งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

“สมศ.-สอศ.” เปิดตัว Digital QA Platform ปฏิรูประบบประเมินการศึกษา เชื่อมข้อมูล Real-time คืนเวลาให้ครู

“สมศ.-สอศ.” เปิดตัว Digital QA Platform เชื่อมข้อมูลประเมินคุณภาพแบบ Real-time ลดภาระเอกสาร คืนเวลาให้ครู

Digital QA Platform

     กรุงเทพฯ 10 สิงหาคม 2569 – สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เดินหน้าปฏิรูปการประกันคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยี เปิดตัวนวัตกรรม “Digital QA Platform” เชื่อมโยงข้อมูลการประกันคุณภาพภายในและภายนอกแบบ Real-time พร้อมนำ Data Integration และ Data Visualization มาใช้ลดภาระงานเอกสารซ้ำซ้อนของสถานศึกษา ตามแนวทาง “คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก” และมุ่งสู่เป้าหมาย Quality Education for All Thais

     นางสาวพลอย ธนิกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดยมีการพัฒนา “ทุนมนุษย์” เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ ผ่านการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐาน

     นางสาวพลอย ธนิกุล กล่าวเพิ่มเติมว่า การประเมินคุณภาพภายนอกโดยหน่วยงานที่เป็นกลางมีบทบาทในการกระตุ้นให้หน่วยงานด้านการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงสถานศึกษาและห้องเรียน เกิดการประเมินตนเองและพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานศึกษาสามารถมองเห็นทั้งจุดเด่นและประเด็นที่ต้องพัฒนา พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้เรียน ผู้ปกครอง และสังคมว่าได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ

     อย่างไรก็ตาม กระบวนการเตรียมรับการประเมินที่ผ่านมาอาจมีภาระงานเอกสารและการจัดเตรียมข้อมูลที่ซ้ำซ้อน ซึ่งส่งผลต่อเวลาที่ครูควรนำไปใช้กับการจัดการเรียนรู้และดูแลผู้เรียน กระทรวงศึกษาธิการจึงให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน โดยความร่วมมือระหว่าง สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) และ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในการพัฒนา Digital QA Platform ถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของการลดภาระครูและยกระดับระบบประกันคุณภาพการศึกษา

     ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.องอาจ นัยพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) กล่าวว่า สมศ. เดินหน้ายกระดับระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านการมีส่วนร่วมและเครือข่ายความร่วมมือ ความโปร่งใส และการใช้เทคโนโลยี โดยสอดคล้องกับนโยบายของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่เน้นแนวทาง “คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก” รวมถึงแนวทางด้านความโปร่งใสของ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)

     ศาสตราจารย์ ดร.องอาจ นัยพัฒน์ กล่าวว่า สมศ. ได้ประสานความร่วมมือกับ สอศ. ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อพัฒนา Digital QA Platform ซึ่งออกแบบให้เป็นโครงสร้างการประเมินคุณภาพภายนอกรูปแบบใหม่ โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบการประกันคุณภาพภายใน หรือ IQA (Internal Quality Assurance) และการประกันคุณภาพภายนอก หรือ EQA (External Quality Assurance) ก่อนนำข้อมูลมาประมวลผลและนำเสนอผ่านระบบ Data Visualization ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำความเข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้น

     Digital QA Platform มุ่งตอบโจทย์ผู้ใช้งานหลัก 4 กลุ่ม ได้แก่

  1. สถานศึกษา สามารถนำข้อมูลไปใช้ปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอน

  2. หน่วยงานต้นสังกัดและกระทรวงศึกษาธิการ ใช้ข้อมูลเป็นฐานสำหรับกำหนดทิศทางและนโยบายด้านการศึกษา

  3. ประชาชนและผู้ปกครอง ใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาที่เหมาะสมสำหรับบุตรหลาน

  4. สมศ. และผู้ประเมินภายนอก ใช้ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์และออกแบบกระบวนการประเมินให้มีความแม่นยำมากขึ้น

    สำหรับระบบ Digital QA Platform ระยะนำร่อง (Pilot Version) สามารถรองรับการทำงานสำคัญ ได้แก่ Data Integration โดยดึงข้อมูลที่สถานศึกษาบันทึกไว้ในระบบของหน่วยงานต้นสังกัด เช่น ระบบ Digital IQA รายงานการประเมินตนเอง หรือ SAR (Self-Assessment Report) และแผนพัฒนาการศึกษา มาใช้โดยตรง ช่วยลดการจัดทำเอกสารซ้ำซ้อนของครูและบุคลากร

     ขณะเดียวกัน ระบบยังรองรับการประมวลผลข้อมูลเพื่อการประเมินที่รวดเร็วและแม่นยำ หรือ Rapid and Accurate Assessment โดยเมื่อข้อมูลถูกเชื่อมโยงเข้าสู่แพลตฟอร์มแบบ Real-time สมศ. สามารถนำข้อมูลไปประกอบการออกแบบการประเมินคุณภาพภายนอกผ่านผู้ประเมินที่ได้รับการพัฒนาโดย สมศ. ลดขั้นตอนการประสานงานเพื่อขอข้อมูลจากสถานศึกษา และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บและใช้ประโยชน์จากข้อมูล

     ศาสตราจารย์ ดร.องอาจ นัยพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระยะต่อไป สมศ. มีแผนเพิ่มประสิทธิภาพของ Digital QA Platform ด้วยการนำ AI Plug-in มาเป็นผู้ช่วยครูในการจัดทำรายงานการประเมินตนเอง หรือ SAR รวมถึงพัฒนาระบบ Dashboard และ Data Analytics เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกได้มากขึ้น

