งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

“หัวขวานลดไฟ ไร้ฝุ่น PM2.5” หนังสือนิทาน 3 เล่ม ชวนเด็กเข้าใจไฟป่า-เผาในที่โล่ง-ฝุ่นเมือง

“หัวขวานลดไฟ ไร้ฝุ่น PM2.5” ​เปลี่ยน​เรื่องยากให้เด็กเข้าใจง่าย นิทานภาพปลูกจิตสำนึกลดการเผา

หัวขวานลดไฟ ไร้ฝุ่น PM2.5

     กรุงเทพฯ – ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร เดินหน้าสื่อสารปัญหาไฟป่า การเผาในที่โล่ง และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ผ่านหนังสือนิทานภาพสำหรับเด็กชุด “หัวขวานลดไฟ ไร้ฝุ่น PM2.5” จำนวน 3 เล่ม ได้แก่ “ไฟป่า น่ากลัวจัง” “ไฟนา อย่าก่อนะ” และ “ฝุ่นเมืองเรื่องใหญ่” มุ่งถ่ายทอดเรื่องสิ่งแวดล้อมและมลพิษทางอากาศให้เด็กเข้าใจง่าย พร้อมปลูกฝังความตระหนักรู้ด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมลดการเผาตั้งแต่วัยเยาว์

     หนังสือชุดดังกล่าวสะท้อนแนวคิดว่า การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะมาตรการด้านนโยบายหรือวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่จำเป็นต้องอาศัยการสื่อสารสาธารณะและการศึกษา โดยเฉพาะการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเด็กและเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของสังคมในอนาคต

ใช้นิทานภาพเปลี่ยนเรื่อง PM2.5 ให้เด็กเข้าใจง่าย

     ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.วรพร สุขุมาวาสี ผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกสัตวแพทยศาสตร์ หัวหน้าโครงการผลิตนิทานสำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อเสริมสร้างเด็กไทยและในภูมิภาคให้ช่วยลดฝุ่นควันจากการเผาและยานพาหนะ และอาจารย์ประจำคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หนังสือนิทานภาพชุด “หัวขวานลดไฟ ไร้ฝุ่น PM2.5” จัดทำขึ้นเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 และแหล่งกำเนิดมลพิษที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะการเผาป่า การเผาในภาคการเกษตร และมลพิษจากยานพาหนะในเขตเมือง

     หนังสือชุดนี้ใช้ “นกหัวขวานใหญ่สีดำ” ซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์ประจำอุทยานแห่งชาติแม่ปิง เป็นตัวละครหลักในการดำเนินเรื่อง เพื่อสื่อสารแนวคิดการร่วมกันปกป้องประเทศจากปัญหาไฟและฝุ่น

     ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.วรพร กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดประสงค์สำคัญของโครงการคือการให้ความรู้เกี่ยวกับแหล่งกำเนิดฝุ่นควันจากการเผาในที่โล่งและจากยานพาหนะ โดยนำเสนอผ่านนิทานภาพ ตัวละคร และภาษาที่เหมาะสมกับวัย เพื่อให้เด็กสามารถเข้าใจประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมได้ง่าย และนำไปสู่การปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งถือเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหาในระยะยาว

ผนึกความร่วมมือหลายภาคส่วน สร้างสื่อการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม

     โครงการผลิตหนังสือนิทานชุดดังกล่าวสะท้อนการทำงานแบบสหวิชาชีพ โดยได้รับความร่วมมือจากหลายองค์กร ได้แก่ ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), กรุงเทพมหานคร, มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก, คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ฯ, กลุ่ม Unite Thailand และหน่วยงานวิชาการด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

     เป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาหนังสือชุดนี้ให้เป็น สื่อการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับเด็กและเยาวชนไทย โดยช่วยให้เด็กเข้าใจปัญหา PM2.5 และสาเหตุของฝุ่นควันผ่านภาษาที่เหมาะสมกับวัย รวมถึงส่งเสริมพฤติกรรมลดการเผาและการใส่ใจสิ่งแวดล้อม

     นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้ประกอบการเรียนรู้ในโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และครอบครัว เพื่อให้เด็กนำความรู้ไปสื่อสารต่อกับผู้ปกครองและคนในชุมชน พร้อมส่งเสริม Environmental Literacy หรือความรอบรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่วัยปฐมวัย

     หนังสือยังเชื่อมโยงความรู้ด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงสนับสนุนการเรียนรู้แบบ Problem-based Learning จากปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย โดยทำให้ประเด็น PM2.5 ซึ่งมีความซับซ้อน กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าใจได้ง่ายสำหรับเด็ก

