EASYRICE ชู AI ยกระดับข้าวไทย เปิดเวที “พันธุ์ใหม่ เทคโนโลยีใหม่ โอกาสใหม่” ดันแข่งขันตลาดโลก
EASYRICE ชู AI ยกระดับข้าวไทย เปิดเวที “พันธุ์ใหม่ เทคโนโลยีใหม่ โอกาสใหม่” เชื่อมข้อมูลทั้งห่วงโซ่สู่ตลาดโลก

บริษัท อีซีไรช์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด หรือ EASYRICE ผู้พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโซลูชันดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมข้าวไทย จัดสัมมนา “พันธุ์ใหม่ เทคโนโลยีใหม่ โอกาสใหม่ของข้าวไทย” ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร เปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาครัฐ ภาควิจัย ภาคการศึกษา ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมข้าว พร้อมนำเสนอทิศทางการพัฒนา AI ที่ EASYRICE วิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปี เพื่อยกระดับมาตรฐาน เพิ่มประสิทธิภาพ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก
การสัมมนาครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ โรงสี ผู้ส่งออก เกษตรกร และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมข้าวเข้าร่วม โดยมุ่งแลกเปลี่ยนแนวทางการประยุกต์ใช้ AI ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การตรวจสอบพันธุ์ข้าวเปลือก การตรวจสอบคุณภาพข้าวสาร การควบคุมคุณภาพการรับซื้อ ไปจนถึงการบริหารจัดการโรงสีและระบบข้อมูลธุรกิจ
EASYRICE ยังขยายบทบาทของ AI ไปสู่ภาคต้นน้ำ ผ่านการสนับสนุนงานวิจัยและการปรับปรุงพันธุ์ข้าว โดยมองว่าพันธุ์ข้าวที่ตอบโจทย์ตลาด ข้อมูลที่ถูกต้อง และเทคโนโลยีที่น่าเชื่อถือ เป็นองค์ประกอบสำคัญในการยกระดับศักยภาพข้าวไทยให้แข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน
depa เปิดทางผู้ประกอบการเข้าถึง AI พร้อมมาตรการสนับสนุน
ภายในงาน ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa ถ่ายทอดมุมมองในหัวข้อ “ยกระดับธุรกิจด้วย AI พร้อมรับทุนสนับสนุนจาก depa” โดยกล่าวถึงบทบาทของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลในการสนับสนุนภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ให้สามารถเข้าถึง AI และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ดร.ปรีสาร รักวาทิน ระบุถึงการสนับสนุนผ่านโครงการ AI Transformation และมาตรการต่าง ๆ ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการสามารถรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านสินค้าและบริการดิจิทัลสูงสุด 50% ของมูลค่าที่ซื้อภายใต้โครงการ ช่วยลดภาระการลงทุนและเปิดโอกาสให้ธุรกิจเริ่มประยุกต์ใช้ AI ได้ง่ายขึ้น
แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่า การยกระดับอุตสาหกรรมไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้พัฒนาเทคโนโลยี เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการนำ AI ไปใช้จริงในภาคธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ EASYRICE ที่พัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมข้าวไทยอย่างต่อเนื่อง
EASYRICE วาง AI เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของอุตสาหกรรมข้าวไทย
นายภูวินทร์ คงสวัสดิ์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท อีซีไรช์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมข้าวในอนาคตไม่ได้อาศัยเพียงการสร้างข้าวพันธุ์ใหม่ แต่ต้องอาศัยข้อมูล เทคโนโลยี และมาตรฐานที่เชื่อถือได้ โดย AI จะเข้ามามีบทบาทตั้งแต่งานวิจัย การพัฒนาพันธุ์ การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการบริหารจัดการข้อมูลภาคธุรกิจ
นายภูวินทร์ คงสวัสดิ์ กล่าวว่า EASYRICE ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมข้าวไทย และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดโลก
แนวทางของ EASYRICE คือการขยับบทบาท AI จากเครื่องมือแก้ปัญหาเฉพาะด้าน ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมข้าวไทย โดยเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมรองรับระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อสร้างมาตรฐานร่วม เพิ่มความโปร่งใส ลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ใช้ AI แก้โจทย์อุตสาหกรรมข้าวตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ในภาคต้นน้ำ ทั้งการวิจัย การปรับปรุงพันธุ์ข้าว การรับซื้อเมล็ดพันธุ์ และการจัดหาวัตถุดิบ จำเป็นต้องมีการยืนยันสายพันธุ์และข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบแบบเดิมต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ ใช้เวลา และมีข้อจำกัดในการตรวจสอบปริมาณมาก
EASYRICE จึงพัฒนา AI Genomic Selection และ EASYRICE MP2 เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบและยืนยันสายพันธุ์ข้าวบนฐานข้อมูลที่มีแหล่งอ้างอิงชัดเจน รองรับงานวิจัย การปรับปรุงและขยายพันธุ์ รวมถึงการรับซื้อวัตถุดิบภายใต้มาตรฐานเดียวกัน
