ธนากร ศิริวัฒนาเลิศ ประธานกรรมการ TAS รับรางวัลบุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี 2026 ด้านวัสดุก่อสร้าง
ธนากร ศิริวัฒนาเลิศ ประธานกรรมการ TAS คว้ารางวัลบุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี 2026 ชูโมเดลธุรกิจสีเขียว–นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างไทย
กรุงเทพฯ 19 ตุลาคม 2569 – นายธนากร ศิริวัฒนาเลิศ ประธานกรรมการ บริษัท ที.เอ.เอส. คอร์ปอเรชั่น จำกัด (TAS) ได้รับการคัดเลือกจากมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.) ให้ได้รับรางวัล “บุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี 2026” (Quality Persons of the Year 2026) ภาคธุรกิจวัสดุก่อสร้าง เพื่อยกย่องความสำเร็จในการบริหารองค์กร การพัฒนานวัตกรรม และการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและสังคม สะท้อนแนวทางการขับเคลื่อน บริษัท ที.เอ.เอส. คอร์ปอเรชั่น จำกัด สู่การเป็นองค์กรด้านนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างที่มุ่งเน้นความยั่งยืน
มสวท. มอบรางวัลบุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี 2026
โครงการ “บุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี 2026” จัดโดยมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.) มีวัตถุประสงค์เพื่อประกาศเกียรติคุณบุคคลที่ประสบความสำเร็จในการทำงาน มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ โดยให้ความสำคัญกับผู้ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และเป็นแบบอย่างแก่ภาคธุรกิจและสังคม
พิธีมอบโล่เกียรติยศจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2569 ณ ห้องวายุภักษ์ ฮอลล์ ชั้น 5 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โดยมีพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เป็นประธานในพิธี
ภายในงานมีพิธีมอบโล่เกียรติยศแก่ผู้ได้รับรางวัลในประเภทต่าง ๆ รวมถึงรางวัลบุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี 2026 และพิธีมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนคุณภาพแห่งปี 2026
ธนากรชูโมเดลธุรกิจสีเขียว ตอบโจทย์อนาคตประเทศไทย
นายธนากร ศิริวัฒนาเลิศ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ โดยมองว่ารางวัลไม่ได้เป็นเพียงเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จส่วนบุคคล แต่ยังสะท้อนว่าแนวทางธุรกิจสีเขียวที่บุคลากรของบริษัท ที.เอ.เอส. คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกันพัฒนาขึ้น เป็นแนวทางที่มีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศ
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของโลกที่มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Society) ซึ่งภาคอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และกระบวนการทำงานที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการสร้างความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ
สำหรับ บริษัท ที.เอ.เอส. คอร์ปอเรชั่น จำกัด แนวทางการพัฒนาธุรกิจให้ความสำคัญกับนวัตกรรมด้านฉนวนกันความร้อนและวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจ
Green DNA สร้างธุรกิจควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคม
นายธนากร ศิริวัฒนาเลิศ เป็นผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมผ่านนโยบาย “Green DNA” ซึ่งมุ่งผสานความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเข้ากับกระบวนการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ แทนการมุ่งเน้นผลกำไรระยะสั้นเพียงอย่างเดียว
อีกหนึ่งแนวทางที่บริษัทให้ความสำคัญคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด “Product of Thailand” โดยมุ่งผลักดันองค์ความรู้และความสามารถด้านการวิจัยของคนไทยให้สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีศักยภาพในระดับสากล รวมถึงการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน
ในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม นายธนากรยังได้นำองค์ความรู้และผลิตภัณฑ์ของบริษัท เช่น แผ่นฉนวนกันความร้อนปลอดสารพิษ ไปสนับสนุนการสร้างที่พักและโรงนอนสนามสำหรับผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆ ตามข้อมูลที่บริษัทระบุ สะท้อนการนำศักยภาพของภาคธุรกิจมาสนับสนุนการช่วยเหลือสังคม
ขณะเดียวกัน เภสัชกรหญิงนันทิตา ศิริวัฒนาเลิศ รองประธานกรรมการ บริษัท ที.เอ.เอส. คอร์ปอเรชั่น จำกัด มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กร โดยต้นฉบับระบุว่าความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการทำงานร่วมกันของทีมบริหารและบุคลากรของบริษัท
Collaborative Leadership เปลี่ยนองค์กรสู่การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม
ด้านการบริหารองค์กร นายธนากรให้ความสำคัญกับแนวคิดภาวะผู้นำแบบร่วมมือ (Collaborative Leadership) และการสร้างคุณค่าร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ (Value-Driven & Collaborative Mindset) โดยมุ่งพัฒนาบริษัทจากรูปแบบโรงงานผลิตวัสดุก่อสร้างแบบดั้งเดิม ไปสู่องค์กรที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและการวิจัย (Open Innovation Engine)
