วช. เสริม “ระบบโดรนรับมือภัยพิบัติ” ที่น่าน ยกระดับกำลังคน-นวัตกรรม รับมืออุทกภัยพื้นที่เสี่ยง
“ระบบโดรนรับมือภัยพิบัติ” พร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ จ.น่าน วช.เสริมนวัตกรรมและสมรรถนะกำลังคน ณ ศูนย์พัฒนาการใช้โดรน เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) อ.ปัว จ.น่าน
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่จังหวัดน่าน ติดตามการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรม “ระบบโดรนรับมือภัยพิบัติ” ไปใช้ประโยชน์ในการเตรียมความพร้อมและรับมืออุทกภัย พร้อมเสริมองค์ความรู้ อุปกรณ์ และทักษะบุคลากรในพื้นที่ ผ่านศูนย์พัฒนาระบบการใช้โดรนเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการเกิดภัยพิบัติ พื้นที่ภาคเหนือ เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ตำบลเจดีย์ชัย อำเภอปัว จังหวัดน่าน
เมื่อวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงานเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ด้านการบริหารน้ำ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ลงพื้นที่ติดตามการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติไปใช้ประโยชน์จริงในจังหวัดน่าน
การลงพื้นที่ครั้งนี้มี นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ นายพิพัฒน์ เพ็ชร์พิพัฒน์ นายอำเภอปัว นายกล้าหาญ เตชนันท์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเจดีย์ชัย และ นายอิทธิฤทธิ์ ยะแสง กำนันตำบลเจดีย์ชัย พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ผู้บริหารสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ส่วนราชการจังหวัดน่าน นักวิจัย และเครือข่ายการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัย ร่วมลงพื้นที่ ณ ศูนย์พัฒนาระบบการใช้โดรนเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการเกิดภัยพิบัติ พื้นที่ภาคเหนือ เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ตำบลเจดีย์ชัย อำเภอปัว จังหวัดน่าน
วช. ผลักดันโดรนใช้รับมือภัยพิบัติ เพิ่มประสิทธิภาพสำรวจและช่วยเหลือประชาชน
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติให้ความสำคัญกับการผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมให้เกิดการใช้ประโยชน์จริงในพื้นที่ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีโดรนมาประยุกต์ใช้ในการเตรียมความพร้อมและรับมือภัยพิบัติ ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสำรวจพื้นที่ ประเมินสถานการณ์ และสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่การเดินทางภาคพื้นดินเข้าถึงได้ยาก
นอกจากการนำโดรนมาใช้ในภารกิจรับมืออุทกภัยแล้ว สำนักงานการวิจัยแห่งชาติยังมุ่งพัฒนาบุคลากรในพื้นที่ให้มีความรู้และทักษะในการใช้งานเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถนำระบบโดรนมาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีโดรนยังสามารถต่อยอดการใช้ประโยชน์ได้อีกหลายมิติ ทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพภาคการเกษตร ตลอดจนการสนับสนุนภารกิจแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการพื้นที่และการรับมือกับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม
สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองฯ เดินหน้าพัฒนานักบินโดรนในพื้นที่
นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีโดรนมาใช้ในการรับมือภัยพิบัติจำเป็นต้องพัฒนาทั้งอุปกรณ์และบุคลากรควบคู่กัน จึงมีการฝึกอบรมนักบินโดรนและทีมอาสาสมัครในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้จริงเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
สำหรับโดรนขนาดใหญ่สามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกได้ประมาณ 70–80 กิโลกรัม สามารถนำมาใช้ลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม ถุงยังชีพ และสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่ที่การเดินทางภาคพื้นดินทำได้ยาก รวมถึงใช้ในการสำรวจพื้นที่เพื่อรวบรวมข้อมูลและสนับสนุนการวางแผนช่วยเหลือประชาชนให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์
อำเภอปัวใช้ศูนย์โดรนเพิ่มขีดความสามารถรับมืออุทกภัย
นายพิพัฒน์ เพ็ชร์พิพัฒน์ นายอำเภอปัว กล่าวว่า อำเภอปัวมีพื้นที่รับน้ำจากหลายอำเภอและมีจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย การมีศูนย์พัฒนาระบบการใช้โดรนในพื้นที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนและประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้รวดเร็วและตรงจุดมากยิ่งขึ้น
สำหรับพื้นที่ ตำบลเจดีย์ชัย อำเภอปัว จังหวัดน่าน และพื้นที่ใกล้เคียง มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแอ่งรับน้ำและมีจุดคอขวด โดยเป็นพื้นที่รองรับน้ำจากหลายอำเภอ ได้แก่ อำเภอบ่อเกลือ อำเภอเชียงกลาง อำเภอทุ่งช้าง และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ก่อนระบายลงสู่อำเภอท่าวังผา ส่งผลให้เมื่อเกิดฝนตกหนัก พื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย
โดยเฉพาะตำบลเจดีย์ชัย ซึ่งในอดีตเคยได้รับผลกระทบจากอุทกภัยมากกว่า 600 หลังคาเรือน ครอบคลุม 9 หมู่บ้าน สะท้อนถึงความจำเป็นในการมีระบบเฝ้าระวัง ประเมินสถานการณ์ และสนับสนุนการบริหารจัดการภัยพิบัติที่สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
วช. สนับสนุนศูนย์ใช้โดรนรับมือภัยพิบัติ 4 พื้นที่
ทั้งนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ด้านการใช้โดรนเพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือภัยพิบัติใน 4 พื้นที่ ได้แก่ จังหวัดน่าน จังหวัดเชียงราย จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสงขลา พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ อุปกรณ์ และการฝึกอบรมบุคลากรในพื้นที่ เพื่อให้แต่ละพื้นที่สามารถนำเทคโนโลยีโดรนมาใช้สนับสนุนภารกิจด้านการสำรวจ เฝ้าระวัง แจ้งเตือน และบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การลงพื้นที่จังหวัดน่านครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากระดับองค์ความรู้ไปสู่การใช้ประโยชน์จริง โดยเชื่อมโยงการทำงานระหว่างนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายชุมชน เพื่อเพิ่มความพร้อมของพื้นที่เสี่ยงในการรับมืออุทกภัยและภัยพิบัติรูปแบบต่าง ๆ ลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