     ตัวอย่างข้อมูลที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและประสานข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การเปรียบเทียบผลคะแนน V-NET กับงบประมาณที่ใช้ อัตราการมีงานทำหลังสำเร็จการศึกษา และฐานเงินเดือนเฉลี่ยหลังจบการศึกษา เพื่อพัฒนาเป็นฐานข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อการวางแผนและบริหารจัดการด้านการศึกษาได้ในอนาคต

     การพัฒนาดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการผลักดันการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ศาสตราจารย์ ดร.องอาจ นัยพัฒน์ กล่าวว่า สมศ. เชื่อมั่นว่า Digital QA Platform ภายใต้ความร่วมมือกับ สอศ. จะเป็นต้นแบบของการนำ Digital Transformation มาใช้ในการพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษา และสามารถต่อยอดไปยังหน่วยงานด้านการศึกษา ทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาระดับอุดมศึกษา เพื่อยกระดับมาตรฐานการประกันคุณภาพ โดยอาศัยความร่วมมือจากครู สถานศึกษา หน่วยงานต้นสังกัด ผู้ประเมินภายนอก และผู้ปกครอง สู่เป้าหมาย Quality Education for All Thais

     ด้าน นายสง่า แต่เชื้อสาย รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาให้ความสำคัญกับการประเมินคุณภาพการศึกษา และขับเคลื่อนตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่งลดภาระงานของครู โดย สอศ. ได้พัฒนาระบบ IQA ให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลของสถานศึกษา เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประกันคุณภาพสามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรง ภายใต้แนวคิด “กรอกข้อมูลครั้งเดียว ใช้ประโยชน์ได้หลายระบบ”

     ระบบดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงข้อมูลไปใช้ในการจัดทำรายงานการประเมินตนเอง หรือ SAR การติดตามผลการประเมินคุณภาพภายใน การประเมินคุณภาพภายนอก รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการบริหารและการกำหนดนโยบายของ สอศ. โดยมุ่งลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน เพิ่มความถูกต้องของข้อมูล และสร้างความเข้าใจแก่ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนถึงประโยชน์ของระบบประกันคุณภาพการศึกษา

     นายสง่า แต่เชื้อสาย กล่าวเพิ่มเติมว่า สอศ. มีแผนยกระดับฐานข้อมูลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานอื่นในอนาคต รวมทั้งนำข้อมูลและผลการประเมินไปใช้พัฒนาสถานศึกษา บุคลากร และผู้เรียน พร้อมออกแบบมาตรการสนับสนุนสถานศึกษาอาชีวศึกษาที่มุ่งพัฒนาองค์กรและคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

     “ความร่วมมือระหว่าง สมศ. และ สอศ. ถือเป็นก้าวสำคัญของการสร้าง Digital Quality Ecosystem โดยข้อมูลที่มีความถูกต้องและรวดเร็วจะช่วยสนับสนุนการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ และการผลิตกำลังคนที่มีสมรรถนะสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน” นายสง่า แต่เชื้อสาย กล่าว

     ขณะที่ ดร.สาริศา พิชัยฤกษ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพณิชยการธนบุรี กล่าวว่า วิทยาลัยพณิชยการธนบุรีมีวิสัยทัศน์ในการยกระดับสถานศึกษาสู่ Digital Campus จึงปรับระบบการทำงานโดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยจัดเก็บข้อมูล และต่อยอดจากผลงานของนักศึกษาเป็นระบบกรอกและจัดเก็บข้อมูลแบบดิจิทัล ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านกระดาษและหมึกพิมพ์ได้มากกว่า 500,000 บาทต่อปี

     นอกจากนี้ วิทยาลัยพณิชยการธนบุรียังส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครูผู้สอน โดยเชื่อมโยงข้อมูลกับกระบวนการประเมินวิทยฐานะ เพื่อสร้างความโปร่งใสและหลักธรรมาภิบาลภายในองค์กร พร้อมกำหนดเป้าหมายการประเมินในด้านต่าง ๆ ให้สูงกว่ามาตรฐานปกติ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

     ดร.สาริศา พิชัยฤกษ์ กล่าวว่า การลดเวลาที่ครูต้องใช้ในการจัดทำเอกสารจะเปิดโอกาสให้ครูนำเวลาไปพัฒนาตนเองและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนมากขึ้น โดยข้อมูลที่จัดเก็บอย่างเป็นระบบยังช่วยอำนวยความสะดวกต่อการรับการประเมินจากทั้ง สอศ. และ สมศ. ขณะเดียวกัน Digital QA Platform ยังเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาให้ตรงกับความต้องการของผู้เรียนและสังคม

     การเปิดตัว Digital QA Platform จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านระบบประกันคุณภาพการศึกษาไทยจากการจัดเก็บและส่งต่อเอกสารแบบเดิม สู่การเชื่อมโยงข้อมูลดิจิทัลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายมิติ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการลดภาระงานซ้ำซ้อนของครู เพิ่มประสิทธิภาพการประเมินคุณภาพ และนำข้อมูลไปสนับสนุนการตัดสินใจของสถานศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนและการศึกษาไทยในระยะยาว

     ทั้งนี้ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ระบุว่าโครงการ Digital QA Platform เป็นความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในการเชื่อมโยงข้อมูลการประกันคุณภาพภายในและภายนอก โดยโครงการดังกล่าวอยู่ในกระบวนการพัฒนาระบบเพื่อยกระดับนวัตกรรมการประเมินภายนอกและสนับสนุนการบริหารจัดการศึกษาด้วยฐานข้อมูล