งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

วัชระพลเปิดเบื้องหลัง 10 ปี “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” ตั้งเป้าผู้เข้าชม 3.6 ล้านคน กระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 2 หมื่นล้านบาท

วัชระพลเปิดเบื้องหลัง 10 ปี “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” ตั้งเป้าผู้เข้าชม 3.6 ล้านคน กระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 2 หมื่นล้านบาท

มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569

     กรุงเทพฯ 21 ตุลาคม 2569 – กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร ประกาศความพร้อมจัดงาน “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 รวม 134 วัน ภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” (Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living) โดยตั้งเป้าผู้เข้าชม 3.6 ล้านคน และคาดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากกว่า 20,000 ล้านบาท พร้อมผลักดันจังหวัดอุดรธานีให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

     นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในงานแถลงข่าว โดยมี นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมแถลงความพร้อม ขณะที่ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี มอบหมายให้ นายณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นผู้แทนจังหวัดร่วมแถลงความพร้อมต้อนรับผู้เข้าชมจากทั่วโลก

     ภายในงานมี นายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร นางสาวชยิกา วงศ์นภาจันทร์ และ ดร.เดวิด มกรพงศ์ คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมเป็นเกียรติ

วัชระพลย้อนรอยความฝัน 10 ปี สู่มหกรรมพืชสวนโลกระดับนานาชาติ

นายวัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานีเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการแสดงศักยภาพด้านการเกษตรและพืชสวน เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและความงดงามของวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่ประจักษ์ต่อประชาคมนานาชาติ

นายวัชระพลเปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของโครงการว่า เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน นายวิเชียร ขาวขำ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ได้พูดคุยกับตนที่บ้านและเสนอแนวคิดอยากให้อุดรธานีเป็นเจ้าภาพจัดงานพืชสวนโลก พร้อมชวนกันค้นหาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับจัดงาน

ในที่สุดจึงได้พิจารณาพื้นที่หนองแด ในอำเภอเมืองอุดรธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประชาชนในตำบลกุดสระ นากว้าง นาข่า และหมู่ม่น ใช้ประโยชน์ในการทำเกษตรกรรม ปลูกข้าว ทำไร่ ทำสวน และหาปลา อีกทั้งประชาชนในจังหวัดอุดรธานีต้องการพื้นที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่เพื่อเป็นปอดของเมือง และเป็นพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนทั้งในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียงสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้

นายวัชระพลกล่าวว่า ในช่วงเริ่มต้นยังไม่เชื่อว่าแนวคิดดังกล่าวจะเกิดขึ้นจริงได้ แต่ด้วยความร่วมมือและความมุ่งมั่นของภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดอุดรธานี ทำให้โครงการเดินหน้าต่อเนื่อง แม้ในช่วงหนึ่งเรื่องการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานที่เสนอไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะไม่มีความคืบหน้าเกือบ 2 ปี ก่อนจะร่วมกันผลักดันจนเข้าสู่ขั้นตอนการหาแหล่งเงินทุนและสรุปพื้นที่จัดงาน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า วันนี้โครงการไม่ได้เป็นเพียงการสร้างสวนสาธารณะขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างแหล่งเศรษฐกิจสำคัญให้แก่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของจังหวัดอุดรธานีและประเทศไทย ตลอดจนเปิดโอกาสให้ประชาชน เกษตรกร นักเรียน และนักศึกษา ได้เข้ามาเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ในระยะยาว

นายวัชระพลกล่าวขอบคุณประธานสภาอุตสาหกรรม กรรมการหอการค้าจังหวัดอุดรธานี และทุกภาคส่วนที่ร่วมผลักดันโครงการ พร้อมขอบคุณ นายเศรษฐา ทวีสิน และ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีส่วนอนุมัติและผลักดันงบประมาณ 2,500 ล้านบาท รวมถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งตามคำกล่าวของนายวัชระพลได้สนับสนุนการผลักดันงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อให้การจัดงานสำเร็จลุล่วง

นายวัชระพลย้ำว่า หลังจากการจัดงานจะต้องร่วมกันดูแลรักษาพื้นที่ให้เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่อยู่คู่กับชาวอุดรธานีและคนไทยตลอดไป โดยมุ่งให้ประชาชนใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ทั้งในฐานะแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและนักศึกษา และพื้นที่ให้เกษตรกรได้ศึกษาแนวทางการเพาะปลูกและต่อยอดอาชีพ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวอุดรธานีและชาวอีสานมีส่วนร่วมกับสวนแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง

รวม 32 สวนนานาชาติจาก 17 ประเทศ พร้อม 2 องค์กรนานาชาติ

มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (International Association of Horticultural Producers: AIPH) และนับเป็นการจัดงานพืชสวนโลกระดับนานาชาติครั้งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจัดบนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี

ภายในงานมีสวนนานาชาติรวม 32 สวน จาก 17 ประเทศ และ 2 องค์กรนานาชาติ แบ่งเป็นสวนนานาชาติภายนอกอาคาร 16 สวน และสวนนานาชาติภายในอาคาร 16 สวน นอกจากนี้ ยังมีสวนองค์กรจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของไทยอีก 16 สวน

พื้นที่จัดแสดงยังรวบรวมสวนพรรณไม้กว่า 50 สวน และพรรณไม้เด่นหรือพรรณไม้หายากจากหลายพื้นที่ทั่วโลกจำนวนหลายหมื่นต้น อาทิ สวนนุ่นยักษ์จากทวีปอเมริกาใต้ สวนอินทผลัมยักษ์ สวนเบาบับด่าง สวนมะกอกโอลีฟ ต้นงิ้ว สนใบพาย และไม้ดัดรูปทรงแปลกตาจากประเทศจีน ซึ่งบางต้นมีมูลค่าสูงถึงหลักแสนบาท พร้อมจัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนรวมกว่า 1 ล้านต้นตลอดระยะเวลาการจัดงาน

นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการรวม 16 นิทรรศการ แบ่งเป็นนิทรรศการหมุนเวียนภายในอาคาร 8 นิทรรศการ และนิทรรศการภายนอกอาคาร 8 นิทรรศการ การประกวดพืชพรรณ 7 ประเภท ตลอดจนการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านพืชสวน เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ และนวัตกรรมสีเขียว

เปิด 6 โซนจัดแสดง เรียนรู้เกษตร นวัตกรรม และระบบนิเวศ

การจัดพื้นที่มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานีแบ่งออกเป็น 6 โซนสำคัญ เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ได้อย่างหลากหลาย ได้แก่

  1. โซนทางเข้าและจุดจำหน่ายบัตร ให้บริการข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชม

  2. โซนสวนจัดแสดงและอาคารหลัก นำเสนอความงดงามและความหลากหลายของพรรณไม้ รวมถึงอาคารเรือนอีสานที่สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น

  3. โซนสวนนานาชาติ จัดแสดงสวนจากประเทศต่าง ๆ และองค์กรนานาชาติที่เข้าร่วมงาน

  4. โซนนิทรรศการภายในอาคาร ประกอบด้วยอาคารเรือนกระจกสำหรับนิทรรศการวิชาการหมุนเวียนและการประกวดพืชพรรณ อาคารอำนวยการสำหรับสวนนานาชาติภายในอาคาร โรงเรือนไม้ในร่มสำหรับไม้ประดับและกล้วยไม้ และโรงเรือนจัดแสดงสวนพืชทะเลทรายที่นำเสนอพืชตระกูลแคคตัส

  5. โซนนิทรรศการวิชาการภายนอกอาคาร นำเสนอนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการไม้ผลและเทคโนโลยีการเกษตร สวนไม้ดอกและกล้วยไม้ สวนบัว และนิทรรศการคาร์บอนเครดิต

  6. โซนสวนพรรณไม้ประจำจังหวัด สวนไผ่ และเรือนเพาะชำ ถ่ายทอดความหลากหลายของพรรณไม้และองค์ความรู้ด้านการเพาะขยายพันธุ์พืช

การจัดแสดงเหล่านี้มุ่งให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสธรรมชาติ ควบคู่กับการเรียนรู้เรื่องการเกษตร เทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อมตลอดเส้นทางการเยี่ยมชม

สถาปัตยกรรมสะท้อนอัตลักษณ์อุดรธานีและภูมิปัญญาอีสาน

อีกหนึ่งจุดเด่นของงานคือการออกแบบสถาปัตยกรรมที่นำอัตลักษณ์ของจังหวัดอุดรธานีและภูมิปัญญาอีสานมาผสานเข้ากับธรรมชาติ โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

