ฝ้าเพดานถล่มรัฐสภา ศ.ดร.อมร ชี้ 5 จุดเสี่ยง เตือนคราบน้ำ-ความชื้น-จุดยึดหลวม อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
เปิด 5 สาเหตุที่ควรตรวจสอบ หลังฝ้าโรงอาหารรัฐสภา B2 พังถล่ม หวั่นเกิดเหตุซ้ำ

ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิเคราะห์เหตุฝ้าเพดานบริเวณโรงอาหาร ชั้น B2 อาคารรัฐสภา พังถล่มลงมาเมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา แม้ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันสาเหตุที่แน่ชัด แต่เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดข้อกังวลด้านความปลอดภัย และควรมีการตรวจสอบระบบฝ้าเพดานภายในอาคารอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
สำหรับสาเหตุของการพังถล่ม ยังจำเป็นต้องรอผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตทางด้านระบบฝ้าเพดานที่ควรนำไปตรวจสอบอย่างน้อย 5 ประการ ดังนี้
1. ปัญหาการรั่วซึมของน้ำและความชื้นสะสม
ประเด็นแรกที่ควรตรวจสอบ คือ การรั่วซึมของน้ำและความชื้นบริเวณเหนือฝ้าเพดาน โดยเฉพาะบริเวณที่อาจมีท่อน้ำ ท่อน้ำทิ้ง หรือท่อระบบปรับอากาศอยู่เหนือฝ้า
หากเกิดการรั่วซึมและมีน้ำขังสะสมบนแผ่นฝ้า น้ำหนักของแผ่นฝ้าที่อุ้มน้ำจะเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันวัสดุอาจเสื่อมสภาพหรือเปื่อยจากความชื้น จนทำให้รับน้ำหนักได้น้อยลง หากน้ำหนักรวมเกินกำลังของโครงคร่าวและระบบแขวน ก็อาจนำไปสู่การหลุดหรือพังถล่มของฝ้าเพดานได้
2. คุณภาพของแผ่นฝ้าและความแข็งแรงของการยึดกับโครงคร่าว
ควรตรวจสอบชนิดและคุณภาพของแผ่นฝ้าที่นำมาใช้งาน รวมถึงความเหมาะสมกับพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อความชื้นสูง เช่น ห้องครัวและห้องน้ำ ซึ่งควรเลือกใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม
นอกจากนี้ ยังควรตรวจสอบสกรูหรืออุปกรณ์ยึดแผ่นฝ้าเพดานว่าเป็นชนิดใด มีจำนวน ขนาด และความยาวเหมาะสมกับการยึดเข้ากับโครงคร่าวหรือไม่ เพราะหากใช้อุปกรณ์ยึดที่ไม่เหมาะสม หรือจุดยึดเกิดการหลวม ก็อาจทำให้แผ่นฝ้าไม่สามารถรับน้ำหนักได้ตามที่ควรจะเป็น
3. วิธีการติดตั้งแผ่นฝ้าและระบบโครงคร่าว
อีกประเด็นสำคัญคือการตรวจสอบวิธีติดตั้งระบบฝ้าเพดาน โดยเฉพาะระยะห่างระหว่างโครงคร่าวว่ามีความเหมาะสมและเป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งหรือไม่
หากโครงคร่าวมีระยะห่างมากเกินไป อาจส่งผลต่อความสามารถในการรองรับน้ำหนักของแผ่นฝ้า นอกจากนี้ ควรตรวจสอบจุดแขวนโครงคร่าวกับพื้นหรือโครงสร้างอาคารว่ามีจำนวนจุดแขวนเพียงพอหรือไม่ รวมถึงวิธีการยึดและอุปกรณ์ที่ใช้ว่ามีความมั่นคงแข็งแรงเหมาะสมหรือไม่
4. น้ำหนักส่วนเกินหรืออุปกรณ์ที่อยู่เหนือฝ้าเพดาน
ควรตรวจสอบว่าบริเวณเหนือฝ้ามีอุปกรณ์หรือวัสดุใดวางอยู่บนแผ่นฝ้าหรือไม่ เช่น สายไฟ งานระบบ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เพราะหากมีน้ำหนักส่วนเกินมากเกินกว่าที่ระบบฝ้าเพดานออกแบบไว้ อาจทำให้แผ่นฝ้าเกิดการแอ่นตัว และเพิ่มความเสี่ยงต่อการหลุดหรือพังลงมาได้
