งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

วช. เปิดนิทรรศการ “ปูมแผ่นดิน” สืบสานพระราชปณิธาน สร้างคน สร้างชุมชน สร้างแผ่นดิน

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดนิทรรศการ “ปูมแผ่นดิน” สืบสานพระราชปณิธานผ่านงานวิจัย พัฒนาครูกว่า 1,400 คน เยาวชนกว่า 600 คน และผลงานจากสถานศึกษาทั่วประเทศ

     กรุงเทพฯ – 21 ตุลาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีเปิดนิทรรศการ “ปูมแผ่นดิน : จากพระราชปณิธาน สู่การสืบสานเพื่อแผ่นดิน” พร้อมจัดเสวนา “จากพระราชปณิธาน สู่ครูผู้นำการสืบสาน เพื่อสร้างคน สร้างชุมชน สร้างแผ่นดิน” มุ่งนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ในสถานศึกษาและชุมชน เพื่อสืบสานคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาครู เยาวชน และประชาชนอย่างยั่งยืน

    พิธีเปิดนิทรรศการจัดขึ้น ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม อาคาร วช. 8 โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี และ รองศาสตราจารย์ ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ หัวหน้าโครงการ เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและบุคลากรสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ตลอดจนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์เข้าร่วมงาน

วช. ชูบทบาทครู เชื่อมโยงประวัติศาสตร์สู่การเรียนรู้ในชีวิตจริง

     ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า นิทรรศการครั้งนี้เป็นการน้อมนำแนวพระราชดำริและสืบสานพระมหากรุณาธิคุณผ่านพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประชาชน

     หัวใจสำคัญคือการนำองค์ความรู้มาเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ในชีวิตจริง โดยครูมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความรู้สู่เยาวชน เชื่อมโยงประวัติศาสตร์เข้ากับชีวิตประจำวัน และปลูกฝังความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการสร้างคนที่มีคุณภาพ ชุมชนที่เข้มแข็ง และประเทศชาติที่มั่นคง

ผลงานวิจัย “ปูมแผ่นดิน” พัฒนาครูกว่า 1,400 คน เยาวชนกว่า 600 คน

     รองศาสตราจารย์ ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ หัวหน้าโครงการจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า นิทรรศการ “ปูมแผ่นดิน : จากพระราชปณิธาน สู่การสืบสานเพื่อแผ่นดิน” เป็นส่วนหนึ่งของผลงานวิจัยชุด “ปูมแผ่นดินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อการสืบสาน รักษา ต่อยอด (องก์ 5)” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

     โครงการมุ่งรวบรวมและสังเคราะห์ข้อมูลจากพื้นที่ 76 จังหวัด พร้อมพัฒนาศักยภาพครูและเยาวชนให้สามารถนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดต่อได้ รวมทั้งส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์ เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้ไปยังสถานศึกษาและชุมชนทั่วประเทศ

     ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา มีครูผ่านการพัฒนาศักยภาพมากกว่า 1,400 คน และเยาวชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมากกว่า 600 คน ขณะเดียวกัน ครูมีผลงานรวมเกือบ 300 ผลงาน ส่วนเยาวชนมีผลงานมากกว่า 80 ผลงาน จากสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการกว่า 290 แห่ง สะท้อนให้เห็นถึงการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปต่อยอดเป็นกิจกรรมการเรียนรู้และการถ่ายทอดความรู้สู่คนรุ่นใหม่

รวมผู้บริหารสถานศึกษาแลกเปลี่ยนแนวทางสืบสานองค์ความรู้

     ภายในงานยังมีการเสวนาหัวข้อ “จากพระราชปณิธาน สู่ครูผู้นำการสืบสาน เพื่อสร้างคน สร้างชุมชน สร้างแผ่นดิน” โดยมีผู้ร่วมเสวนาจากภาคการศึกษา ได้แก่

  • รองศาสตราจารย์ ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

  • อาจารย์สมศักดิ์ วานิชยาภรณ์ จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

  • นางจิราพร ภัททมุข ผู้อำนวยการโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ เพชราวุธวิทยา ในพระอุปถัมภ์ฯ

  • นางทัศนียา จันทรังษี ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม

  • นางวารี สิริพร ผู้อำนวยการโรงเรียนการเคหะท่าทราย

  • นายกมลเทพ ชังชู ผู้อำนวยการโรงเรียนปราโมชวิทยารามอินทรา

  • นายมารุต ศักดิ์แสงวิจิตร รองผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินิตบางเขน

     การเสวนามุ่งแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ในการสืบสานองค์ความรู้ ตลอดจนแนวทางนำเนื้อหาทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ในสถานศึกษาและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

วช. หนุนงานวิจัยสู่การเรียนรู้และการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

     สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการสู่การเรียนรู้ของครู เยาวชน และประชาชน เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดความรู้ระหว่างคนรุ่นต่าง ๆ และขยายผลสู่สถานศึกษาและชุมชน

     นิทรรศการ “ปูมแผ่นดิน : จากพระราชปณิธาน สู่การสืบสานเพื่อแผ่นดิน” จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการต่อยอดงานวิจัยสู่การเรียนรู้ ส่งเสริมการสืบสานคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม และสนับสนุนการพัฒนาคน ชุมชน และสังคมไทยอย่างยั่งยืน