DIPROM ยกระดับ 13 แบรนด์อาหารฮาลาลไทย เชื่อม GI–Soft Power เจาะตลาดโลก
ดีพร้อม ดัน 13 แบรนด์อาหารฮาลาลไทยสู่ตลาดโลก ชู GI–Soft Power–Global Branding สร้างธุรกิจอาหารแห่งอนาคต

กรุงเทพฯ 11 สิงหาคม 2569 – กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มไทยเข้าสู่ตลาดอาหารฮาลาลระดับโลก ผ่านโครงการ DIPROM RESTRO POWER (Halal Version) ภายใต้แนวคิด “Local to Global” มุ่งยกระดับร้านอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภคมุสลิม หรือ Muslim Friendly รวมถึงผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล ให้สามารถพัฒนาธุรกิจอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การสร้างแบรนด์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการ ไปจนถึงการขยายตลาดในประเทศและต่างประเทศ
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการนำ อาหารฮาลาล วัตถุดิบอัตลักษณ์ท้องถิ่น สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI (Geographical Indication) และพลังสร้างสรรค์ หรือ Soft Power มาต่อยอดเป็นเมนูและผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก โดยมีผู้ประกอบการต้นแบบจำนวน 13 แบรนด์จากทั่วประเทศ เข้าร่วมกระบวนการพัฒนาศักยภาพอย่างเข้มข้น
นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับสากล เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้พิจารณาเฉพาะความถูกต้องตามมาตรฐานฮาลาลเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัย คุณภาพของวัตถุดิบ ความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบ และเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าอาหารในตลาดโลก
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) ภายใต้การบริหารงานของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ประกอบการไทยในทุกมิติ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
การดำเนินงานมุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม การพัฒนามาตรฐาน การสร้างแบรนด์ และการบริหารจัดการธุรกิจ โดยใช้จุดแข็งของอาหารไทย วัตถุดิบท้องถิ่น และพลังสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
จากร้านอาหารท้องถิ่นสู่ธุรกิจอาหารพร้อมแข่งขันระดับโลก
นายพลาวุธ กล่าวว่า โครงการ DIPROM RESTRO POWER (Halal Version) มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภคมุสลิม รวมถึงผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล ให้สามารถยกระดับจาก “ร้านอาหารท้องถิ่น” สู่ “ธุรกิจอาหารที่มีแบรนด์ มีมาตรฐาน มีระบบ และพร้อมแข่งขันในตลาดโลก”
ภายใต้แนวคิด Local to Global ผู้ประกอบการจะได้เรียนรู้และพัฒนาธุรกิจตั้งแต่การวิเคราะห์ศักยภาพของกิจการ การออกแบบโมเดลธุรกิจ การอบรมเชิงปฏิบัติการ การให้คำปรึกษารายกิจการ การพัฒนาเมนูและผลิตภัณฑ์ร่วมกับเชฟและผู้เชี่ยวชาญ การสร้างแบรนด์ การบริหารต้นทุน การวางระบบบริหารร้านอาหาร การพัฒนาช่องทางการตลาด ตลอดจนการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ
กระบวนการดังกล่าวมีเป้าหมายให้ผู้ประกอบการสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้จริง และต่อยอดไปสู่โอกาสทางธุรกิจ ทั้งการพัฒนาสินค้าเชิงพาณิชย์ การขยายสาขา การสร้างแฟรนไชส์ การผลิตแบบ OEM รวมถึงการส่งออกในอนาคต
ชู GI และวัตถุดิบท้องถิ่น สร้างความแตกต่างอาหารฮาลาลไทย
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของโครงการ คือการผลักดันให้ผู้ประกอบการนำ วัตถุดิบอัตลักษณ์ท้องถิ่นและสินค้า GI มาพัฒนาเป็นเมนูและผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวผ่านการสร้างแบรนด์
การผสานมาตรฐานฮาลาลเข้ากับอัตลักษณ์ของอาหารไทย จะช่วยสร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ ได้มากขึ้น โดยสอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการใช้ Soft Power ของประเทศไทย
นายพลาวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมดังกล่าวเปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญในการนำทรัพยากร ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของท้องถิ่นมาต่อยอดสู่ตลาดโลก ผ่านการพัฒนาผู้ประกอบการทั้งกลุ่ม “Halal by Owner” หรือธุรกิจของชาวมุสลิม และกลุ่ม “Muslim Friendly” หรือธุรกิจทั่วไปที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภคชาวมุสลิม
แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงการทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่มีความหลากหลาย พร้อมเปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์จากชุมชนสามารถพัฒนาและแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารระดับสากลได้อย่างยั่งยืน
13 แบรนด์ต้นแบบ เดินหน้าสร้างธุรกิจอาหารแห่งอนาคต
ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ มีผู้ประกอบการ 13 แบรนด์จากทั่วประเทศ ผ่านกระบวนการพัฒนาศักยภาพอย่างเข้มข้น ทั้งการวิเคราะห์ธุรกิจ การออกแบบโมเดลธุรกิจ การสร้างแบรนด์ การบริหารต้นทุน การพัฒนาเมนูและผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการร้านอาหารสมัยใหม่ การให้คำปรึกษาเชิงลึก และการพัฒนาเมนูร่วมกับเชฟผู้เชี่ยวชาญ
ผลจากกระบวนการพัฒนาดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างต้นแบบเมนูและผลิตภัณฑ์ใหม่ วางแนวทางการสร้างแบรนด์ พัฒนาระบบบริหารจัดการร้านอาหาร และเชื่อมโยงเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ
เป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดธุรกิจไปสู่สินค้าเชิงพาณิชย์ การขยายสาขา แฟรนไชส์ การผลิต OEM และการส่งออกในอนาคต
เปิดเวที HALAL FOOD STYLING CHALLENGE โชว์ศักยภาพอาหารไทย
สำหรับกิจกรรม “HALAL FOOD STYLING CHALLENGE” เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเสนอศักยภาพในการสร้างสรรค์เมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นและสินค้า GI ผ่านการออกแบบอาหาร การเล่าเรื่อง และการนำเสนอแนวคิดทางธุรกิจ
ภายในกิจกรรมมีการประกวดและมอบรางวัล 3 ประเภท ได้แก่
Best Creative Menu & Taste with Local Raw Materials รางวัลด้านการสร้างสรรค์เมนูและรสชาติจากวัตถุดิบท้องถิ่น
Best Food Styling Presentation with Local Raw Materials รางวัลด้านการออกแบบและนำเสนออาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่น
Best Storytelling & Taste with Local Materials รางวัลด้านการเล่าเรื่องและรสชาติจากวัตถุดิบท้องถิ่น
กิจกรรมดังกล่าวมุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเห็นถึงศักยภาพของวัตถุดิบในพื้นที่ สามารถนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์และเมนูอาหารที่มีเรื่องราว เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล
นอกจากนี้ ยังมีการจัดเวทีเสวนาพิเศษเกี่ยวกับ การพัฒนาธุรกิจอาหารและการบริหารธุรกิจร้านอาหารหลายสาขา ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ
ดีพร้อมมุ่งสร้างระบบนิเวศธุรกิจอาหารฮาลาลไทย
นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวทิ้งท้ายว่า การพัฒนาผู้ประกอบการอาหารฮาลาลในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการยกระดับมาตรฐานของร้านอาหารและผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังต้องการสร้างความพร้อมด้านธุรกิจอย่างรอบด้าน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
การนำ GI วัตถุดิบอัตลักษณ์ท้องถิ่น มาตรฐานฮาลาล การสร้างแบรนด์ และ Soft Power มาผสานเข้าด้วยกัน จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้อาหารไทยสามารถสร้างความแตกต่างในตลาดโลก และสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทย
เป้าหมายของ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) คือการผลักดันผู้ประกอบการจากระดับ Local to Global ให้สามารถสร้างธุรกิจอาหารที่มีมาตรฐาน มีแบรนด์ มีระบบบริหารจัดการ และมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลและธุรกิจอาหารแห่งอนาคตของภูมิภาคอย่างยั่งยืน