อาคารประชาสัมพันธ์ หรือ “อาคารรูปไห” ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงและ “ข้อง” ซึ่งเป็นภาชนะสานจากไม้ไผ่สำหรับใส่ปลา ส่วนอาคารเฉลิมพระเกียรติผสานแนวคิดจากวัดป่าภูก้อนและดอกบัว ภายในประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย “พระพุทธภัทรบรมสุข” พร้อมจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “ผลพระคุณ ธ รักษา” และนิทรรศการ “134 ปีแห่งเรื่องราว สู่เมืองอุดรธานีวันนี้”

ขณะที่อาคารอำนวยการ หรือ “อาคารรูปไซ” ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องมือจับปลาพื้นบ้าน ส่วนอาคารเรือนกระจกนำแนวคิดจาก “เฮือนแฝด” มาผสานกับการออกแบบร่วมสมัย โดยเน้นความโปร่งโล่งและการถ่ายเทอากาศ นอกจากนี้ ยังมีหมู่บ้านอีสานที่จำลองเรือนพื้นถิ่นรูปแบบต่าง ๆ เพื่อถ่ายทอดวิถีชีวิตและความผูกพันของครอบครัวชาวอีสาน

จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ การแสดงวัฒนธรรมกว่า 200 รายการ

ตลอด 134 วันของการจัดงาน มีกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงครองราชย์ครบ 10 ปี และกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 6 รอบ พร้อมจัดแสดงพระราชกรณียกิจ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการส่วนพระองค์ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร

ภายในงานยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมกว่า 200 รายการ ณ “ลานตุ้มโฮม” รวมถึงกิจกรรมตามเทศกาลและวันสำคัญต่าง ๆ ตลอดจน “ตลาดชุมชนริมน้ำ” ซึ่งรวบรวมร้านค้าท้องถิ่น 50 ร้าน หมุนเวียนจำหน่ายอาหาร สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชน ภายใต้แนวคิดตลาดรักษ์โลกที่มุ่งลดการใช้พลาสติกและส่งเสริมการคัดแยกขยะ

กระทรวงเกษตรฯ ผนึกกำลังจังหวัดอุดรธานี เตรียมพร้อมตลอด 134 วัน

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร ได้ร่วมกับจังหวัดอุดรธานีและภาคีที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมทั้งพื้นที่จัดแสดง เนื้อหาวิชาการ สวนนานาชาติ และกิจกรรมภายในงาน พร้อมประสานการดำเนินงานแต่ละส่วนให้สอดคล้องกัน เพื่อดูแลคุณภาพการจัดแสดงและความต่อเนื่องของกิจกรรมตลอด 134 วัน รวมถึงประสานงานกับจังหวัดในด้านการอำนวยความสะดวกและการดูแลผู้เข้าชม

นายรพีภัทร์กล่าวว่า จุดเด่นของมหกรรมครั้งนี้คือการรวบรวมพืชพรรณ การออกแบบสวน และองค์ความรู้ด้านการเกษตรไว้ในพื้นที่เดียว ตั้งแต่สวนนานาชาติ การจัดแสดงพรรณไม้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร ไปจนถึงการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

เกษตรกรสามารถนำแนวคิดด้านการจัดการการผลิต การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และนวัตกรรมที่เหมาะสมไปประยุกต์ใช้ได้ ขณะที่ประชาชนและเยาวชนจะได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ ผ่านการจัดแสดงที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน พร้อมสัมผัสภูมิปัญญาและวัฒนธรรมอีสาน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะหน่วยงานหลัก ร่วมกับจังหวัดอุดรธานี สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง จึงเดินหน้าเตรียมความพร้อมในทุกมิติ เพื่อรองรับผู้เข้าชมจากประเทศไทยและต่างประเทศ และสร้างประโยชน์ต่อภาคเกษตร การท่องเที่ยว เศรษฐกิจชุมชน และการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 จึงไม่ได้เป็นเพียงงานจัดแสดงพืชสวนระดับนานาชาติ แต่ยังเป็นโอกาสในการยกระดับศักยภาพเกษตรไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่เชื่อมโยงผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ โดยมีเป้าหมายให้จังหวัดอุดรธานีเป็นจุดหมายสำคัญด้านการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์ของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง