งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

“ดร.ณัฐวุฒิ” ชี้หลักกฎหมายคดีฮั้ว สว. ย้ำ กกต.ต้องอิสระ ยึดมติเสียงข้างมาก

“ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม” ให้ความเห็นคดีฮั้ว สว. ชี้ กกต.ควรยึดกฎหมายและมติส่วนใหญ่

ณัฐวุฒิ

     “ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม” นักกฎหมายมหาชน และประธานกรรมการ บริษัท ออเรเลียน กรุ๊ป จำกัด (AURELIAN GROUP) ให้ความเห็นกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมพิจารณาคดีเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยย้ำว่าการวินิจฉัยควรเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและอยู่บนพื้นฐานของความเป็นอิสระ พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเปิดเผยรายละเอียดของมติและกระบวนการหลังการพิจารณา

     วันที่ 11 กันยายน 2569 สืบเนื่องจากกรณีที่มีรายงานว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดพิจารณาวาระสำคัญเกี่ยวกับคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือที่ถูกเรียกในทางข่าวว่า “คดีฮั้ว สว.” ในวันที่ 14 กันยายน 2569 นั้น

     ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน และประธานกรรมการ บริษัท ออเรเลียน กรุ๊ป จำกัด (AURELIAN GROUP) ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับหลักกฎหมายและกระบวนการวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยระบุว่า การดำเนินการเกี่ยวกับคดีเลือกตั้งและการเลือกสมาชิกวุฒิสภาควรเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

     ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมพิจารณาคดีฮั้ว สว. วันที่ 14 กันยายน 2569 มีการรายงานในสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง โดยประเด็นดังกล่าวอยู่ในความสนใจของสาธารณชนและเกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา

“ณัฐวุฒิ” ย้ำ กกต.ต้องยึดกฎหมายและมติเสียงข้างมาก

     ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้กำหนดหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และกระบวนการเกี่ยวกับการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาดเอาไว้

     ในมุมมองของ ดร.ณัฐวุฒิ กระบวนการดังกล่าวต้องดำเนินไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยเฉพาะในขั้นตอนการวินิจฉัยชี้ขาด ซึ่งต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และข้อกฎหมาย ก่อนจัดทำความเห็นและดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

     ดร.ณัฐวุฒิ ยังเสนอความเห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งควรปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นอิสระ และไม่ควรนำความเห็นหรือแรงกดดันจากบุคคลภายนอกมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจ โดยควรยึดหลักกฎหมายและมติของคณะกรรมการเป็นสำคัญ

     อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องรายละเอียดของมติและการเปิดเผยข้อมูลหลังการพิจารณา จำเป็นต้องตรวจสอบกับระเบียบและประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง รวมถึงเอกสารทางราชการที่เกี่ยวข้องเป็นรายกรณี จึงไม่ควรสรุปผลหรือรายละเอียดของมติล่วงหน้าก่อนที่หน่วยงานที่มีอำนาจจะประกาศอย่างเป็นทางการ

พาดพิงประเด็น “สมชัย ศรีสุทธิยากร” และกระบวนการตรวจสอบ

     ดร.ณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โดยแสดงความเห็นเกี่ยวกับการนำข้อมูลหรือมติจากกระบวนการพิจารณาบางส่วนไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการนำข้อมูลจากกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐไปใช้ในการอภิปรายหรือเผยแพร่ต่อสาธารณะ

     อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการกระทำผิดหรือการบิดเบือนข้อมูลดังกล่าวเป็น ข้อกล่าวอ้างของผู้ให้สัมภาษณ์ และไม่ควรถือเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว หากไม่มีคำพิพากษาหรือผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจรองรับ

     ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 มีรายงานว่า ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ในฐานะประธานบริษัท AURELIAN GROUP พร้อมทีมกฎหมาย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคลหลายราย รวมถึงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ โดยเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างคู่กรณี

“ณัฐวุฒิ” ระบุเตรียมรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับการทำงานของหน่วยงานรัฐ

     ดร.ณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการนำข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีของหน่วยงานรัฐไปอภิปรายหรือเผยแพร่ต่อสาธารณะ โดยระบุว่าอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลดังกล่าวมีที่มาอย่างไร และมีการนำเอกสารจากสำนวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาเผยแพร่หรือไม่

     หนึ่งในประเด็นที่ ดร.ณัฐวุฒิ ตั้งข้อสังเกต คือการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารกับหน่วยงานที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม โดยอ้างถึง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 185 และเห็นว่าการดำเนินการของฝ่ายการเมืองต้องไม่เข้าไปแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐโดยมิชอบ

     ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวเป็นความเห็นและข้อสังเกตของ ดร.ณัฐวุฒิ ซึ่งยังต้องอาศัยข้อเท็จจริง เอกสาร และการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนจะสามารถสรุปได้ว่ามีการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่

ยืนยันเคารพกระบวนการยุติธรรมและสถาบันตุลาการ

     ดร.ณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงข้อพิพาทและกระบวนการทางคดีที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานกฎหมายและทีมทนายความ โดยยืนยันว่า ตนเองและทีมกฎหมายให้ความสำคัญกับการเคารพกระบวนการยุติธรรมและคำสั่งของศาล

     พร้อมระบุว่า หากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับคำสั่งหรือกระบวนการของศาล ควรใช้ช่องทางตามกฎหมายในการดำเนินการ ไม่ควรนำข้อมูลในสำนวนหรือคำสั่งศาลไปเผยแพร่ในลักษณะที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน

     ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนเคารพศาลยุติธรรม เนื่องจากศาลเป็นกลไกสำคัญในการให้ความเป็นธรรมแก่คู่ความทุกฝ่าย และการพิจารณาคดีควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐาน

ชี้แจงบทบาทสำนักงานกฎหมายและการรับงานคดี

     สำหรับกรณีบุคคลบางรายที่ ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่าเคยติดต่อขอให้สำนักงานกฎหมายรับทำคดีนั้น เจ้าตัวกล่าวว่า ปัจจุบันสำนักงานกฎหมายและทีมทนายความของตนไม่ได้รับทำคดีดังกล่าวแล้ว พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการให้บุคคลอื่นนำชื่อสำนักงานหรือทีมกฎหมายไปใช้เพื่อประโยชน์ในการติดต่อหรือดำเนินการใด ๆ

      ดร.ณัฐวุฒิ ยังยืนยันว่า การตัดสินใจยุติการรับงานเป็นเรื่องภายในของสำนักงานกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินหรือการทำหน้าที่ของศาลหรือหน่วยงานรัฐ

“ณัฐวุฒิ” ยืนยันไม่มีประวัติอาชญากรรมตามที่กล่าวอ้าง

      ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวยืนยันถึงประวัติของตนเองว่า ไม่เคยกระทำความผิดทางอาญาตามที่ถูกกล่าวหา และพร้อมให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด

      ส่วนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยหรือการใช้อำนาจของหน่วยงานในอดีต ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า มีเอกสารและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวเก็บรักษาไว้ และหากจำเป็นจะดำเนินการตามสิทธิและช่องทางกฎหมายต่อไป

ยืนยันดำเนินธุรกิจ AURELIAN GROUP

     ในส่วนของภาคธุรกิจ ดร.ณัฐวุฒิ เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้มุ่งทำธุรกิจและบริหาร บริษัท ออเรเลียน กรุ๊ป จำกัด (AURELIAN GROUP) และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยก่อนหน้านี้มีการเปิดตัวกลุ่มธุรกิจ AURELIAN GROUP อย่างเป็นทางการ และมีการระบุโครงสร้างธุรกิจครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม

     ข้อมูลที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ระบุว่า AURELIAN GROUP มีบริษัทในเครือจำนวนมากและดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานและพลังงาน อสังหาริมทรัพย์ การค้าและโลจิสติกส์ เกษตรและอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และธุรกิจสุขภาพและไลฟ์สไตล์

     สำหรับจำนวนบริษัทในเครือและมูลค่าการลงทุน มีตัวเลขที่ปรากฏในข้อมูลสาธารณะแตกต่างกันตามช่วงเวลาและวิธีการนับ ดังนั้นการรายงานควรยึดข้อมูลจากเอกสารจดทะเบียนและข้อมูลบริษัท ณ วันที่เผยแพร่เป็นหลัก

ย้ำหลักการข่าวต้องแยก “ข้อกล่าวหา” ออกจาก “ข้อเท็จจริง”

     สำหรับข้อกล่าวหาที่ ดร.ณัฐวุฒิ พาดพิงถึงบุคคลอื่น รวมถึงนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ อัยการ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. และบุคคลที่ระบุเพียงอักษรย่อ เนื้อหาบางส่วนในคำให้สัมภาษณ์เป็นการกล่าวหาเฉพาะบุคคลในประเด็นอาญา การเรียกรับผลประโยชน์ การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และพฤติกรรมอื่น ๆ

ข่าวนี้จึงนำเสนอในฐานะคำกล่าวและข้อสังเกตของ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียมเท่านั้น ไม่ได้ยืนยันว่าข้อกล่าวหาเหล่านั้นเป็นความจริง และบุคคลที่ถูกพาดพิงยังมีสิทธิชี้แจงหรือดำเนินการตามกฎหมายได้

จับตาคดีฮั้ว สว. และกระบวนการของ กกต.

     ประเด็นคดีฮั้ว สว. ยังคงเป็นประเด็นทางการเมืองและกฎหมายที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกำหนดการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้งในวันที่ 14 กันยายน 2569

     ขณะที่ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ยืนยันจุดยืนว่า การดำเนินการของทุกฝ่ายควรอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย เคารพอำนาจหน้าที่ของแต่ละองค์กร และใช้พยานหลักฐานเป็นพื้นฐานในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมสามารถดำเนินไปอย่างเป็นอิสระและได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน

     หมายเหตุ: ข้อความส่วนที่เป็นการกล่าวถึงบุคคลอื่น ข้อกล่าวหาทางคดี และการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับหน่วยงานรัฐในข่าวนี้ เป็นคำกล่าวของ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ตามข้อมูลที่ได้รับจากผู้ให้ข่าว ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ศาลหรือหน่วยงานผู้มีอำนาจวินิจฉัยถึงที่สุดแล้ว ผู้ถูกพาดพิงยังมีสิทธิชี้แจงและใช้สิทธิตามกฎหมายได้