สำหรับภาคกลางน้ำ ซึ่งโรงสีและผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการควบคุมคุณภาพข้าว EASYRICE พัฒนา EASYRICE M0 ระบบ AI สำหรับตรวจสอบคุณภาพข้าวสารระดับรายเมล็ด เพื่อช่วยให้การตรวจสอบทำได้รวดเร็ว สม่ำเสมอ และลดความคลาดเคลื่อนจากการประเมินของแต่ละบุคคล
ส่วนภาคปลายน้ำ EASYRICE พัฒนา EASYRICE ERP เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่การรับซื้อ การตรวจสอบคุณภาพ การผลิต การบริหารสต็อก ไปจนถึงการจำหน่ายในระบบดิจิทัล ช่วยให้หน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกัน และนำไปใช้วางแผนการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เปิดมุมมองการพัฒนาข้าวพันธุ์ใหม่ของไทย
ภายในงานยังมีเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาและปรับปรุงข้าวพันธุ์ใหม่ของประเทศไทย เพื่อรับมือกับการแข่งขันในตลาดโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิต และความต้องการข้าวคุณภาพสูงของผู้บริโภค
เวทีดังกล่าวมีผู้แทนและผู้เชี่ยวชาญจากกรมการข้าว ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และบริษัท อีซีไรช์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองต่อทิศทางอุตสาหกรรมข้าวไทย
ประเด็นสำคัญคือการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีผลผลิตสูง มีคุณภาพการหุงต้มและรสชาติที่ดี และตอบสนองความต้องการของตลาด ขณะเดียวกันต้องมีระบบข้อมูลที่สามารถยืนยันสายพันธุ์และคุณลักษณะของข้าวได้อย่างน่าเชื่อถือ
“AI ที่ดี เริ่มต้นจากข้อมูลที่ดี”
หนึ่งในแนวคิดสำคัญที่ EASYRICE นำเสนอคือ “AI ที่ดี เริ่มต้นจากข้อมูลที่ดี” โดยบริษัทมองว่าความน่าเชื่อถือของ AI ไม่ได้เกิดจากความสามารถของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตั้งอยู่บนข้อมูลอ้างอิงที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับของอุตสาหกรรม
แนวคิดดังกล่าวครอบคลุมการนำ AI มาใช้ในงานวิจัย การปรับปรุงพันธุ์ การตรวจสอบคุณภาพ การรับซื้อ และการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมข้าว เพื่อเพิ่มความโปร่งใส ลดความคลาดเคลื่อน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เกษตรกร โรงสี ผู้รับซื้อ ผู้ส่งออก และผู้บริโภค
AI Genomic Selection เร่งการปรับปรุงพันธุ์ข้าวไทย
EASYRICE ยังนำเสนอ AI Genomic Selection ซึ่งใช้ AI เชื่อมโยงข้อมูลจีโนมกับข้อมูลลักษณะประจำพันธุ์ เพื่อสนับสนุนการประเมินศักยภาพทางพันธุกรรมของสายพันธุ์ และช่วยให้นักปรับปรุงพันธุ์สามารถวางแผนการผสมและคัดเลือกสายพันธุ์ที่มีแนวโน้มดีได้อย่างเป็นระบบตั้งแต่ระยะต้น
เทคโนโลยีดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนงานวิจัยและการปรับปรุงพันธุ์ ช่วยลดจำนวนรอบการคัดเลือกและลดระยะเวลาในการพัฒนาพันธุ์ใหม่ พร้อมสร้างฐานข้อมูลพันธุ์ข้าวที่สามารถนำไปต่อยอดในอนาคต
EASYRICE ระบุว่า AI Genomic Selection สามารถต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบและประเมินคุณภาพข้าวด้วย AI โดยเมื่อผนวกข้อมูลลักษณะประจำพันธุ์เข้ากับข้อมูลพันธุกรรม จะช่วยเชื่อมโยงข้อมูล genotype และ phenotype เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงพันธุ์ข้าวอย่างเป็นระบบ
เชื่อมข้าวพันธุ์ใหม่กับตลาดและการแข่งขันระดับโลก
นอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีแล้ว EASYRICE ยังเปิดเวทีเชื่อมมุมมองของภาครัฐ ผู้รับซื้อ ผู้ส่งออก และผู้ประกอบการ เพื่อหารือทิศทางข้าวไทยตั้งแต่การผลิตจนถึงตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยมีผู้ร่วมแลกเปลี่ยนจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และบริษัท อีซีไรช์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด
เวทีดังกล่าวแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความต้องการของตลาดต่อข้าวพันธุ์ใหม่ การกำหนดราคารับซื้อ ตำแหน่งทางการตลาดเมื่อเปรียบเทียบกับข้าวหอมมะลิ รวมถึงคุณลักษณะของข้าวที่ตลาดโลกมีแนวโน้มต้องการในอนาคต พร้อมหารือความท้าทายของอุตสาหกรรมข้าวไทย ทั้งการแข่งขันกับประเทศผู้ส่งออกสำคัญ เช่น เวียดนามและอินเดีย ต้นทุนการผลิต คุณภาพและความสม่ำเสมอของผลผลิต ตลอดจนการพัฒนาข้าวให้ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของตลาดโลก
EASYRICE มองว่า การพัฒนาข้าวพันธุ์ใหม่จะสร้างประโยชน์ได้เต็มศักยภาพเมื่อมีตลาดรองรับ ระบบตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ และมาตรฐานการรับซื้อที่ชัดเจน ขณะที่ AI สามารถเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาพันธุ์ การตรวจสอบคุณภาพ การรับซื้อ การบริหารจัดการโรงสี ไปจนถึงการตรวจสอบย้อนกลับ
จากแนวทางดังกล่าว EASYRICE ยังคงเดินหน้าวิจัยและพัฒนา AI และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมข้าวไทยตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ โดยมุ่งสร้างระบบข้อมูลและมาตรฐานที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลกอย่างยั่งยืน
ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บริษัท อีซีไรช์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด หรือ EASYRICE ได้ที่โทรศัพท์ 02-700-4399 และเว็บไซต์ของบริษัท
