“จุลพันธ์” เปิด OAIC 2026 ชู ESG–AI ยกระดับความปลอดภัยแรงงาน ดันไทยสู่วัฒนธรรมความปลอดภัยยั่งยืน
“จุลพันธ์” เปิด OAIC 2026 ชู ESG–AI ยกระดับความปลอดภัยแรงงาน ดันไทยสู่วัฒนธรรมความปลอดภัยยั่งยืน

กรุงเทพฯ – 28 สิงหาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดงานสัมมนาวิชาการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานระดับนานาชาติ OSH Avenue International Conference 2026 (OAIC 2026) ภายใต้แนวคิด “ESG for Sustainable Safety: Establishing a Sustainable Safety Culture” มุ่งยกระดับความปลอดภัยในการทำงานของแรงงานทุกกลุ่ม โดยเชื่อมโยงแนวคิด ESG เข้ากับการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติมาใช้เพื่อคาดการณ์ ป้องกัน และลดความเสี่ยงก่อนเกิดอุบัติเหตุ พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “วัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืน”
งาน OAIC 2026 จัดโดย สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) หรือ สสปท. ณ แกรนด์ฮอลล์ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพมหานคร โดยมี นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พร้อมคณะผู้บริหาร สสปท. ให้การต้อนรับ
ภายในงานมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายด้านความปลอดภัยจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านความปลอดภัยในการทำงาน ตลอดจนแนวทางนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้จริงในสถานประกอบกิจการ
“จุลพันธ์” ชู ESG เป็นกลไกยกระดับความปลอดภัยแรงงาน
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ความปลอดภัยในการทำงานไม่ใช่เพียงเรื่องของการป้องกันอุบัติเหตุ แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาองค์กรและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยกระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับการยกระดับงานด้านความปลอดภัยให้เชื่อมโยงกับแนวคิด ESG โดยเฉพาะมิติ Social ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต สุขภาวะ และความปลอดภัยของแรงงาน รวมถึงมิติ Governance ที่มุ่งเน้นระบบบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและสามารถตรวจสอบได้
นายจุลพันธ์กล่าวว่า โลกการทำงานกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การนำเทคโนโลยีมาใช้จึงไม่ควรมุ่งเพียงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่ควรนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อ คาดการณ์ ป้องกัน และลดความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุ โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานด้านความปลอดภัยได้หลายรูปแบบ
แนวทางดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การตรวจจับสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยง การเฝ้าระวังพฤติกรรมหรือสภาพการทำงานที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุ ตลอดจนการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อประเมินความเสี่ยงและกำหนดมาตรการป้องกันได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ทั้งนี้ การเลือกใช้เทคโนโลยีต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับลักษณะงานและการเข้าถึงเทคโนโลยีของแรงงานทุกกลุ่ม
“เป้าหมายสำคัญคือทำให้แรงงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม พนักงานสำนักงาน แรงงานนอกระบบ หรือแรงงานข้ามชาติ สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยในทุกวัน” นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว
สสปท. เดินหน้าสร้าง “วัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืน”
ด้าน นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การสร้าง “วัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืน” ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการออกกฎหรือมาตรการเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องทำให้ความปลอดภัยกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีคิดและวิธีปฏิบัติของทุกคนในองค์กร ตั้งแต่ผู้บริหาร หัวหน้างาน ไปจนถึงผู้ปฏิบัติงาน
สสปท. จึงมุ่งขับเคลื่อนงานด้านความปลอดภัยโดยเชื่อมโยง องค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ากับการปฏิบัติจริงในสถานประกอบกิจการ พร้อมส่งเสริมให้เกิดระบบบริหารจัดการความปลอดภัยที่สามารถนำข้อมูลมาใช้ในการค้นหาและประเมินความเสี่ยง รวมถึงกำหนดมาตรการป้องกันให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละองค์กร
“ความปลอดภัยในวันนี้ต้องก้าวจากการ ‘แก้ไขเมื่อเกิดเหตุ’ ไปสู่การ ‘ป้องกันก่อนเกิดเหตุ’ และจากการทำความปลอดภัยเฉพาะบุคคล ไปสู่การสร้างระบบที่ทำให้ทุกคนในองค์กรมีส่วนร่วม” นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการ สสปท. กล่าว
นายนันทชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า สสปท. เดินหน้าส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยครอบคลุมแรงงานหลากหลายกลุ่ม ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ พนักงานสำนักงาน แรงงานนอกระบบ และแรงงานข้ามชาติ ผ่านการพัฒนาหลักสูตร องค์ความรู้ แนวทางปฏิบัติ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้สถานประกอบกิจการสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการป้องกันอุบัติเหตุและลดความเสี่ยงจากการทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม
OAIC 2026 เชื่อมงานวิชาการสู่นวัตกรรมความปลอดภัยที่ใช้ได้จริง
สำหรับ OSH Avenue International Conference 2026 หรือ OAIC 2026 ถือเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานในระดับนานาชาติ โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ผู้บริหาร ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายด้านความปลอดภัยจากหลากหลายภาคส่วน ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและนำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการทำงาน
ภายในงานมีการนำเสนอ นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอัจฉริยะ รวมถึงองค์ความรู้จากงานวิจัยที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริง เพื่อสนับสนุนสถานประกอบกิจการในการบริหารจัดการความเสี่ยง การดูแลสุขภาวะของแรงงาน และการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย โดยสอดคล้องกับแนวทาง ESG
การจัดงาน OAIC 2026 จึงสะท้อนทิศทางการยกระดับความปลอดภัยในการทำงานจากแนวทางที่เน้นการแก้ไขปัญหาภายหลังเกิดเหตุ ไปสู่การบริหารความเสี่ยงเชิงรุก โดยใช้ข้อมูล วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญ พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้ “ความปลอดภัย” กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
