เครือข่ายต้านภัยยาเสพติดฯ จี้รัฐบาลปิดนโยบายกัญชาเสรี ชี้เร่งดัน พ.ร.บ.กัญชาฯ ไม่ตอบโจทย์สกัดอาชญากรรมข้ามชาติ
การเร่งผลักดัน พ.ร.บ. กัญชา กัญชง เพียงอย่างเดียว แก้ปัญหาอาชญากรรมกัญชาข้ามชาติไม่ได้

กรุงเทพมหานคร – 9 กรกฎาคม 2569 – กรณีปัญหากัญชาลักลอบส่งออกผิดกฎหมายที่ทวีความรุนแรงขึ้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เกิดเหตุการณ์สำคัญเมื่อประเทศอินโดนีเซีย, โปแลนด์ และฮ่องกง สามารถตรวจยึดกัญชาจำนวนมากที่ส่งออกจากประเทศไทย ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความล้มเหลวของนโยบายกัญชาเสรีอีกครั้ง
จากสถานการณ์ดังกล่าว นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงความกังวลว่า “กัญชาถ้าไม่ใช่เพื่อการแพทย์ ส่งออกไม่ได้”, “อย่าทำนโยบายกัญชาเอาใจรัฐมนตรี หากพิสูจน์แล้วไม่ดี พร้อมปิด” และ “ศักดิ์ศรีความเป็นไทยไม่เหลือ ถ้าแก้ปัญหายาเสพติดไม่ได้” ในขณะที่ กระทรวงสาธารณสุข และ พรรคภูมิใจไทย ต่างเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ฉบับของตนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาฯ
เครือข่ายแพทย์ นักวิชาการ และภาคประชาชน ต้านภัยยาเสพติด ได้ออกแถลงการณ์แสดงข้อกังวลและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล ดังนี้:
1. ไทยเสี่ยงเป็นศูนย์กลางอาชญากรรมข้ามชาติ: ผลกระทบจากการปลดกัญชาจากการเป็นยาเสพติดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ทำให้การผลิตและเตรียมการส่งออกกัญชาทำได้โดยสะดวก เนื่องจากช่องว่างทางกฎหมายที่ไม่มีการควบคุมดอกกัญชาอย่างเข้มงวด
2. โต้แย้งคำกล่าวอ้างเรื่องการส่งออก: เครือข่ายฯ ชี้แจงว่าปัจจุบันไม่มีกฎหมายฉบับใดห้ามการส่งออกดอกกัญชาอย่างชัดเจน หากได้รับอนุญาตภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย การที่ระบุว่าส่งออกไม่ได้จึงเป็นเพียงคำพูดที่ไม่มีกฎหมายรองรับ ซึ่งคล้ายกับการสื่อสารเรื่องการห้ามสูบในที่สาธารณะหรือการจำกัดอายุผู้เสพที่ผ่านมา
3. ชี้ทางออกเร่งด่วน: การเร่งผลักดัน พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ไม่ใช่ทางออกที่เร็วพอ เนื่องจากต้องใช้เวลานานและมีความขัดแย้งเชิงหลักการระหว่างฉบับของกระทรวงสาธารณสุข และฉบับของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งอาจเปิดช่องให้มีการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการได้
4. เสนอเชิงนโยบาย: เครือข่ายฯ เสนอให้ กระทรวงสาธารณสุข โดย คณะกรรมการควบคุมยาเสพติด และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน ดำเนินการออกประกาศนำกัญชากลับไปอยู่ภายใต้การควบคุมของ ประมวลกฎหมายยาเสพติด ทันที เพื่ออำนาจในการสกัดกั้นขบวนการลักลอบขนกัญชาข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนจะพิจารณาผลักดัน พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ในระยะยาว
ทั้งนี้ เครือข่ายแพทย์ นักวิชาการ และภาคประชาชน ต้านภัยยาเสพติด ยืนยันว่าการแก้ปัญหาต้องเกิดจากการปฏิบัติจริง ไม่ใช่เพียงการกล่าวถ้อยคำเพื่อให้ดูดีในพื้นที่สื่อ
แหล่งอ้างอิงและข้อมูลเพิ่มเติม:
