Westminster College Bangkok เปิด BTEC Level 3 วุฒิ ม.ปลายอินเตอร์จากสหราชอาณาจักร จบใน 1 ปี ชูทักษะที่ AI แทนไม่ได้ พร้อมถกอนาคตการศึกษาไทย
Westminster College Bangkok เปิด BTEC Level 3 วุฒิ ม.ปลายอินเตอร์ฯ จากสหราชอาณาจักร จบใน 1 ปี ชูการเรียนรู้แบบลงมือทำจริง พร้อมเวทีเสวนาอนาคตการศึกษาไทยยุค AI

กรุงเทพมหานคร – Westminster College Bangkok เปิดเวทีเสวนา "ผู้ปกครองไทยพร้อมหรือยัง? ระบบการศึกษาไทยกำลังถูก Disrupt ถึงเวลา Set Zero การศึกษาไทยหรือไม่" โดยเชิญผู้แทนจาก 4 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐด้านนโยบายการศึกษา ภาคอุดมศึกษา ภาคธุรกิจ และผู้ปกครอง ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของระบบการศึกษาไทยในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมเปิดตัวหลักสูตร Pearson BTEC International Level 3 Extended Diploma คุณวุฒิระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากสหราชอาณาจักร ซึ่งสามารถเรียนจบภายใน 1 ปี ภายใต้มาตรฐานสากล เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเยาวชนไทยที่ต้องการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตและเตรียมความพร้อมสู่มหาวิทยาลัยและตลาดแรงงาน
การเสวนาครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้แทน 4 ภาคส่วน ประกอบด้วย นายตรีณัฐ ใจยะสาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวสท์มินส์เตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด และหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Westminster College Bangkok, ดร.บัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และกรรมการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ, รองศาสตราจารย์ธีรวัฒน์ ประกอบผล อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, นายอรรฆรัตน์ นิติพน หรือ "ก้อง" ผู้ก่อตั้งและผู้ดำเนินรายการ "อายุน้อยร้อยล้าน" รวมถึง นางสาวรุ่งนภา แก้วไทรหาญ หรือ "แอนนี่ บรู๊ค" นักแสดงและตัวแทนผู้ปกครอง
AI เปลี่ยนโลกการทำงาน คำถามสำคัญคือระบบการศึกษาไทยพร้อมหรือยัง
Westminster College Bangkok ระบุว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานในแทบทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูล การเขียนโปรแกรม การสร้างสรรค์คอนเทนต์ การตลาด การเงิน ไปจนถึงการตัดสินใจเชิงธุรกิจ ส่งผลให้ระบบการศึกษาทั่วโลกต้องเร่งปรับตัว เพื่อผลิตกำลังคนที่สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบัน นายจ้างจำนวนมากไม่ได้มองเพียงผลการเรียนหรือคะแนนสอบ แต่ให้ความสำคัญกับทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้จริง อาทิ การคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) การแก้ปัญหา (Problem Solving) ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) การสื่อสาร (Communication) การทำงานเป็นทีม (Collaboration) รวมถึงความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
เวทีเสวนาจึงตั้งคำถามสำคัญว่า "เด็กไทยพร้อมใช้ AI หรือยัง" และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ "ระบบการศึกษาไทยกำลังเตรียมเด็กให้พร้อมสำหรับโลกที่ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันแล้วหรือไม่"
4 ภาคส่วนเห็นตรงกัน "ไม่ต้อง Set Zero แต่ต้องออกแบบการศึกษาใหม่"
แม้วิทยากรแต่ละท่านจะมาจากหลากหลายภาคส่วน แต่ข้อสรุปร่วมกันคือ ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องรื้อระบบการศึกษาทั้งหมด หรือ "Set Zero" หากแต่ควรออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ให้สอดคล้องกับโลกยุคดิจิทัล โดยเน้นการสร้างสมรรถนะ (Competency-Based Education) และการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (Applied Learning) มากกว่าการท่องจำเพื่อสอบ