การจัดวางระบบต่าง ๆ เหนือฝ้าจึงควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าอุปกรณ์และวัสดุแต่ละส่วนได้รับการรองรับอย่างเหมาะสม ไม่ควรถ่ายน้ำหนักลงบนแผ่นฝ้าโดยตรงหากระบบไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักดังกล่าว
5. การตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ
ฝ้าเพดานที่ใช้งานมาเป็นเวลานานควรได้รับการตรวจสอบสภาพอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดความชื้นหรือมีระบบท่อและระบบปรับอากาศอยู่เหนือฝ้า
สัญญาณที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ คราบน้ำ ความชื้น แผ่นฝ้าบวม การแอ่นตัว รอยแตก สนิมบริเวณโครงคร่าว จุดยึดที่หลวม หรือการเคลื่อนตัวของระบบฝ้าที่ผิดปกติ หากพบสัญญาณเหล่านี้ตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้สามารถเข้าตรวจสอบและซ่อมแซมก่อนที่แผ่นฝ้าจะหลุดหรือพังถล่มลงมา
ภาพฝ้าที่พังถล่มควรตรวจสอบทั้งระบบ ไม่ควรสรุปสาเหตุจากแผ่นฝ้าเพียงอย่างเดียว
จากลักษณะฝ้าที่พังถล่มตามข้อมูลและภาพที่กล่าวถึง ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีความเชื่อมโยงกับโครงสร้างหลักของอาคารหรือไม่ และจำเป็นต้องมีการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตเบื้องต้นอาจมุ่งไปที่ระบบแผ่นฝ้า โครงคร่าว ระบบแขวน จุดยึด และปัญหาการรั่วซึมของน้ำมากกว่าการสรุปว่าเป็นปัญหาจากโครงสร้างหลักของอาคาร ทั้งนี้ ต้องรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อนจึงจะสามารถระบุสาเหตุได้อย่างชัดเจน
ส่วนประเด็นเรื่องปลวก แม้ระบบฝ้าแขวนและแผ่นยิปซัมในปัจจุบันโดยทั่วไปไม่ได้มีองค์ประกอบไม้เป็นโครงสร้างหลักที่ปลวกจะเข้าทำลายเหมือนวัสดุไม้ แต่ปลวกอาจเข้าทำลายส่วนที่เป็นกระดาษหรือวัสดุเซลลูโลสที่ใช้เป็นส่วนประกอบของแผ่นฝ้าบางประเภทได้ ดังนั้น จึงควรตรวจสอบประเด็นดังกล่าวประกอบด้วยเช่นกัน หากพบความเสียหายของวัสดุจากปลวกหรือความชื้น ก็ต้องประเมินผลกระทบต่อความแข็งแรงของแผ่นฝ้าเพิ่มเติม
แนะรัฐสภาตรวจระบบฝ้าเพดานทั่วอาคาร ป้องกันเหตุซ้ำ
จากเหตุการณ์ฝ้าเพดานโรงอาหาร ชั้น B2 อาคารรัฐสภา พังถล่ม ควรมีการตรวจสอบระบบฝ้าเพดานภายในอาคารรัฐสภาทั้งหมดอีกครั้ง โดยเฉพาะระบบการยึดแผ่นฝ้า โครงคร่าว ระบบแขวน จุดยึด และสภาพของแผ่นฝ้า เพื่อประเมินความปลอดภัยและค้นหาจุดที่มีความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุซ้ำ
จุดที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ คราบน้ำ ความชื้น แผ่นฝ้าบวม การแอ่นตัว รอยแตก สนิมบริเวณโครงคร่าว จุดยึดหลวม และการเคลื่อนตัวของระบบฝ้าที่ผิดปกติ
ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ย้ำว่าหากตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรก ควรดำเนินการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนวัสดุที่เสื่อมสภาพโดยเร็ว เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการหลุดร่วงหรือพังถล่มของฝ้าเพดาน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้
หมายเหตุ: ข้อสังเกตเกี่ยวกับสาเหตุการพังถล่มข้างต้นเป็นประเด็นที่ควรตรวจสอบ มิใช่การยืนยันสาเหตุของเหตุการณ์ โดยการระบุสาเหตุที่แท้จริงควรอ้างอิงผลการตรวจสอบทางวิศวกรรมจากหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง
