บพท. เปิดสูตร THE 3Ea ยกระดับ Local Enterprises สร้างเศรษฐกิจฐานรากไทย | LEs EXPO 2026
บพท. เปิดสูตรสำเร็จ "THE 3Ea" ยกระดับ Local Enterprises สร้างเศรษฐกิจฐานรากไทยด้วยงานวิจัย ตั้งเป้าขยายธุรกิจชุมชน 47,000 แห่งภายในปี 2570

กรุงเทพฯ 10 กรกฎาคม 2569 – กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) และ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันเกื้อกูลเศรษฐกิจชุมชน จัดงาน LEs EXPO – Local Enterprises Exposition 2026 ภายใต้แนวคิด "สูตรสำเร็จ LE–Local Enterprises เติมอาวุธธุรกิจชุมชน สร้างเศรษฐกิจฐานรากไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน" พร้อมเปิดตัวกรอบแนวคิด "THE 3Ea" ซึ่งเป็นองค์ความรู้จากการวิจัยและพัฒนาตลอด 7 ปี เพื่อยกระดับธุรกิจชุมชน (Local Enterprises: LE) ให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทยผ่านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม
ภายในงานมีการนำเสนอผลลัพธ์ของการดำเนินงานภายใต้กรอบวิจัย Local Enterprises (LE : Area-based Innovation for Local-economy Growth Engine) ซึ่งมุ่งสร้างกลไกการพัฒนาธุรกิจชุมชนด้วยการบูรณาการองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษา นักวิจัย นักพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน สร้างงาน สร้างรายได้ และกระจายความมั่งคั่งสู่เศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า เศรษฐกิจฐานรากถือเป็นโครงสร้างสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย โดยมีสัดส่วนประมาณ ร้อยละ 45 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และเป็นแหล่งสร้างรายได้ของประชาชนหลายสิบล้านคน โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบและผู้ประกอบการชุมชนทั่วประเทศ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงมุ่งนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ผสานกับวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างโอกาสใหม่ในการยกระดับ Local Enterprises ให้เป็น Local Growth Engine for Local Economy Growth หรือเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับพื้นที่ และผลักดันการสร้าง Area-Based Economy ที่ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า ธุรกิจชุมชนมีบทบาทสำคัญในการสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในพื้นที่ เพราะข้อมูลการวิจัยพบว่า ค่าใช้จ่ายของธุรกิจชุมชนถึงร้อยละ 71 หมุนเวียนอยู่ภายในท้องถิ่น ทั้งในรูปของการจ้างงาน การจัดซื้อวัตถุดิบ และการใช้บริการจากคนในชุมชน ส่งผลให้เม็ดเงินไม่รั่วไหลออกนอกพื้นที่ และช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ กระทรวง อว. ยังเตรียมเดินหน้าสร้าง LE Accelerators เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม ตลาด และแหล่งทุนได้อย่างครบวงจร โดยตั้งเป้าขยายเครือข่ายครอบคลุม 47,000 ธุรกิจชุมชนทั่วประเทศภายในปี 2570 ผ่านความร่วมมือของมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน
ผลสำเร็จ 7 ปีของกรอบวิจัย Local Enterprises เปิดสูตร "THE 3Ea" สร้างธุรกิจชุมชนเข้มแข็ง
รศ.ดร.บัณฑิต อิณนวงศ์ ผู้อำนวยการกรอบการวิจัย Local Enterprises (LE) กล่าวว่า กรอบการวิจัย LE ได้พัฒนารูปแบบการทำงานที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับเศรษฐกิจฐานราก โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนให้สามารถแข่งขันได้ในระบบเศรษฐกิจยุคใหม่
การดำเนินงานของกรอบวิจัย LE ขับเคลื่อนผ่าน 2 กลไกหลัก (Key Acting Engines) ได้แก่
การทำงานร่วมกับนักวิจัยด้านเศรษฐกิจชุมชนจาก 51 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจในระดับพื้นที่