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการศึกษาระดับสากลที่ให้ความสำคัญกับการสร้างผู้เรียนที่สามารถคิด วิเคราะห์ ลงมือทำ และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว มากกว่าการวัดผลจากคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว
ชี้จุดเปลี่ยนการศึกษาไทย จาก "ท่องจำ" สู่ "ลงมือทำจริง" รับโลกที่ AI เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
นายตรีณัฐ ใจยะสาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวสท์มินส์เตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด และหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Westminster College Bangkok กล่าวว่า ระบบการศึกษาไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ เนื่องจากโลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ขณะที่หลายห้องเรียนยังคงใช้รูปแบบการสอนและการประเมินผลแบบเดิม ซึ่งไม่สอดคล้องกับทักษะที่ตลาดแรงงานยุคใหม่ต้องการ
นายตรีณัฐ กล่าวว่า ในอดีต ระบบการศึกษาอาจให้ความสำคัญกับการจดจำข้อมูลและการทำข้อสอบ แต่ปัจจุบัน AI สามารถค้นหา วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลได้รวดเร็วกว่ามนุษย์ สิ่งที่ทำให้คนแตกต่างกันจึงไม่ใช่การจำข้อมูลได้มากเพียงใด แต่คือความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์องค์ความรู้ สร้างสรรค์นวัตกรรม และประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อแก้ไขปัญหาในสถานการณ์จริง
"การศึกษาไทยไม่จำเป็นต้อง Set Zero หรือเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด แต่จำเป็นต้องออกแบบการเรียนรู้ใหม่ให้ทันต่อโลกที่ AI กลายเป็นเครื่องมือพื้นฐานของการทำงานและการใช้ชีวิต โรงเรียนในอนาคตจึงต้องพัฒนาทักษะที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ เช่น การคิดเชิงวิพากษ์ ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร ภาวะผู้นำ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น"
นายตรีณัฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายสำคัญของการศึกษายุคใหม่ไม่ใช่การค้นหาหลักสูตรที่ดีที่สุดเพียงหลักสูตรเดียว แต่คือการค้นหาหลักสูตรที่เหมาะสมกับศักยภาพ ความสนใจ และเป้าหมายของผู้เรียนแต่ละคน เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ
กระทรวงศึกษาธิการชี้ กฎหมายเปลี่ยนช้า แต่โลกเปลี่ยนทุกวัน จึงต้องเปลี่ยน "วิธีเรียนรู้"
ด้าน ดร.บัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และกรรมการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ความท้าทายสำคัญของระบบการศึกษาไทย คือ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเกิดขึ้นรวดเร็วกว่าการปรับปรุงกฎหมายและหลักสูตรการศึกษาอย่างมาก
ดร.บัณฑิตย์ กล่าวว่า การปรับปรุงพระราชบัญญัติการศึกษาหรือหลักสูตรแต่ละครั้งอาจใช้เวลาหลายปี ขณะที่โลกของ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเปลี่ยนแปลงแทบทุกวัน ดังนั้น สิ่งที่ควรเร่งปรับจึงไม่ใช่เพียงเนื้อหาวิชา แต่คือ "กระบวนการเรียนรู้" ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต
"เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าอีก 10-20 ปีข้างหน้า อาชีพใหม่จะมีหน้าตาอย่างไร สิ่งที่ควรปลูกฝังให้เด็กจึงไม่ใช่เฉพาะความรู้ แต่คือวิธีคิด วิธีตั้งคำถาม วิธีแก้ปัญหา และความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นทักษะที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต"
ดร.บัณฑิตย์ ยังกล่าวว่า ระบบการศึกษาในอนาคตควรเปิดกว้างและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อรองรับความแตกต่างของผู้เรียน และส่งเสริมการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์โลกแห่งการทำงานจริง มากกว่าการยึดติดกับรูปแบบการเรียนแบบเดิม
