งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

“ยศชนัน” ชู Natural Capital Financing บนเวที STS Forum 2026 ดัน “ทุนธรรมชาติ” สู่กลไกลงทุน สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน

“ยศชนัน” เสนอ Natural Capital Financing เวทีโลก ชวนตีมูลค่า “ทุนธรรมชาติไทย” ดันเศรษฐกิจสู่อนาคต

ยศชนัน Natural Capital Financing

     เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น – ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ขึ้นปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการประชุม Science and Technology in Society forum 2026 – The 23rd Annual Meeting (STS forum 2026) เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ณ Kyoto International Conference Center (ICC Kyoto) เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น พร้อมนำเสนอแนวคิด Natural Capital Financing หรือการเงินบนฐานทุนธรรมชาติ เพื่อผลักดันให้ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศได้รับการประเมินคุณค่าและเชื่อมโยงเข้าสู่กลไกการลงทุน การพัฒนาเศรษฐกิจ และการสร้างความมั่นคงในระยะยาว

     การประชุม STS forum 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–6 ตุลาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “Navigating Tectonic Shifts in Science, Technology, and Society” เป็นเวทีนานาชาติที่รวบรวมผู้นำจากภาครัฐ ภาควิชาการ ภาควิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคอุตสาหกรรม และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสังคม รวมถึงแนวทางใช้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมรับมือความท้าทายของมนุษยชาติ โดย STS forum ระบุว่าเวทีดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำที่เกียวโต และมีเป้าหมายเชื่อมโยงภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐเพื่อร่วมกำหนดอนาคตของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระยะยาว

“ยศชนัน” เสนอ Natural Capital Financing เปลี่ยนทุนธรรมชาติสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ

     ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า การรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคตไม่ควรมองเฉพาะเรื่อง Carbon Credit หรือเป้าหมาย Net Zero เท่านั้น แต่ควรขยายมุมมองไปยังทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ได้แก่ ความหลากหลายทางชีวภาพ ป่าไม้ ทรัพยากรน้ำ และระบบนิเวศ ซึ่งสามารถมองรวมกันในฐานะ Natural Capital หรือทุนธรรมชาติ

     แนวคิด Natural Capital Financing จึงมุ่งพัฒนากลไกทางการเงินที่สามารถสนับสนุนการอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการเพิ่มคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ โดยทำให้คุณค่าของระบบนิเวศสามารถถูกนำมาพิจารณาในระบบเศรษฐกิจและการลงทุนมากขึ้น

     ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ยังเสนอว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งจากความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ จึงมีศักยภาพที่จะพัฒนาแนวทางการประเมินและจัดทำบัญชีทุนธรรมชาติ เพื่อนำคุณค่าของทรัพยากรเหล่านี้มาสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

     แนวคิดดังกล่าวเปรียบเทียบได้กับประเทศที่มีทรัพยากรแร่ธาตุหรือน้ำมัน ซึ่งสามารถประเมินมูลค่าทรัพยากรและนำไปใช้ประกอบการวางแผนเศรษฐกิจ ขณะที่ประเทศไทยสามารถพัฒนาองค์ความรู้และระบบข้อมูลเพื่อประเมินคุณค่าของทุนธรรมชาติของประเทศในลักษณะที่เหมาะสมกับบริบทไทย

     ประเทศไทยยังได้เริ่มต้นโครงการนำร่องด้านทุนธรรมชาติในพื้นที่ จังหวัดน่าน เพื่อศึกษาศักยภาพการนำทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศมาสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

ดัน 3 ยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สู่ประเทศรายได้สูง

     นอกจาก Natural Capital Financing แล้ว ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ยังนำเสนอแนวทางใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือยกระดับประเทศไทยไปสู่ประเทศรายได้สูง ผ่าน 3 โครงการยุทธศาสตร์ ได้แก่

     Siam Silica ยุทธศาสตร์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศไทย มุ่งยกระดับประเทศจากฐานการประกอบและทดสอบอุตสาหกรรมชิป ไปสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าสูงขึ้นในห่วงโซ่อุปทานโลก พร้อมเร่งพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

     Siam Medica ยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพแบบองค์รวม มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและ Wellness Hub โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นฐานในการสร้างบริการและอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่ม

     และ Siam Terra ยุทธศาสตร์ด้านการเกษตรที่มุ่งนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาเพิ่มผลิตภาพและรายได้ของเกษตรกร จากการจำหน่ายผลผลิตขั้นต้นไปสู่การแปรรูปเป็นอาหารและยา รวมถึงส่งเสริมให้เกษตรกรมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของในห่วงโซ่คุณค่า หรือ Value Chain มากขึ้น โดยเตรียมพัฒนาโครงการนำร่องในปี 2570

Hiroshi Komiyama ชู Holistic Design เชื่อมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และคุณค่ามนุษย์

     ในพิธีเปิด ศาสตราจารย์ Hiroshi Komiyama ประธาน Science and Technology in Society forum (STS forum) กล่าวถึงโลกที่กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญจากความท้าทายหลายด้านที่เชื่อมโยงกัน ทั้งพลังงาน อาหาร น้ำ สุขภาพ ความเหลื่อมล้ำ สังคมสูงวัย และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

     ศาสตราจารย์ Hiroshi Komiyama เสนอแนวคิด Holistic Design หรือการออกแบบแบบองค์รวม ซึ่งจำเป็นต้องบูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สถาบัน ตลาด และคุณค่าของมนุษย์เข้าด้วยกัน เพื่อให้การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถตอบโจทย์สังคมได้อย่างรอบด้าน

     สำหรับปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ศาสตราจารย์ Hiroshi Komiyama มองว่า AI มีศักยภาพในการเชื่อมโยงองค์ความรู้และสนับสนุนการตัดสินใจ แต่การใช้เทคโนโลยีจำเป็นต้องมีระบบกำกับดูแลที่เหมาะสมและยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการร่วมออกแบบอนาคต