การทำงานร่วมกับ ธุรกิจชุมชน 21,759 แห่ง และ นักพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน (LE Heroes) จำนวน 45 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ถ่ายทอดองค์ความรู้ และเชื่อมโยงเครือข่ายการพัฒนาระหว่างชุมชน นักวิจัย และภาคีต่าง ๆ
ใช้ 2 เครื่องมือ และ 1 กระบวนกร ยกระดับธุรกิจชุมชน
รศ.ดร.บัณฑิต กล่าวว่า การพัฒนาธุรกิจชุมชนดำเนินการผ่าน 2 เครื่องมือสำคัญ และ 1 กระบวนกร ได้แก่
เครื่องมือที่ 1 : เกื้อกูลซูเปอร์แอปพลิเคชัน (Kuekul Super Application) และ Super Data Analytics
เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับบริหารจัดการธุรกิจชุมชน ที่ช่วยสร้างวินัยทางการเงิน (Financial Literacy and Management) พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลด้าน คน–ของ–ตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์ต้นทุน การผลิต การตลาด และการเงินได้อย่างเป็นระบบ
เครื่องมือที่ 2 : เกื้อกูลซูเปอร์บอร์ดเกมส์ (Kuekul Super Board Game)
เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่จำลองสถานการณ์การดำเนินธุรกิจเสมือนจริง ช่วยให้ผู้ประกอบการเรียนรู้การวางแผน การบริหารความเสี่ยง การตลาด และการตัดสินใจเชิงธุรกิจผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
กระบวนกร : เกื้อกูลซูเปอร์โค้ช (Kuekul Super Coach)
ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ติดตามผล และให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนตลอดกระบวนการพัฒนา ตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจจนสามารถเติบโตได้ด้วยตนเอง
ผลสำเร็จตลอด 7 ปี สร้างรายได้กว่า 9,448 ล้านบาทต่อปี
รศ.ดร.บัณฑิต เปิดเผยว่า จากการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า กรอบวิจัย Local Enterprises สามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีตัวเลขสำคัญ ได้แก่
ธุรกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการมี รายได้รวม 9,448 ล้านบาทต่อปี
เกิดเม็ดเงินจากการจ้างงานและสร้างงาน 3,024 ล้านบาทต่อปี
สร้างการจ้างงานให้ประชาชนในพื้นที่ 72,516 คน
เกิดการใช้วัตถุดิบในพื้นที่มากกว่า 500,000 ตันต่อปี
คิดเป็นมูลค่าวัตถุดิบภายในพื้นที่ 3,402 ล้านบาทต่อปี
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจชุมชนไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตสินค้าในระดับท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการหมุนเวียนของเม็ดเงินภายในชุมชน เพิ่มการจ้างงาน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
"ธุรกิจชุมชน" คือกลไกสร้างความมั่งคั่งให้เศรษฐกิจฐานราก
รศ.ดร.บัณฑิต กล่าวว่า การจัดงาน LEs EXPO – Local Enterprises Exposition 2026 มีเป้าหมายสำคัญในการยืนยันว่า ธุรกิจชุมชน (Local Enterprises) คือกลไกหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพราะสามารถทำหน้าที่เป็น "ฝายชะลอเงิน" ช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ภายในพื้นที่ ลดการรั่วไหลของรายได้ออกสู่ภายนอก
นอกจากนี้ ธุรกิจชุมชนยังมีบทบาทในการสร้างงาน สร้างอาชีพ ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น และกระจายรายได้สู่คนในชุมชนอย่างทั่วถึง ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
เปิดสูตรสำเร็จ "THE 3Ea" ต่อยอดงานวิจัยสู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
ภายในงานยังได้เปิดเผย สูตรสำเร็จ "THE 3Ea" ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่ผ่านการสังเคราะห์จากประสบการณ์ทำงานจริงตลอดระยะเวลา 7 ปี เพื่อใช้เป็นกรอบการพัฒนาธุรกิจชุมชนทั่วประเทศ
แนวคิดดังกล่าวประกอบด้วย
3E (Operating Growth Framework) กรอบการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจชุมชน
5L (Key Operating Factors) ปัจจัยแห่งความสำเร็จของธุรกิจชุมชนบนฐานทรัพยากรท้องถิ่น
7C (Co-Collaborating Design) การออกแบบความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ชุมชน และภาคีเครือข่าย