Westminster College Bangkok เปิดทางเลือกใหม่ด้วย BTEC จากสหราชอาณาจักร
จากมุมมองร่วมของทั้งภาครัฐและภาคการศึกษา Westminster College Bangkok จึงนำหลักสูตร Pearson BTEC International Level 3 Extended Diploma ซึ่งเป็นคุณวุฒิระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากสหราชอาณาจักร มาเปิดสอนในประเทศไทย เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้เรียนที่ต้องการพัฒนาทักษะผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (Applied Learning) และการเรียนรู้ผ่านโครงงาน (Project-Based Learning)
หลักสูตรดังกล่าวมุ่งเน้นให้ผู้เรียนสร้างผลงานจริง ฝึกการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการนำเสนอผลงาน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่มหาวิทยาลัยและองค์กรชั้นนำทั่วโลกให้ความสำคัญในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจและสังคม
Westminster College Bangkok เชื่อว่า การศึกษาที่ตอบโจทย์โลกอนาคต จะต้องสามารถสร้างผู้เรียนที่ "คิดเป็น ทำเป็น และเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต" มากกว่าการมุ่งผลิตผู้เรียนที่ทำคะแนนสอบได้เพียงอย่างเดียว
มหาวิทยาลัยและภาคธุรกิจชี้ตรงกัน "เกรดไม่ใช่คำตอบ" แต่ต้องมีสมรรถนะและทักษะที่ AI ทดแทนไม่ได้
รองศาสตราจารย์ธีรวัฒน์ ประกอบผล อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) กล่าวว่า AI กำลังเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ของผู้เรียนทั่วโลกอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างระหว่างผู้เรียน ไม่ใช่การใช้ AI เป็นหรือไม่ หากอยู่ที่ "วิธีการใช้ AI"
รองศาสตราจารย์ธีรวัฒน์ อธิบายว่า ปัจจุบันสามารถแบ่งผู้เรียนออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ใช้ AI เพื่อสร้างคำตอบแทนตนเองโดยไม่ได้ทำความเข้าใจเนื้อหา และอีกกลุ่มหนึ่งที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยตรวจสอบ วิเคราะห์ และต่อยอดความคิดของตนเอง
"AI สามารถช่วยค้นหาคำตอบได้ แต่ไม่สามารถแทนกระบวนการคิดของมนุษย์ได้ หากผู้เรียนไม่มีพื้นฐานการคิดวิเคราะห์ที่ดี ก็จะไม่สามารถประเมินได้ว่าคำตอบที่ AI นำเสนอมีความถูกต้องหรือเหมาะสมเพียงใด"
รองศาสตราจารย์ธีรวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยในปัจจุบันให้ความสำคัญกับ "สมรรถนะ" (Competency) มากกว่าผลคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว เพราะการเรียนรู้ที่แท้จริงต้องสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงได้
"เราต้องสอนให้เด็กทำเป็น ไม่ใช่สอนให้เด็กเก่งทำข้อสอบ เพราะข้อสอบ AI ก็สามารถช่วยทำได้ แต่สิ่งที่ AI ทำแทนไม่ได้ คือ ความสามารถในการคิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของงาน"
ภาคธุรกิจย้ำ ตลาดแรงงานต้องการคนสร้างผลลัพธ์ ไม่ใช่เพียงคนได้คะแนนดี
ด้าน นายอรรฆรัตน์ นิติพน หรือ "ก้อง" ผู้ก่อตั้งและผู้ดำเนินรายการ "อายุน้อยร้อยล้าน" กล่าวว่า จากประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการและธุรกิจสตาร์ตอัปจำนวนมาก พบว่าปัญหาสำคัญของบัณฑิตจบใหม่ไม่ใช่เรื่องความรู้ แต่เป็นการไม่สามารถเปลี่ยนความรู้ให้เกิดผลลัพธ์ในการทำงานจริง
นายอรรฆรัตน์ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการจำนวนมากพบว่าผู้สมัครงานสามารถใช้ AI เพื่อหาคำตอบได้แทบทุกเรื่อง แต่สิ่งที่นายจ้างให้ความสำคัญคือ ผู้ที่สามารถตัดสินใจ รับผิดชอบ และสร้างคุณค่าให้แก่องค์กรได้ด้วยตนเอง
"หลายคนบอกว่าหาคำตอบจาก AI ได้แล้ว แต่ AI ไม่ใช่ผู้รับผิดชอบต่อผลงาน คนทำงานต่างหากที่ต้องรับผิดชอบ ดังนั้น สิ่งที่องค์กรต้องการคือคนที่สามารถคิด วิเคราะห์ ต่อยอด และสร้างผลลัพธ์จากข้อมูลที่มีอยู่"