“ตุ๊บปอง” ชี้นิทานช่วยเปลี่ยนเรื่องยากให้เด็กเรียนรู้ได้ง่าย

     ด้าน คุณเรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป หรือ “ตุ๊บปอง” กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก และผู้เขียนหนังสือ กล่าวว่า ปัญหาไฟป่า ไฟนา และฝุ่นเมืองส่งผลกระทบต่อคนในสังคม การจัดทำหนังสือภาพสำหรับเด็กจึงเป็นช่องทางสำคัญในการสื่อสารกับผู้ได้รับผลกระทบ ทำให้เด็กและประชาชนสามารถรู้เท่าทันปัญหามลพิษและนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

     การนำประเด็นด้านวิชาการมาถ่ายทอดผ่านตัวการ์ตูนและตัวละครช่วยทำให้เรื่องที่มีความซับซ้อนเข้าใจง่ายขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยให้เด็กเห็นผลกระทบของการกระทำที่มีต่อสุขภาพ ครอบครัว ผู้อื่น และสิ่งแวดล้อม

     สำหรับสิ่งที่คาดหวังให้เด็กและเยาวชนได้รับจากหนังสือชุดนี้ ประกอบด้วย 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การตระหนักรู้และสามารถป้องกันตนเองในฐานะผู้ได้รับผลกระทบ การสื่อสารความรู้ไปยังคนในครอบครัวและสังคม และการสร้างความเข้าใจให้ผู้ที่ก่อให้เกิดปัญหามองเห็นผลกระทบที่ตามมา

ใช้ “อ่าน ท่อง ร้อง เล่า เล่น” สร้างการเรียนรู้

     คุณเรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป กล่าวว่า เทคนิคการเขียนหนังสือชุดนี้เลือกใช้ลักษณะของ กลอนโบราณ เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กเล็ก โดยออกแบบกระบวนการเรียนรู้ผ่าน 5 กิจกรรม ได้แก่ อ่าน ท่อง ร้อง เล่า และเล่น

     แนวทางดังกล่าวช่วยให้เด็กเกิดความสนุกและมีความสุขกับการอ่าน ขณะเดียวกันยังช่วยให้เด็กเข้าใจสาระที่ต้องการสื่อสารได้ง่ายขึ้น โดยนำเนื้อหาที่ยากมาถ่ายทอดผ่านกระบวนการด้านฉันทลักษณ์ การส่งสัมผัส และจังหวะของภาษา ซึ่งช่วยสร้างสมาธิและทำให้การเรียนรู้มีความเพลิดเพลินมากกว่าการนำเสนอในรูปแบบร้อยแก้วเพียงอย่างเดียว

เริ่มผลิตหนังสือกว่า 3,000 เล่มตั้งแต่ปี 2567

     สำหรับความเป็นมาของโครงการ เมื่อปี 2567 โครงการผลิตหนังสือนิทานได้จัดพิมพ์หนังสือจำนวนกว่า 3,000 เล่ม โดยได้รับการสนับสนุนจาก ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่โรงเรียน นักเรียนระดับอนุบาลถึงประถมศึกษา ห้องสมุด และประชาชนที่สนใจ

     ต่อมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2567 มีการเปิดตัวหนังสือนิทานและจัดเสวนาภายในงาน สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 52 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 22

    การเสวนาครั้งดังกล่าวมีวิทยากร ได้แก่ ดร.เจน ชาญณรงค์ อดีตประธานผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล และรองประธานสภาลมหายใจกรุงเทพ, คุณเรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป นักเขียน, รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริมา ปัญญาเมธีกุล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอากาศ (ศวอ.), คุณลภัสรดา เสาหะสกุล นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.วรพร สุขุมาวาสี หัวหน้าโครงการผลิตนิทานฯ ซึ่งทำหน้าที่ดำเนินการเสวนา

เดินหน้าระดมทุนขยายการเข้าถึงหนังสือนิทาน

     ต่อเนื่องถึงปี 2568 ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดลได้ดำเนินการระดมทุน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนการจัดพิมพ์หนังสือนิทานเพิ่มเติม ก่อนนำไปแจกจ่ายให้แก่โรงเรียนและห้องสมุดต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์ม เทใจดอทคอม (Taejai)

     ประชาชนและผู้สนใจสามารถร่วมติดตามและเข้าถึงหนังสือผ่าน QR Code ที่โครงการจัดทำไว้ เพื่อใช้เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับ ไฟป่า การเผาในที่โล่ง ฝุ่น PM2.5 มลพิษทางอากาศ และการดูแลสิ่งแวดล้อม ให้เข้าถึงเด็ก ครอบครัว โรงเรียน และชุมชนได้กว้างขึ้น

     หนังสือ “หัวขวานลดไฟ ไร้ฝุ่น PM2.5” จึงไม่ได้เป็นเพียงหนังสือนิทานสำหรับเด็ก แต่ยังเป็นเครื่องมือสื่อสารสาธารณะที่นำประเด็นด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อสังคมมาถ่ายทอดในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและวางรากฐานการมีส่วนร่วมในการลดปัญหาการเผาและฝุ่น PM2.5 ตั้งแต่วัยเด็ก