9E (9 Working Steps) กระบวนการทำงาน 9 ขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มต้นจนธุรกิจชุมชนสามารถเติบโตได้ด้วยตนเอง
รศ.ดร.บัณฑิต กล่าวทิ้งท้ายว่า สูตรสำเร็จ THE 3Ea ไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงทฤษฎี แต่เป็นโมเดลที่ผ่านการทดลอง ปรับปรุง และพิสูจน์ผลลัพธ์จากการทำงานจริงในพื้นที่ทั่วประเทศ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาธุรกิจชุมชนในทุกภูมิภาค เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากไทยอย่างยั่งยืน
บพท. เดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจฐานรากด้วยโมเดล “คน–ของ–ตลาด” หนุนธุรกิจชุมชนเติบโตอย่างทั่วถึง
ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ บพท. เนื่องจากเศรษฐกิจระดับชุมชนถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และเป็นรากฐานของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีความสมดุลและทั่วถึง
บพท. จึงมุ่งสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชนผ่านการวิจัยและนวัตกรรม โดยส่งเสริมการสร้าง ธุรกิจชุมชน (Local Enterprises : LE) ให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ ด้วยกระบวนการทำงานที่เน้นการเสริมพลัง การเชื่อมโยงเครือข่าย และการสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน ภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในทุกภูมิภาค
ดร.กิตติ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของ บพท. คือการผลักดันให้เกิด Inclusive Growth หรือการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์ร่วมกัน ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560–2579) ที่มุ่งสร้างประเทศไทยให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน บนพื้นฐานของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ชี้ข้อจำกัดของธุรกิจชุมชนไทย
ดร.กิตติ กล่าวว่า แม้ว่าประเทศไทยจะมีธุรกิจชุมชนจำนวนมากที่มีจุดแข็งด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรม และทรัพยากรในพื้นที่ แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังดำเนินธุรกิจในรูปแบบ "สัมมาชีพแบบดั้งเดิม" (Traditional Community-based Job) ที่เน้นการผลิตเพื่อบริโภคหรือจำหน่ายในวงจำกัด ส่งผลให้ขาดศักยภาพในการแข่งขันในตลาดยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์
ข้อจำกัดดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่สามารถเพิ่มมูลค่าสินค้า สร้างแบรนด์ หรือขยายตลาดได้อย่างเต็มศักยภาพ แม้จะมีต้นทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรที่โดดเด่นก็ตาม
โมเดล “คน–ของ–ตลาด” ยกระดับธุรกิจชุมชน
เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก บพท. จึงผลักดัน "คน–ของ–ตลาด โมเดล" (People–Product–Market Model) ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาธุรกิจชุมชนที่ยึดบริบทของแต่ละพื้นที่เป็นศูนย์กลาง โดยประกอบด้วย 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
คน (People)
พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะด้านการบริหารจัดการธุรกิจ สามารถวิเคราะห์ต้นทุน วางแผนการตลาด และใช้เทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ของ (Product)
ยกระดับสินค้าและบริการของชุมชนด้วยการนำวิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ มาต่อยอดจากทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างความแตกต่าง และตอบสนองความต้องการของตลาด
ตลาด (Market)
เชื่อมโยงข้อมูลลูกค้า พัฒนาช่องทางการจำหน่าย และขยายตลาดทั้งในระดับชุมชน ระดับประเทศ และระดับสากล เพื่อให้ธุรกิจชุมชนสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในพื้นที่
มุ่งสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน
ดร.กิตติ กล่าวว่า เมื่อทั้ง 3 องค์ประกอบทำงานร่วมกัน จะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินภายในชุมชน เกิดการจ้างงาน การใช้วัตถุดิบในพื้นที่ และการกระจายรายได้สู่คนในท้องถิ่น ส่งผลให้ผลิตภาพ (Productivity) ของธุรกิจชุมชนเพิ่มขึ้น และนำไปสู่การเติบโตของเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
การดำเนินงานดังกล่าวยังช่วยให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก และสร้างระบบเศรษฐกิจที่มีความเข้มแข็งจากฐานราก ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศในระยะยาว
งานวิจัยสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้
การจัดงาน LEs EXPO – Local Enterprises Exposition 2026 จึงไม่ใช่เพียงเวทีนำเสนอผลงานวิจัย แต่เป็นพื้นที่แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ของการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เข้ากับศักยภาพของชุมชน จนสามารถสร้างธุรกิจชุมชนที่มีความเข้มแข็ง เพิ่มรายได้ สร้างงาน และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ งานดังกล่าวยังสะท้อนบทบาทของ กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.), หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) และ มูลนิธิสถาบันเกื้อกูลเศรษฐกิจชุมชน ในการผลักดันองค์ความรู้จากงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เติบโตอย่างมั่นคง
THE 3Ea คือกรอบแนวคิดที่พัฒนาขึ้นจากการวิจัยและการทำงานในพื้นที่ตลอด 7 ปี เพื่อยกระดับ ธุรกิจชุมชน (Local Enterprises : LE) ให้เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย นักวิจัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน
ปัจจุบันกรอบวิจัย Local Enterprises ทำงานร่วมกับ 51 มหาวิทยาลัย, 21,759 ธุรกิจชุมชน และ 45 นักพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน (LE Heroes) สามารถสร้างรายได้รวมให้ธุรกิจชุมชนกว่า 9,448 ล้านบาทต่อปี สร้างการจ้างงาน 72,516 คน และเพิ่มการใช้วัตถุดิบในพื้นที่คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,402 ล้านบาทต่อปี พร้อมตั้งเป้าขยายเครือข่ายสู่ 47,000 ธุรกิจชุมชนทั่วประเทศภายในปี 2570 เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากไทยที่เข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน
ถอดรหัส "THE 3Ea" สูตรสำเร็จยกระดับธุรกิจชุมชน สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน LEs EXPO – Local Enterprises Exposition 2026 คือการเปิดเผยองค์ความรู้ "THE 3Ea" ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดที่พัฒนาขึ้นจากการทำงานวิจัยและปฏิบัติการจริงในพื้นที่ตลอดระยะเวลา 7 ปี เพื่อใช้เป็นแนวทางยกระดับ ธุรกิจชุมชน (Local Enterprises : LE) ให้สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ
กรอบแนวคิด THE 3Ea ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 4 ส่วน ได้แก่ 3E, 5L, 7C และ 9E ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมโยงการทำงานตั้งแต่การสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างเครือข่าย ไปจนถึงการขยายผลสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
3E : กรอบการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจชุมชน
องค์ประกอบแรก คือ 3E (Operating Growth Framework) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจชุมชน ประกอบด้วย
Engagement การสร้างความร่วมมือและเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างชุมชน นักวิจัย ภาครัฐ และภาคเอกชน
Empowerment การเสริมศักยภาพผู้ประกอบการด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
Enlargement การขยายผลและขยายเครือข่ายธุรกิจชุมชนให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
