งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

สภาทนายความ เปิดรับสมัคร “หลักสูตรทนายความสิ่งแวดล้อม รุ่นที่ 14” ต่อยอดความรู้กฎหมายสิ่งแวดล้อม รับสมัครถึง 31 ส.ค. 2569

สภาทนายความ เปิดรับสมัคร “หลักสูตรทนายความสิ่งแวดล้อม รุ่นที่ 14” ยกระดับความรู้กฎหมายสิ่งแวดล้อม รับสมัครถึง 31 ส.ค. 2569

     สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วม “หลักสูตรทนายความสิ่งแวดล้อม รุ่นที่ 14” เพื่อพัฒนาความรู้ด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อม เพิ่มพูนทักษะการดำเนินคดีด้านสิ่งแวดล้อม และสร้างเครือข่ายนักกฎหมายที่มีบทบาทในการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง วันที่ 31 สิงหาคม 2569

     หลักสูตรดังกล่าวจัดขึ้นโดย สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อยกระดับศักยภาพของทนายความ นักกฎหมาย นักวิชาการ และประชาชนผู้สนใจ ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายสิ่งแวดล้อมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการว่าความ การให้คำปรึกษาทางกฎหมาย และการคุ้มครองสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     ตลอดระยะเวลาการอบรม ผู้เข้าร่วมจะได้รับความรู้เกี่ยวกับกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ การวิเคราะห์ข้อกฎหมาย เทคนิคการดำเนินคดีสิ่งแวดล้อม การจัดการข้อพิพาทด้านทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบวิชาชีพด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักกฎหมายและผู้ที่มีบทบาทในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

รายละเอียดการอบรม

  • หลักสูตร: ทนายความสิ่งแวดล้อม รุ่นที่ 14

  • หน่วยงานจัด: สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

  • ระยะเวลาอบรม: 10 วัน

  • สถานที่: ห้องประชุม ชั้น 4 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพหลโยธิน เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

  • ค่าลงทะเบียน

    • ทนายความ 10,000 บาท

    • บุคคลภายนอก 11,000 บาท

  • เปิดรับสมัคร: ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2569

     ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมอบรมผ่าน QR Code หรือ ลิงก์ลงทะเบียน ที่สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กำหนดไว้ และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0-2522-7124-27 ต่อ 127

     หลักสูตรนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านกฎหมายของประเทศไทย เพื่อรองรับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล พร้อมสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