นายอรรฆรัตน์ กล่าวอีกว่า คุณสมบัติที่นายจ้างยุคใหม่ให้ความสำคัญ ได้แก่ ความรับผิดชอบ ความเป็นเจ้าของงาน (Ownership) การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการพร้อมเปิดรับข้อเสนอแนะเพื่อนำไปพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
Pearson BTEC International Level 3 หลักสูตรที่เน้น "ลงมือทำจริง" มากกว่าท่องจำ
จากข้อสรุปของทั้งภาคมหาวิทยาลัยและภาคธุรกิจ Westminster College Bangkok จึงนำหลักสูตร Pearson BTEC International Level 3 Extended Diploma มาเปิดสอน เพื่อพัฒนาผู้เรียนผ่านแนวคิด Applied Learning และ Project-Based Learning ซึ่งเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
ผู้เรียนจะได้ทำโครงงานจริง การวิจัย การวิเคราะห์กรณีศึกษา การนำเสนอผลงาน และการสร้าง Portfolio เพื่อใช้ยื่นสมัครเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
หลักสูตรเปิดสอนในหลายสาขา อาทิ
Business
Engineering
Engineering and Design
ทุกวิชามีการประเมินผลจากผลงานจริง (Coursework Assessment) มากกว่าการสอบปลายภาคเพียงครั้งเดียว ส่งผลให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในศตวรรษที่ 21 ได้แก่
การคิดเชิงวิเคราะห์ (Critical Thinking)
การแก้ปัญหา (Problem Solving)
ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)
การสื่อสาร (Communication)
การทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration)
การนำเสนอผลงาน (Presentation Skills)
ภาวะผู้นำ (Leadership)
เรียนจบภายใน 1 ปี ภายใต้มาตรฐาน Pearson สหราชอาณาจักร
อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจ คือ การเรียนจบภายใน 1 ปี โดย นายตรีณัฐ ใจยะสาร อธิบายว่า หลักสูตรไม่ได้ลดมาตรฐานหรือย่อเนื้อหาการเรียน แต่เป็นการออกแบบเวลาเรียนใหม่ให้มีประสิทธิภาพ ภายใต้มาตรฐานของ Pearson จากสหราชอาณาจักร
ผู้เรียนทุกคนยังต้องผ่านการประเมินตามเกณฑ์เดียวกับผู้เรียนในประเทศอื่นที่ศึกษาในหลักสูตรเดียวกัน โดยมีชั่วโมงการเรียนและมาตรฐานการประเมินที่สอดคล้องกับข้อกำหนดระดับนานาชาติ
คุณวุฒิ Pearson BTEC International Level 3 Extended Diploma ได้รับการเทียบเท่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) ของประเทศไทย และสามารถใช้ยื่นสมัครเข้าศึกษาต่อผ่านระบบ TCAS ตามหลักเกณฑ์ของ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) รวมถึงได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร ยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และอีกหลายประเทศทั่วโลก
ปัจจุบัน นักศึกษาของ Westminster College Bangkok สามารถเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ อาทิ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SIIT), มหาวิทยาลัยศิลปากร, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ตลอดจนมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหราชอาณาจักรและประเทศอื่น ๆ
ผู้ปกครองชี้ "การศึกษาที่ดีไม่ใช่แข่งกับคนอื่น แต่ต้องพาลูกไปให้ไกลที่สุดตามศักยภาพ"
นางสาวรุ่งนภา แก้วไทรหาญ หรือ "แอนนี่ บรู๊ค" นักแสดงและตัวแทนผู้ปกครอง กล่าวว่า โลกยุค AI ทำให้บทบาทของพ่อแม่เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่เป็นผู้กำหนดเส้นทางชีวิตของบุตรหลาน มาเป็นผู้ร่วมค้นหาและสนับสนุนให้เด็กค้นพบศักยภาพของตนเอง
นางสาวรุ่งนภา กล่าวว่า ผู้ปกครองไม่ควรบังคับให้บุตรหลานเดินตามเส้นทางที่ผู้ใหญ่กำหนด แต่ควรทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ช่วยอธิบายข้อดี ข้อจำกัด และโอกาสของแต่ละทางเลือก เพื่อให้เด็กสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมกับความสามารถและความสนใจของตนเอง
B"การศึกษาที่ดีไม่ได้วัดว่าใครไปได้ไกลกว่ากัน แต่คือการช่วยให้ลูกไปได้ไกลที่สุดตามศักยภาพของเขา พ่อแม่ควรใช้ช่วงเวลาที่ได้อยู่กับลูกให้เกิดคุณค่าที่สุด เพราะช่วงเวลานั้นไม่สามารถย้อนกลับมาได้"
