งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

พม. จัดเวทีวิชาการพัฒนาสังคมระดับชาติ 2569 ชู Smart Social Synergy ขับเคลื่อน 8 นโยบาย สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส รับมือสังคมสูงวัยและวิกฤตประชากร

กระทรวง พม. เปิดเวทีวิชาการระดับชาติปี 2569 ผนึกเครือข่ายทั่วประเทศ ขับเคลื่อน "Smart Social Synergy" ใช้เทคโนโลยีเชื่อมบริการภาครัฐ สร้างครอบครัวเข้มแข็ง พัฒนาชุมชน สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมผลักดัน 8 นโยบายสำคัญ มุ่งสู่ "สังคมอยู่ดี มีโอกาส" รองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทย

Smart Social Synergy

     กรุงเทพมหานคร, 22 กรกฎาคม 2569กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดย สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ (สสว.) 1–11 จัด โครงการเวทีวิชาการพัฒนาสังคมระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด

"Smart Social Synergy เทคโนโลยีเชื่อมใจ ครอบครัว-ชุมชนก้าวไกล สร้างอาชีพใหม่ สู่สังคมอยู่ดี มีโอกาส"

     ณ ห้องประชุมปรินซ์ 3 โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาสังคม พร้อมยกระดับการทำงานของเครือข่ายด้านสังคมจากทั่วประเทศ และผลักดันนโยบายของรัฐบาลสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

     พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายกิตติ อินทรกุล รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และเครือข่ายด้านการพัฒนาสังคมจากทุกภูมิภาคของประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

พม. เดินหน้า 8 นโยบายสำคัญ รับมือสังคมสูงวัย-เด็กเกิดน้อย สร้าง "สังคมอยู่ดี มีโอกาส"

    นายพิสิฐ พูลพิพัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านโครงสร้างประชากร ทั้งการเข้าสู่ สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) และจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม ตลาดแรงงาน และคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

     ด้วยเหตุนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงได้กำหนด นโยบายสำคัญ 8 ด้าน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศภายใต้แนวคิด

"สังคมอยู่ดี มีโอกาส"

     โดยมุ่งปรับบทบาทของกระทรวง พม. จากการเป็นหน่วยงานที่เน้นการสงเคราะห์ ไปสู่การเป็นหน่วยงานที่สร้างโอกาสและเสริมศักยภาพให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

     เวทีวิชาการระดับชาติครั้งนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการนำทั้ง 8 นโยบายมาบูรณาการสู่การปฏิบัติ ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และตัวอย่างความสำเร็จจากพื้นที่ต้นแบบทั่วประเทศ

เวทีวิชาการ พม. 2569 เน้น 4 ประเด็นหลัก ขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ

     ภายในงานมีการนำเสนอผลงานวิชาการและนวัตกรรมด้านสังคม ครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่

1. เทคโนโลยีดิจิทัลและราชการเป็นมิตร (Smart Government)

พัฒนาระบบบริการภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เข้าถึงสิทธิและสวัสดิการได้รวดเร็ว แม่นยำ และทั่วถึง

เครื่องมือสำคัญ ได้แก่

  • MSO-Logbook (สมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์) สำหรับเชื่อมโยงฐานข้อมูลครัวเรือน ชี้เป้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

  • แอปพลิเคชัน "พม. CARE" เพื่อยกระดับบริการ e-Service และอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสิทธิของประชาชนทุกกลุ่ม

2. เด็ก เยาวชน ครอบครัว และผู้สูงอายุ

มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว พร้อมเตรียมมาตรการรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ทั้งการเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีศักยภาพในอนาคต

เวทีวิชาการ พม. 2569 เปิดมุมมอง "ทางรอดสังคมไทย" รับมือสังคมสูงวัย-เด็กเกิดน้อย พร้อมโชว์นวัตกรรมพัฒนาสังคมจาก 5 พื้นที่ต้นแบบทั่วประเทศ

     ภายในงาน โครงการเวทีวิชาการพัฒนาสังคมระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยังได้จัดกิจกรรมวิชาการและเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายพัฒนาสังคมทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาสังคมไทยในอนาคต ภายใต้แนวคิด "Smart Social Synergy เทคโนโลยีเชื่อมใจ ครอบครัว-ชุมชนก้าวไกล สร้างอาชีพใหม่ สู่สังคมอยู่ดี มีโอกาส"

     หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การบรรยายพิเศษ (TED Talk) ในหัวข้อ "ทางรอดสังคมไทย" ซึ่งนำเสนอประเด็นท้าทายด้านโครงสร้างประชากร การเปลี่ยนแปลงของสังคม และการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในอนาคต

ผศ.ดร.ธนานนท์ บัวทอง ชี้วิกฤต "แก่ก่อนรวย-เด็กเกิดน้อย" คือโจทย์ใหญ่ของประเทศไทย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนานนท์ บัวทอง อาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บรรยายในหัวข้อ

"แก่ก่อนรวย วิกฤตคนรุ่นใหม่ไม่อยากมีลูก แล้วอนาคตประเทศไทยจะฝากความหวังไว้ที่ใคร?"

     โดยสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของประเทศไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ขณะที่อัตราการเกิดของประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อกำลังแรงงาน เศรษฐกิจ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และภาระด้านสวัสดิการในอนาคต พร้อมเสนอแนวทางสร้างครอบครัวเข้มแข็ง พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน และสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่สามารถตัดสินใจมีบุตรได้อย่างมั่นใจ

นางสาวสุชนา สินธวถาวร ชี้โลกยุคใหม่ต้อง "ไม่ใช่แค่รอด แต่ต้องเริงร่า"

     อีกหนึ่งหัวข้อสำคัญ คือ

"ในโลกที่เปลี่ยนไว ไม่ใช่แค่รอด แต่ต้องเริงร่า"

     บรรยายโดย นางสาวสุชนา สินธวถาวร ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

     ซึ่งได้นำเสนอแนวคิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม และเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เพิ่มศักยภาพการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับทุกช่วงวัยในยุคดิจิทัล

พม. นำเสนอพื้นที่ต้นแบบ 5 ภูมิภาค ขยายผลนวัตกรรมพัฒนาสังคมสู่ระดับประเทศ

     นอกจากการบรรยายพิเศษแล้ว ภายในงานยังเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากพื้นที่ต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสังคม โดยมีผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ (สสว.) และเครือข่ายชุมชนจากภูมิภาคต่าง ๆ ร่วมนำเสนอผลงาน ดังนี้

สสว.1 ภาคกลาง

นายอภิสิทธิ์ อัครวรรธนกุล นายกเทศมนตรีตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

     นำเสนอผลงาน "สูงวัยรู้ทันสื่อ" ซึ่งเป็นนวัตกรรมศูนย์เตือนภัยในชุมชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันด้านข้อมูลข่าวสารให้แก่ผู้สูงอายุ ลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงทางออนไลน์ และได้รับรางวัลระดับประเทศ

สสว.3 ภาคกลาง

นายวีระกิตติ์ ชั้นอินทร์งาม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางระกำ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม

     นำเสนอ "Bangrakam Craft" โมเดลสร้างอาชีพและแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชนผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน เพิ่มมูลค่าสินค้าท้องถิ่น และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

สสว.7 ภาคกลาง

นางสาวจรรยา กลัดล้อม ประธานคณะประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดชัยนาท

     นำเสนอ "นวัตกรรมสิ่งทอผ้าดอกดาวเรือง" ที่ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้ประชาชน และเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก

สสว.9 ภาคเหนือ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วุฒิกานต์ ปุระพรหม ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน (Universal Design Center : UDC) มหาวิทยาลัยแม่โจ้

     นำเสนอ ต้นแบบเมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ (Age Friendly City) พร้อมนวัตกรรมบ้านน็อกดาวน์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ รองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัยของประเทศไทย

สสว.11 ภาคใต้

ว่าที่ร้อยตรี วินิจ เจตมหันต์ หัวหน้าฝ่ายสังคมสงเคราะห์ เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

     นำเสนอผลงาน "น้องอ้อมปันสุขโกลก" นวัตกรรมผ้าอ้อมใช้ซ้ำได้ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายของครอบครัว ลดปริมาณขยะ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่

นิทรรศการนวัตกรรมจาก สสว. 1-11 สะท้อนการพัฒนาสังคมเชิงพื้นที่

     ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิชาการจาก สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ (สสว.) 1–11 รวมถึงเครือข่ายต้นแบบจากทั้ง 4 ภูมิภาค ถ่ายทอดองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านการพัฒนาสังคมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นได้อย่างเป็นรูปธรรม

     นิทรรศการดังกล่าวสะท้อนบทบาทของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในการส่งเสริมการพัฒนาสังคมเชิงพื้นที่ การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ และการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทุกกลุ่มอย่างยั่งยืน

ระดมสมอง World Café สังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย ยกระดับการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน

    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การจัดกิจกรรม World Café ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และเครือข่ายการพัฒนาสังคมจากทั่วประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์การทำงาน ผ่าน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน การสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวและชุมชน การพัฒนาอาชีพและแก้ไขปัญหาหนี้สิน รวมถึงการรองรับสังคมสูงวัยและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร

     ข้อเสนอที่ได้จากการระดมความคิดเห็นจะถูกนำไปสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายระดับประเทศ เพื่อสนับสนุนการกำหนดทิศทางการพัฒนาสังคมของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างระบบสวัสดิการที่เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

     นายพิสิฐ พูลพิพัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวในช่วงปิดงานว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญ ทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ อัตราการเกิดที่ลดลง ความเหลื่อมล้ำทางสังคม รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ

     นายพิสิฐ กล่าวว่า

"สังคมที่ดีไม่ได้เกิดจากนโยบายบนแผ่นกระดาษ แต่เกิดจากคนที่เชื่อว่าตนเองสามารถเปลี่ยนชีวิตผู้อื่นได้"

     พร้อมเน้นย้ำว่า บุคลากรของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทุกคน คือ "กำแพงพิงหลัง" ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และครอบครัวที่ประสบปัญหา พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันผลักดันให้นโยบายของภาครัฐสามารถเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของประชาชน

     การจัด โครงการเวทีวิชาการพัฒนาสังคมระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด "Smart Social Synergy เทคโนโลยีเชื่อมใจ ครอบครัว-ชุมชนก้าวไกล สร้างอาชีพใหม่ สู่สังคมอยู่ดี มีโอกาส" จึงถือเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และแนวปฏิบัติที่ดีจาก สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ (สสว.) 1-11 และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาสังคมไทยในอนาคต

     นอกจากนี้ เวทีดังกล่าวยังสะท้อนการขับเคลื่อนนโยบายของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มุ่งเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้ให้การสงเคราะห์" สู่ "ผู้สร้างโอกาส" ผ่านการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัล การสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว การพัฒนาศักยภาพชุมชน การสร้างอาชีพ การแก้ไขปัญหาหนี้สิน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรอบด้าน เพื่อให้คนไทยทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

     การประชุมครั้งนี้ยังเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันการพัฒนาสังคมของประเทศไทยให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) และนโยบายรัฐบาลที่มุ่งสร้าง "สังคมอยู่ดี มีโอกาส" ผ่านการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และเครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศ เพื่อให้การพัฒนาสังคมไทยสามารถก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล และสร้างความมั่นคงทางสังคมให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มอย่างยั่งยืน