งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

ยศชนัน นำทีม อว. ลงพื้นที่ยโสธร แก้จนด้วย AI และงานวิจัย วช.-บพท. ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน

ศ.ดร.ยศชนัน นำทีม อว. ลงพื้นที่ยโสธร ขับเคลื่อนแก้จนด้วย AI และงานวิจัย วช.-บพท. ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน

แก้ไขปัญหาความยากจน

     จังหวัดยโสธร – วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่จังหวัดยโสธร เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยใช้กลไก อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาควิจัย และชุมชน พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และงานวิจัยเชิงพื้นที่ สร้างต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ณ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร

     ร่วมลงพื้นที่ประกอบด้วย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) หน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และผู้แทนจากสถาบันการศึกษาในพื้นที่

อว. ใช้กลไก อววน. บูรณาการแก้จนด้วยข้อมูล AI และงานวิจัย

     คณะได้ติดตามผลการดำเนินงาน โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และดำเนินการโดย วิทยาลัยชุมชนยโสธร

     โครงการดังกล่าวประยุกต์ใช้กระบวนการ การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) ร่วมกับระบบสารสนเทศและเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อค้นหาและช่วยเหลือครัวเรือนเปราะบางที่ตกหล่นจากระบบสวัสดิการของภาครัฐ พร้อมเยี่ยมชมพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาอาชีพและ ศูนย์เรียนรู้โคก หนอง นา ซึ่งนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่

ศ.ดร.ยศชนัน ชู "ลงมือทำจริง" บูรณาการทุกกระทรวงแก้จนข้ามรุ่น

     ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาความยากจนจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยกระทรวง อว. ทำหน้าที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เข้ากับการพัฒนาทุนมนุษย์ และทำงานร่วมกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนข้ามรุ่นอย่างเป็นระบบ

     ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลใช้ฐานข้อมูลในการวิเคราะห์สาเหตุของความยากจน โดยอาศัยแพลตฟอร์ม PPAP ซึ่งต่อยอดจากระบบ Thai People Map and Analytics Platform (TPMAP) เพื่อค้นหาประชาชนที่ตกหล่นจากระบบสวัสดิการ พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือทั้งด้านการสร้างอาชีพและการส่งต่อเข้าสู่ระบบสวัสดิการของรัฐ

     สำหรับครัวเรือนที่ข้อมูลยังไม่สมบูรณ์ ได้มอบหมายให้ วิทยาลัยชุมชน และ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ในพื้นที่ลงสำรวจข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิและการช่วยเหลืออย่างครบถ้วน

ยกระดับทุนมนุษย์ด้วยงานวิจัยและเทคโนโลยี

     ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การวิเคราะห์ความยากจนของรัฐบาลครอบคลุม ทุน 5 ด้าน โดยเฉพาะ ทุนมนุษย์ ซึ่งพบว่าผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางจำนวนมากยังขาดทักษะอาชีพที่สร้างรายได้ จึงจำเป็นต้องนำองค์ความรู้จาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) มาพัฒนา Up-skill และ Re-skill ให้ตรงกับศักยภาพของแต่ละครัวเรือน

     พร้อมกันนี้ ยังได้ชื่นชมโมเดลการจัดสรร พื้นที่ส่วนกลาง (Shared Space) สำหรับการประกอบอาชีพของชุมชน ซึ่งช่วยให้ประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกินสามารถสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม

     ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า โมเดลการแก้ไขปัญหาความยากจนจาก 20 จังหวัดนำร่อง จะถูกถอดบทเรียนเพื่อขยายผลสู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศภายในระยะเวลา 1 ปี โดยเมื่อพื้นที่มีความเข้มแข็งแล้ว จะส่งต่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและ กระทรวงมหาดไทย รับช่วงดำเนินการต่อ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนด้านงบประมาณและการบริหารจัดการ

มอบเทคโนโลยีและเชิดชูศูนย์วิจัยชุมชนเข้มแข็ง 4 จังหวัด

     ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธานมอบเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ของชุมชน พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณแก่ 4 ศูนย์วิจัยชุมชนเข้มแข็ง ที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมแสดงความยินดี

     ศูนย์วิจัยชุมชนเข้มแข็งทั้ง 4 แห่ง ได้แก่

  • ศูนย์วิจัยชุมชนถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ ตำบลสงยาง อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร พัฒนานวัตกรรมการผลิตผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น

  • ศูนย์วิจัยชุมชนเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์อีสาน ตำบลหนองพอก อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด พัฒนาเทคโนโลยี Smart Farming สำหรับข้าวหอมมะลิอินทรีย์

  • ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์พีจีเอสศรีไคออร์แกนิก ตำบลเมืองศรีไค อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตมะเขือเทศเชอร์รี่อินทรีย์

  • ศูนย์วิจัยชุมชนทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตทุเรียนภูเขาไฟสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ตลอดห่วงโซ่คุณค่า

วช. ผลักดัน "ศูนย์วิจัยชุมชนเข้มแข็ง" สู่ Local Growth Engine

     ภายในงาน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมคณะนักวิจัยและเครือข่ายชุมชน จัดนิทรรศการ "เทคโนโลยีและนวัตกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้สู่ชุมชน" เพื่อนำเสนอผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดสู่การสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

     ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. มุ่งสนับสนุนงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยเฉพาะการพัฒนา ศูนย์วิจัยชุมชนเข้มแข็ง ให้เป็นกลไกถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่ประชาชน เพื่อสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วประเทศ

     ทั้งนี้ วช. ยังผลักดัน ศูนย์วิจัยชุมชนเข้มแข็ง ให้เป็นหนึ่งในกลไก Local Growth Engine เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อสร้างต้นแบบการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่สามารถขยายผลสู่จังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย