งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

วช. ยกย่อง 6 ชุมชนต้นแบบ “ศูนย์ชุมชนเกษตรกรสู้ควัน” เชียงราย–พะเยา ใช้นวัตกรรมลดการเผา แก้ปัญหา PM2.5 อย่างยั่งยืน

วช. ยกย่อง 6 ชุมชนต้นแบบ “ศูนย์ชุมชนเกษตรกรสู้ควัน” เชียงราย–พะเยา ใช้นวัตกรรมลดการเผา แก้ปัญหา PM2.5 สร้างเครือข่ายพัฒนาอย่างยั่งยืน

ศูนย์ชุมชนเกษตรกรสู้ควัน

      เชียงราย, 26 กรกฎาคม 2569สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างเป็นรูปธรรม โดยจัดพิธีมอบเกียรติบัตรและป้ายเชิดชูเกียรติแก่ 6 ชุมชนต้นแบบ “ศูนย์ชุมชนเกษตรกรสู้ควัน” ในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยา ซึ่งประสบความสำเร็จในการนำนวัตกรรมและองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร ลดการเผาในที่โล่ง และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

    พิธีดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้โครงการ “การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือด้วยนวัตกรรมบูรณาการเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน” ซึ่งดำเนินการโดย รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ หัวหน้าโครงการวิจัย จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

     พิธีได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย, ศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา วงศ์เกษมจิตต์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ผู้แทนหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และผู้นำชุมชน เข้าร่วม ณ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

วช. ผลักดันงานวิจัยแก้ PM2.5 ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

     ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศได้จริง โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ

     การยกย่อง 6 ชุมชนต้นแบบ “ศูนย์ชุมชนเกษตรกรสู้ควัน” ถือเป็นตัวอย่างของการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริง ผ่านการบริหารจัดการชีวมวลและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อลดการเผาในพื้นที่โล่ง ลดจุดความร้อน (Hotspot) และสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ซึ่งช่วยยกระดับเศรษฐกิจชุมชน สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน

     นอกจากนี้ โครงการยังเป็นต้นแบบของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัย สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน เพื่อขยายผลสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศในอนาคต

จังหวัดเชียงรายชูงานวิจัยสร้างผลลัพธ์จริง

     นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 อย่างต่อเนื่อง โดยการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ทำให้เกิดการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่จริง เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และช่วยยกระดับศักยภาพของเกษตรกรในการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการเผาและสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน

     ศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา วงศ์เกษมจิตต์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงร่วมพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาในพื้นที่ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนควบคู่กับการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการชีวมวลและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรได้อย่างเหมาะสม ลดการเกิดจุดความร้อน ลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และเพิ่มมูลค่าทรัพยากรในท้องถิ่น

มจธ. พัฒนาโมเดลจัดการชีวมวล ลดการเผา เพิ่มรายได้เกษตรกร

     รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ หัวหน้าโครงการวิจัย จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า โครงการมุ่งบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมร่วมกับชุมชน เพื่อพัฒนาระบบจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ลดการเผาในพื้นที่โล่ง ลดจำนวนจุดความร้อน พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มมูลค่าชีวมวล เช่น

  • การผลิตไบโอชาร์ (Biochar)

  • การผลิตน้ำส้มควันไม้

  • การแปรรูปวัสดุชีวมวลเป็นผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่ม

     แนวทางดังกล่าวช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกร ควบคู่กับการลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยาอย่างเป็นรูปธรรม

6 ชุมชนต้นแบบ “ศูนย์ชุมชนเกษตรกรสู้ควัน”

     ชุมชนต้นแบบที่ได้รับการยกย่อง ประกอบด้วย

  1. ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอแม่สาย ตำบลบ้านด้าย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

  2. ศูนย์ข้าวชุมชนข้าวปลอดสารพิษ ตำบลแม่อ้อ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

  3. กลุ่มเกษตรกรผลิตข้าวอินทรีย์ทุ่งต้อม ตำบลศรีดอนไชย อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

  4. กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ข้าวตำบลงิ้ว ตำบลงิ้ว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

  5. กลุ่มเกษตรกรผลิตข้าวอินทรีย์ ตำบลห้วยยางขาม อำเภอจุน จังหวัดพะเยา

  6. ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลสันโค้ง ตำบลสันโค้ง อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา

     ทั้ง 6 แห่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการจัดการชีวมวล การลดการเผาในพื้นที่เกษตร และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และชุมชน เพื่อขยายผลสู่พื้นที่อื่นอย่างต่อเนื่อง

จัดแสดงผลงานวิจัยและผลิตภัณฑ์ชุมชน

     ภายในงาน คณะผู้บริหารได้เยี่ยมชมนิทรรศการแสดงผลสำเร็จของงานวิจัยและผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากองค์ความรู้ของโครงการ ได้แก่ ผลงานของกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวตำบลงิ้ว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย, กลุ่มเกษตรกรผลิตข้าวอินทรีย์ทุ่งต้อม, กลุ่มเกษตรกรผลิตข้าวอินทรีย์ตำบลห้วยยางขาม จังหวัดพะเยา, ศูนย์ข้าวชุมชนข้าวปลอดสารพิษ ตำบลแม่อ้อ, แปลงใหญ่ข้าวกลุ่มรักถิ่นเกิดเกษตรทฤษฎีใหม่ ตำบลบ้านด้าย อำเภอแม่สาย, ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลสันโค้ง จังหวัดพะเยา รวมถึง บริษัท อูรมัต จำกัด ที่ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพิ่มมูลค่าชีวมวลและการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์