ศ.ดร.อมร พิมานมาศ ไขข้อสงสัย ทำไมแผ่นดินไหวอิตาลีขนาด 4.7 จึงสร้างความเสียหายต่ออาคารจำนวนมาก
แผ่นดินไหวอิตาลีขนาด 4.7 แมกนิจูด ทำไมอาคารหลายหลังจึงเสียหาย? ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย วิเคราะห์ 5 ปัจจัยสำคัญ

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ ชี้แผ่นดินไหวอิตาลีแม้มีขนาดเพียง 4.7 แต่ความลึกตื้น พื้นที่ภูเขาไฟ และอาคารก่ออิฐเก่า ทำให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบริเวณเมือง โปซซูโอลี (Pozzuoli) ทางตะวันตกของเมือง เนเปิลส์ (Naples) ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีขนาด 4.7 แมกนิจูด แม้จะไม่ถือเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ตามมาตรฐานทางธรณีวิทยา แต่กลับส่งผลให้อาคาร บ้านเรือน และสิ่งปลูกสร้างหลายแห่งได้รับความเสียหาย จนเกิดคำถามว่าทำไมแผ่นดินไหวระดับดังกล่าวจึงสร้างผลกระทบได้มาก
ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ได้วิเคราะห์สาเหตุเชิงวิศวกรรมโครงสร้างและธรณีวิทยา โดยระบุว่าปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่ที่ "ขนาด" ของแผ่นดินไหวเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ ทั้งความลึกของจุดศูนย์กลาง ลักษณะธรณีวิทยา สภาพอาคาร และการเกิดแผ่นดินไหวซ้ำในพื้นที่
จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวตื้นเพียง 3 กิโลเมตร ทำให้แรงสั่นสะเทือนรุนแรงกว่าปกติ
ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ อธิบายว่า ปัจจัยสำคัญประการแรกคือ จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวมีความลึกเพียงประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าตื้นมาก เมื่อเทียบกับแผ่นดินไหวส่วนใหญ่ที่มักเกิดลึกกว่านั้น
เมื่อแผ่นดินไหวเกิดในระดับตื้น คลื่นแผ่นดินไหวจะสูญเสียพลังงานระหว่างเดินทางขึ้นสู่ผิวโลกน้อย ส่งผลให้พื้นที่เหนือจุดศูนย์กลางได้รับแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรง แม้ว่าค่าขนาดแผ่นดินไหว (Magnitude) จะไม่สูงมากก็ตาม
พื้นที่เกิดเหตุเป็นชุมชนเมืองหนาแน่น
เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในเมือง โปซซูโอลี (Pozzuoli) ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมือง เนเปิลส์ (Naples) ในแคว้นกัมปาเนีย (Campania) ประเทศอิตาลี
เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีอาคาร บ้านเรือน โบสถ์ และสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก การเกิดแรงสั่นสะเทือนแม้เพียงระดับปานกลาง จึงสามารถสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง
อาคารที่เสียหายส่วนใหญ่เป็นอาคารก่ออิฐและโบสถ์เก่า ไม่ได้ออกแบบต้านแผ่นดินไหว
ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ ระบุว่า ความเสียหายส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการพังถล่มของโครงสร้างหลักทั้งหมด แต่เกิดกับ
ผนังอาคาร
เปลือกอาคาร
ปูนฉาบ
ชิ้นส่วนตกแต่งอาคาร
โดยเฉพาะอาคารเก่าและโบสถ์โบราณที่ก่อสร้างด้วย อิฐหรือก่ออิฐฉาบปูนที่ไม่มีเหล็กเสริม (Unreinforced Masonry) ซึ่งเป็นระบบก่อสร้างที่มีความเปราะสูง ไม่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนด้านข้างได้ดี จึงเกิดการแตกร้าว หลุดร่วง หรือพังถล่มได้ง่าย
นอกจากนี้ ยังมีรายงานการเกิด หินถล่ม (Rockfall) ในบางพื้นที่ ซึ่งเป็นผลจากแรงสั่นสะเทือนเช่นกัน
พื้นที่อยู่ในเขตภูเขาไฟ Campi Flegrei ที่ยังไม่สงบ
อีกปัจจัยสำคัญคือ พื้นที่เมืองโปซซูโอลีตั้งอยู่ในเขต Campi Flegrei (Phlegraean Fields) ซึ่งเป็นแอ่งภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่ยังมีพลังงานใต้พิภพและยังไม่สงบ
แผ่นดินไหวครั้งนี้จึงไม่ได้เกิดจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเคลื่อนตัวของแมกมา ก๊าซ และของไหลร้อนใต้พื้นโลก
พื้นที่ดังกล่าวเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Bradyseism ซึ่งเป็นการยกตัวและทรุดตัวของพื้นดินอย่างช้า ๆ และต่อเนื่องจากแรงดันใต้ดิน ส่งผลให้พื้นดินบางบริเวณยกตัวสะสมสูงกว่า 1.6 เมตร ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้อาคารจำนวนมากเกิดรอยแตกร้าวสะสมอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเกิดแผ่นดินไหวจึงเกิดความเสียหายได้ง่ายกว่าปกติ
การเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่อง (Seismic Swarm) ทำให้อาคารสะสมความเสียหาย
ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ กล่าวว่า พื้นที่บริเวณ Campi Flegrei ยังเกิดปรากฏการณ์ Seismic Swarm หรือกลุ่มแผ่นดินไหวขนาดเล็กจำนวนมากที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
แม้แผ่นดินไหวแต่ละครั้งอาจไม่รุนแรง แต่แรงสั่นสะเทือนที่เกิดซ้ำหลายครั้งสามารถทำให้อาคารสะสมความเสียหาย เช่น
รอยแตกร้าวของผนัง
ความเสื่อมของโครงสร้าง
การลดความแข็งแรงของวัสดุก่อสร้าง
เมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งล่าสุด จึงทำให้อาคารบางส่วนไม่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้อีกและเกิดความเสียหาย
ผู้เชี่ยวชาญชี้ "ขนาดแผ่นดินไหว" ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดความเสียหาย
ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย สรุปว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การประเมินผลกระทบจากแผ่นดินไหวไม่สามารถพิจารณาจากค่าขนาด (Magnitude) เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาร่วมกับปัจจัยสำคัญ ได้แก่
ความลึกของจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว
ระยะห่างจากพื้นที่ชุมชน
สภาพธรณีวิทยา
การอยู่ในเขตภูเขาไฟที่ยังมีพลังงาน
ประเภทและอายุของอาคาร
ความเสียหายสะสมจากแผ่นดินไหวก่อนหน้า
กรณีของเมือง โปซซูโอลี (Pozzuoli) ประเทศอิตาลี จึงเป็นตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า แม้แผ่นดินไหวจะมีขนาดเพียง 4.7 แมกนิจูด แต่หากเกิดในพื้นที่ที่มีความเปราะบางทางธรณีวิทยาและมีอาคารเก่าจำนวนมาก ก็สามารถสร้างความเสียหายต่ออาคารและโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างมีนัยสำคัญ