ครูยังมีบทบาทสำคัญ แม้ AI จะตอบคำถามได้เกือบทุกเรื่อง
รองศาสตราจารย์ธีรวัฒน์ ประกอบผล กล่าวว่า แม้ AI จะสามารถตอบคำถามและประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่สามารถทดแทนบทบาทของครูในการสร้างแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดประสบการณ์ และเข้าใจพัฒนาการของผู้เรียนในแต่ละช่วงวัย
ครูยังคงเป็นผู้สร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้ผู้เรียนกล้าคิด กล้าตั้งคำถาม และพัฒนาความสามารถในการวิเคราะห์ ซึ่งเป็นทักษะที่มีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตและการทำงานในอนาคต
"ผู้เรียนอาจลืมคำตอบที่ AI ให้ แต่จะไม่ลืมครูที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับชีวิต เพราะ AI เข้าใจข้อมูลจำนวนมหาศาล แต่ยังไม่เข้าใจความรู้สึก ความสงสัย และศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวผู้เรียนแต่ละคน"
Westminster College Bangkok ชูแนวคิด "สร้างทักษะที่ AI แทนไม่ได้"
นายตรีณัฐ ใจยะสาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวสท์มินส์เตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด และหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Westminster College Bangkok กล่าวสรุปว่า เป้าหมายของการศึกษาในยุค AI ไม่ใช่การเร่งให้ผู้เรียนจบการศึกษาเร็วที่สุด แต่คือการออกแบบการเรียนรู้ที่ช่วยให้ผู้เรียนค้นพบศักยภาพของตนเอง และพัฒนาไปสู่เส้นทางที่เหมาะสมที่สุด
Westminster College Bangkok เชื่อว่า โรงเรียนในอนาคตควรทำหน้าที่สร้างทักษะที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้ ได้แก่
การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)
ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)
การแก้ปัญหา (Problem Solving)
ภาวะผู้นำ (Leadership)
การสื่อสาร (Communication)
การทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration)
จริยธรรม (Ethics)
ความเข้าใจมนุษย์ (Human Understanding)
นายตรีณัฐ กล่าวว่า ในโลกที่ AI สามารถค้นหาคำตอบได้ภายในไม่กี่วินาที โรงเรียนไม่ควรทำหน้าที่เพียงสอนให้ผู้เรียนจดจำข้อมูล แต่ต้องสร้างคนที่สามารถตั้งคำถาม วิเคราะห์ สังเคราะห์องค์ความรู้ และสร้างคุณค่าใหม่ให้กับสังคม
พร้อมย้ำว่า แนวคิดสำคัญของ Westminster College Bangkok คือ "การศึกษาแห่งอนาคตไม่ใช่ One Size Fits All" เพราะผู้เรียนแต่ละคนมีศักยภาพ ความถนัด และเป้าหมายที่แตกต่างกัน ระบบการศึกษาจึงควรเปิดโอกาสให้ทุกคนเลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับตนเอง เพื่อเติบโตอย่างมีคุณภาพในโลกแห่งอนาคต
เปิดรับผู้เรียนหลักสูตร Pearson BTEC International Level 3 Extended Diploma
Westminster College Bangkok เปิดรับสมัครผู้เรียนหลักสูตร Pearson BTEC International Level 3 Extended Diploma คุณวุฒิระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากสหราชอาณาจักร ซึ่งใช้เวลาเรียนประมาณ 1 ปี ภายใต้มาตรฐานของ Pearson โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง (Applied Learning) และการเรียนรู้ผ่านโครงงาน (Project-Based Learning)
ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถนำคุณวุฒิไปใช้สมัครเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศไทยผ่านระบบ TCAS ตามหลักเกณฑ์ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) รวมถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหราชอาณาจักร ยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และประเทศอื่น ๆ
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร Pearson BTEC International Level 3 Extended Diploma ของ Westminster College Bangkok ได้ที่ โทรศัพท์ 099-261-3857 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ www.westminster.ac.th/btec
