AppTech EXPO 2026 เปิดโมเดล “Appropriate Technology” ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สร้างนวัตกรชุมชน 36,000 คนทั่วไทย
AppTech EXPO 2026 เปิดยุทธศาสตร์ Appropriate Technology ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากไทย สร้างนวัตกรชุมชน 36,000 คน เชื่อมงานวิจัยสู่รายได้ประชาชน

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้วัดผลเพียงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) แต่ต้องสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อนำไปต่อยอดสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตได้จริง
แนวคิดดังกล่าวเป็นสาระสำคัญของการประชุม APPTech EXPO 2026 : พลังเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อการพัฒนาชุมชนพื้นที่ "สร้างนวัตกรชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน" ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ณ ห้องวิภาวดี บอลรูม (ABC) ชั้น L โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร โดย หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ภายใต้ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.)
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี อว. ชู "Appropriate Technology" ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวปาฐกถาว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเปลี่ยนแปลงของโลก ส่งผลให้ครัวเรือน กลุ่มอาชีพ และผู้ประกอบการชุมชนจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เหมาะสม
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจาก 111 กลุ่มอาชีพ ครอบคลุม 11,812 ครัวเรือน พบว่า ปัญหาสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากไม่ได้อยู่ที่ศักยภาพของประชาชน แต่เกิดจากข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยี แหล่งเงินทุน องค์ความรู้ และตลาด ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง ผลิตภาพต่ำ และไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้เต็มศักยภาพ
กระทรวง อว. จึงผลักดันนโยบาย One University, One Area Mission หรือ 1 มหาวิทยาลัย 1 จังหวัด เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยกับปัญหาและความต้องการของพื้นที่ พร้อมยกระดับศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีทั่วประเทศ พัฒนาฐานข้อมูลเทคโนโลยีที่เหมาะสม และตั้งเป้าสร้าง นวัตกรชุมชน 36,000 คน หรือเฉลี่ยตำบลละ 5 คน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการถ่ายทอดและต่อยอดเทคโนโลยีสู่การใช้ประโยชน์จริง
บพท. ชี้ไทยมีเทคโนโลยีพร้อมใช้กว่า 3,500 รายการ
ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ และปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ประเทศไทยมีผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยมากกว่า 20,000 รายการ
หลังผ่านกระบวนการคัดกรองด้านความพร้อมในการใช้งาน ราคา สิทธิบัตร และศักยภาพเชิงพาณิชย์ พบว่ามีเทคโนโลยีประมาณ 3,500 รายการ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
อย่างไรก็ตาม การมีเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ประชาชนจำเป็นต้องเข้าถึงปัจจัยสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่
การเข้าถึงตลาด
การเข้าถึงแหล่งทุนและโครงสร้างพื้นฐาน
การเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่
การเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญและกระบวนการเรียนรู้
เป้าหมายของ Appropriate Technology จึงไม่ใช่เพียงการสร้างผู้ใช้เทคโนโลยี แต่เป็นการสร้าง "นวัตกรชุมชน" ที่สามารถเรียนรู้ ปรับใช้ พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยีได้ด้วยตนเอง
ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ครัวเรือนชนบท 60,000 บาทต่อปี
ดร.กิตติ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของโครงการ คือ การเพิ่มรายได้สุทธิให้ครัวเรือนชนบท 12,000 ครัวเรือน ไม่น้อยกว่า 60,000 บาทต่อปี หรือเฉลี่ย 5,000 บาทต่อเดือน ภายในระยะเวลา 2 ปี (พ.ศ. 2568-2570) ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน วิสาหกิจชุมชน และศูนย์บริการเทคโนโลยี
ผลการดำเนินงานจนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2569 พบว่า
สร้างชุมชนนวัตกรรม 1,586 ชุมชน
ครอบคลุม 1,449 ตำบล
465 อำเภอ
76 จังหวัด
สร้างนวัตกรชุมชน 25,394 คน
ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม 3,690 รายการ
ช่วยเพิ่มรายได้ให้ 22,116 ครัวเรือน
สร้างรายได้สะสมกว่า 989 ล้านบาท
AppTech Platform เชื่อมข้อมูล เทคโนโลยี และชุมชนแบบ Real-Time
ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.พีรเดช ทองอำไพ ผู้อำนวยการแผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. "ครัวเรือนในชนบทและผู้ประกอบการในพื้นที่ มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม" กล่าวว่า AppTech Platform เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อมโยงข้อมูล นักวิจัย มหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการ และชุมชนเข้าด้วยกัน
แพลตฟอร์มดังกล่าวสามารถติดตามข้อมูลรายได้ ต้นทุน ผลการใช้เทคโนโลยี และความก้าวหน้าของโครงการแบบ Real-Time เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายบนฐานข้อมูลจริง (Evidence-based Policy)
ในระยะต่อไป AppTech Platform จะพัฒนาเป็น Technology Marketplace เปลี่ยนจากรูปแบบ Technology Push ไปสู่ Demand-driven Innovation โดยเริ่มจากความต้องการของชุมชน แล้วให้นักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์พื้นที่โดยตรง
เปลี่ยนงานวิจัยจาก "ขึ้นหิ้ง" สู่ "รายได้ของประชาชน"
ดร.กิตติ กล่าวทิ้งท้ายว่า Appropriate Technology ไม่ใช่เพียงแพลตฟอร์มถ่ายทอดเทคโนโลยี แต่กำลังพัฒนาไปสู่โครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ของเศรษฐกิจฐานรากไทย โดยเชื่อมโยงบทบาทของมหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ
เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่การทำให้ทุกคนร่ำรวยที่สุด แต่เป็นการสร้างเศรษฐกิจที่ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มีงานทำ มีรายได้ สามารถพึ่งพาตนเอง และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างยั่งยืน ผ่านการใช้ Appropriate Technology หรือ "เทคโนโลยีที่เหมาะสม" ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของประชาชน และสามารถเปลี่ยนองค์ความรู้จากงานวิจัยให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