5L : ปัจจัยแห่งความสำเร็จของธุรกิจชุมชน
5L (Key Operating Factors) เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาธุรกิจชุมชน โดยเน้นการใช้ศักยภาพและทรัพยากรในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประกอบด้วย
Local Resources การใช้วัตถุดิบในพื้นที่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
Local Employment การจ้างงานและสร้างอาชีพให้คนในชุมชน
Local Wisdom การอนุรักษ์ ต่อยอด และถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น
Local Community Business การสร้างและพัฒนาธุรกิจใหม่บนฐานทรัพยากรของชุมชน
Local Network การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างธุรกิจชุมชนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน
7C : ออกแบบความร่วมมือทุกภาคส่วน
องค์ประกอบ 7C (Co-Collaborating Design) เป็นรูปแบบการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิจัย นักพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ผู้ประกอบการ และภาคีเครือข่าย เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย
Co Resource / Wisdom ใช้วัตถุดิบและภูมิปัญญาร่วมกัน
Co-Technology-Innovation ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมกัน
Co-Role / Standardization / Regulation ใช้มาตรฐาน กฎระเบียบ และบทบาทร่วมกัน
Co-Production Approach ร่วมกันผลิตสินค้าและบริการ
Co-Marketization Approach ร่วมกันสร้างและขยายตลาด
Co-Cluster / Network สร้างเครือข่ายและคลัสเตอร์ธุรกิจ
Co-Investment ร่วมลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน
9E : กระบวนการพัฒนาธุรกิจชุมชน 9 ขั้นตอน
กรอบ 9E (9 Working Steps) เป็นกระบวนการทำงานที่ออกแบบเพื่อให้ธุรกิจชุมชนสามารถเติบโตได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเริ่มต้นจนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ประกอบด้วย
Empty to Empathy เปิดใจรับฟัง เข้าใจปัญหาและบริบทของชุมชน
Engage เข้าถึงและสร้างความไว้วางใจกับชุมชน
Experimental ทดลองและพัฒนานวัตกรรมผ่านงานวิจัย
Empower เสริมองค์ความรู้ เครื่องมือ และกลยุทธ์การบริหารธุรกิจ
Establish วางรากฐานและระบบการดำเนินธุรกิจที่มั่นคง
Elevate ยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการและธุรกิจชุมชน
Enlarge ขยายผลและขยายเครือข่ายธุรกิจ
Expand เชื่อมโยงความร่วมมือกับภาคีและเครือข่ายในระดับที่กว้างขึ้น
Exit ส่งต่อการพัฒนาให้ธุรกิจชุมชนสามารถเติบโตได้ด้วยตนเอง และต่อยอดองค์ความรู้สู่ชุมชนอื่น
บทสรุป
การจัดงาน LEs EXPO – Local Enterprises Exposition 2026 สะท้อนให้เห็นบทบาทของงานวิจัยและนวัตกรรมในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย ผ่านการสร้าง ธุรกิจชุมชน (Local Enterprises : LE) ให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของชุมชนในระยะยาว
ภายใต้ความร่วมมือของ กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.), หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) และ มูลนิธิสถาบันเกื้อกูลเศรษฐกิจชุมชน กรอบแนวคิด THE 3Ea ได้พิสูจน์ผลลัพธ์จากการดำเนินงานจริงตลอด 7 ปี ด้วยการสร้างรายได้ให้ธุรกิจชุมชนกว่า 9,448 ล้านบาทต่อปี สร้างการจ้างงานกว่า 72,516 คน และเพิ่มการใช้วัตถุดิบในพื้นที่คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,402 ล้านบาทต่อปี
เป้าหมายในระยะต่อไป คือการขยายเครือข่ายสู่ 47,000 ธุรกิจชุมชนทั่วประเทศภายในปี 2570 เพื่อผลักดันให้ธุรกิจชุมชนเป็น "เครื่องยนต์เศรษฐกิจระดับพื้นที่" (Local Growth Engine) ที่สามารถสร้างการเติบโตจากฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้ และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การพัฒนาที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนตามยุทธศาสตร์ชาติ








