป สามารถเข้าชมผลงานประติกรรม  “ข้อความจากใจถึงในหลวง”   ไปจนถึง 30 มิถุนายน 2558 ทุกชิ้นงานประติมากรรมจะตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และร่วมสนุกลุ้นรับ Voucher จาก Central World โดยการถ่ายภาพ  Selfie  กับตุ๊กตา yellow seed   ได้ ณ CentralWorld  จนถึง 30 มิ.ย.  / 1 ก.ค. - 16 ก.ค.@Amarin Plaza /17 ก.ค.- 5 ส.ค. @Digital Gateway Siam SQ.
      #แฮชแท็กข้อความจากใจของท่าน #Artfortheking9 ไปยังหน้าเฟสบุ๊คของโครงการ  www.facebook.com/artfortheking9    หรือ IG: Art for the King 9 ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2558