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นชู AI และภูมิรัฐศาสตร์ เปลี่ยนทิศทางวิจัยโลก

     ด้าน นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ส่งสารเนื่องในพิธีเปิด STS forum 2026 โดยกล่าวถึงความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของ AI และการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งกำลังส่งผลต่อทิศทางการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานด้านเทคโนโลยีของโลก

     นางซานาเอะ ทาคาอิจิ ระบุถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมเน้นความจำเป็นในการเสริมสร้างความร่วมมือและการประสานงานระหว่างประเทศ

     ญี่ปุ่นมุ่งใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหาสังคมควบคู่กับการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อมุ่งสู่สังคมที่ยั่งยืน ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

Michael Kratsios ผลักดัน “New Golden Age of Science”

     ขณะที่ Mr. Michael Kratsios, Assistant to the President and Director, White House Office of Science and Technology Policy (OSTP), United States of America นำเสนอแนวทางสู่ “New Golden Age of Science” โดยให้ความสำคัญกับการปรับระบบสนับสนุนการวิจัยให้มีความยืดหยุ่น การเปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์และบุคลากรรุ่นใหม่เข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง และการใช้ AI เพื่อเร่งการค้นพบทางวิทยาศาสตร์

     Mr. Michael Kratsios มองว่า AI ควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมศักยภาพของมนุษย์ พร้อมนำเสนอแนวคิด “Kyoto Vision for a Golden Age” เพื่อส่งเสริมการพัฒนาระบบวิจัยและความร่วมมือระหว่างประเทศในการใช้เทคโนโลยีใหม่ขับเคลื่อนนวัตกรรมและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์

     แนวคิด Kyoto Vision ยังสะท้อนการให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบวิจัย การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลและเทคโนโลยี ตลอดจนการใช้ AI และเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเร่งการค้นพบทางวิทยาศาสตร์

Jun Sawada ชูคุณค่าความเป็นมนุษย์ในยุค Generative AI

     ด้าน Mr. Jun Sawada, Executive Chairman and Member of the Board, NTT, Inc. และ Vice Chairman, Keidanren (Japan Business Federation) กล่าวถึงบทบาทของภาคอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา หรือ R&D รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

     โดยเฉพาะในยุค Generative AI ที่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับคุณค่าและความหมายของความเป็นมนุษย์ควบคู่กับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

     Mr. Jun Sawada ยังเสนอแนวคิด “Multilayered Society of Values” ที่เปิดรับความหลากหลายของคุณค่าในสังคม และสนับสนุนการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างเหมาะสมเพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นของมนุษยชาติ

Kristina Kallas เตือนงานวิจัยต้องไม่วัดด้วยผลตอบแทนทางธุรกิจเท่านั้น

     ด้าน Dr. Kristina Kallas, Minister of Education and Research, Republic of Estonia กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการสร้างองค์ความรู้ของโลกจากความก้าวหน้าของ AI และเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของภาคเอกชนในการลงทุนด้านการวิจัย

     Dr. Kristina Kallas เน้นว่า งานวิจัยไม่ควรถูกกำหนดด้วยผลตอบแทนทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว เนื่องจากโจทย์สำคัญของมนุษยชาติ เช่น การดื้อยาปฏิชีวนะ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และโรคหายาก อาจไม่มีผลตอบแทนทางการเงินที่ชัดเจนในระยะสั้น

     ดังนั้น จึงจำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างบทบาทของรัฐบาล มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน ตลอดจนรักษาองค์ความรู้ให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และเปิดโอกาสให้สังคมมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

Toshikazu Nambu เชื่อมงานวิจัยสู่การใช้งานจริง

    Mr. Toshikazu Nambu, Vice Chairperson, KEIZAI DOYUKAI (Japan Association of Corporate Executives) และ Director, Vice Chairman, Sumitomo Corporation เน้นว่า การรับมือกับความท้าทายระดับโลกจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม

    ภาคอุตสาหกรรมมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงงานวิจัยเข้ากับความต้องการของสังคม สนับสนุนการใช้ข้อมูล และนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปพัฒนาเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่สามารถนำไปใช้จริงในวงกว้าง เพื่อให้การค้นพบทางวิทยาศาสตร์สามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อเศรษฐกิจและสังคม

วช. เชื่อมประเทศไทยสู่เครือข่ายวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมระดับโลก

     การประชุม STS forum 2026 – The 23rd Annual Meeting จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–6 ตุลาคม 2569 ณ Kyoto International Conference Center (ICC Kyoto) เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โดยรวบรวมผู้นำด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย นวัตกรรม ภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาควิชาการ และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความท้าทายและโอกาสของโลก

     สำหรับประเทศไทย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และเป็น Council Member ของ Science and Technology in Society forum (STS forum) มีบทบาทในการเชื่อมโยงประเทศไทยเข้ากับเครือข่ายผู้นำด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรมระดับนานาชาติ

     บทบาทของ วช. ครอบคลุมทั้งการขยายความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนากำลังคน การสร้างเครือข่ายนักวิจัยนานาชาติ และการผลักดันให้องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทย

     การเข้าร่วม STS forum 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการนำเสนอแนวคิดและศักยภาพของประเทศไทยต่อเวทีโลก โดยเฉพาะแนวคิด Natural Capital Financing ที่มุ่งเชื่อมโยงทุนธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การเงิน และการลงทุนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างกลไกการพัฒนาที่สามารถสร้างทั้งคุณค่าทางเศรษฐกิจ คุณค่าทางสังคม และการรักษาทรัพยากรธรรมชาติสำหรับคนรุ่นต่อไป