แนวทางการทำงานยังครอบคลุมการถ่ายทอดความรู้ด้านเทคนิค การตลาดสีเขียว และข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ให้แก่คู่ค้า ตัวแทนจำหน่าย และช่างผู้รับเหมาในเครือข่าย เพื่อสนับสนุนการเติบโตของพันธมิตรและเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ระบบนิเวศทางธุรกิจของ บริษัท ที.เอ.เอส. คอร์ปอเรชั่น จำกัด
การทำงานร่วมกับเครือข่ายดังกล่าวมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในตลาดวัสดุก่อสร้างที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวตามทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยีการก่อสร้าง และความต้องการด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น
3 ยุทธศาสตร์สำคัญ ขับเคลื่อนการเติบโตของ TAS
บริษัท ที.เอ.เอส. คอร์ปอเรชั่น จำกัด ระบุว่า การวางยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัยและพัฒนา การพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาและต่อยอดเชิงพาณิชย์ และการยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม
Location & Partnership: เชื่อมโยงงานวิจัยกับเครือข่ายพันธมิตร
การย้ายสำนักงานและศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) เข้าสู่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (Thailand Science Park) ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้และสร้างความร่วมมือด้านวิจัยและพัฒนา โดยมีการกล่าวถึงสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสมาคมโลกสีเขียว (Green World Association) ในฐานะเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาธุรกิจ
นอกจากนี้ ความร่วมมือผ่านบันทึกความเข้าใจ (MOU) และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพียูโฟมและเคมีภัณฑ์ โดยระบุชื่อ KPX Chemical เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและเครือข่ายวิจัยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ และต่อยอดสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของ MOU และขอบเขตความร่วมมือกับแต่ละองค์กรควรตรวจสอบจากเอกสารต้นฉบับก่อนเผยแพร่
2. Intellectual Property & Commercialization: พัฒนานวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา
อีกหนึ่งยุทธศาสตร์คือการพัฒนาจากธุรกิจรับจ้างผลิตไปสู่การสร้างและถือครองทรัพย์สินทางปัญญาของตนเอง โดยบริษัทระบุถึงผลิตภัณฑ์สำคัญ ได้แก่ TECO PU Foam ฉนวนกันความร้อนเนื้อบางพิเศษที่บริษัทระบุว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปราศจาก HCFC (HCFC-Free) รวมถึงเครื่องพ่นฉนวนอัตโนมัติ HERCULES
ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมของบริษัทได้รับสิทธิบัตรและรางวัลด้านสิ่งประดิษฐ์ในระดับนานาชาติจากกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความแตกต่างและความได้เปรียบทางการค้า
3. Eco-Standard Certification: ยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
บริษัทให้ความสำคัญกับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดโครงการขนาดใหญ่และตอบสนองความต้องการของลูกค้าองค์กร โดยต้นฉบับกล่าวถึงเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.
การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ประกอบการทราบข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ และสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางแผนลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้
บริษัทระบุว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการรับรองมาตรฐานดังกล่าวช่วยสนับสนุนความต้องการของคู่ค้าที่มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบสถานะการรับรองและขอบเขตของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเครื่องหมาย CFP ก่อนระบุรายละเอียดหรือกล่าวอ้างว่าเป็นรายแรกของตลาด
ขับเคลื่อนวัสดุก่อสร้างไทยสู่ความยั่งยืน
การได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลบุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี 2026 ของนายธนากร ศิริวัฒนาเลิศ สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจที่บริษัท ที.เอ.เอส. คอร์ปอเรชั่น จำกัด ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม การวิจัยและพัฒนา การสร้างเครือข่ายพันธมิตร และการบริหารจัดการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ การพัฒนาวัสดุก่อสร้างที่ตอบโจทย์ด้านประสิทธิภาพและสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในแนวทางที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปต่อยอดเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
สำหรับ TAS เป้าหมายดังกล่าวเชื่อมโยงกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด Green DNA การผลักดันนวัตกรรมสัญชาติไทย และการทำงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร เพื่อสร้างมูลค่าให้แก่ธุรกิจและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างของไทยอย่างยั่งยืน









