มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ ฉลอง 50 ปี ทุ่มงบกว่า 650 ล้าน ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย
50 ปีมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ สานต่อ "รากฐานแห่งการให้" ทุ่มกว่า 650 ล้านบาท ยกระดับโภชนาการ การศึกษา วิจัย และนวัตกรรม สู่ Well-Being ของสังคมไทย

กรุงเทพมหานคร – มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ภายใต้แนวคิด "From 50 Years of ROOT to Future Rise" หรือ "50 ปี รากฐานแห่งการให้ สู่ความเป็นอยู่ที่ดีของสังคมไทยอย่างยั่งยืน" ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ผ่านการส่งเสริมด้านโภชนาการ การศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ได้พัฒนาศักยภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน
ตลอดระยะเวลา 5 ทศวรรษ มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะได้สนับสนุนงบประมาณรวมกว่า 650 ล้านบาท ในการดำเนินโครงการเพื่อสังคม ครอบคลุมการพัฒนาโภชนาการในโรงเรียน การส่งเสริมการศึกษา การสนับสนุนงานวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมด้านอาหาร สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม จนเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์แก่คนไทยทั่วประเทศ
ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ชู "ROOT สู่ Future Rise" เดินหน้าสร้าง Well-Being ให้สังคมไทย
ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ประธานกรรมการมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ กล่าวว่า การก่อตั้งมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะมีจุดเริ่มต้นจากความเชื่อที่ว่า "องค์กรที่เข้มแข็งไม่อาจเติบโตได้โดยลำพัง แต่ต้องเติบโตควบคู่ไปกับสังคมที่แข็งแกร่ง" ซึ่งแนวคิดดังกล่าวได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 50 ปี
แนวคิด "ROOT" จึงไม่ได้หมายถึงเพียงจุดเริ่มต้นขององค์กร แต่ยังหมายถึงการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่สังคมไทย ผ่านการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วประเทศ
ดร.ศักรินทร์ กล่าวว่า มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะเชื่อมั่นว่า การลงทุนเพื่อสังคมสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกที่มีมูลค่าสูงกว่างบประมาณที่ใช้ไปหลายเท่า โดยเฉพาะการยกระดับ Well-Being หรือความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ทุ่มกว่า 650 ล้านบาท สร้างผลลัพธ์เป็นรูปธรรมทั่วประเทศ
ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะได้ดำเนินโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านโภชนาการ การศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม โดยใช้งบประมาณสนับสนุนรวมกว่า 650 ล้านบาท เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ส่งเสริมคุณภาพการศึกษา พัฒนางานวิจัย และยกระดับองค์ความรู้ด้านอาหาร สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม
การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะในฐานะองค์กรเพื่อสังคม ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกในระยะยาว มากกว่าการให้ความช่วยเหลือในระยะสั้น และมุ่งสร้าง "ความยั่งยืน" ผ่านการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย
มุ่งยกระดับโภชนาการเด็กไทย สร้างโรงอาหารแล้วกว่า 167 เขต ตั้งเป้าครบ 183 เขตทั่วประเทศในปี 2570
หนึ่งในภารกิจสำคัญของ มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ ตลอดระยะเวลา 50 ปี คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กไทยผ่านการพัฒนาโภชนาการในโรงเรียน โดยเชื่อว่า "อาหารที่ดี" คือรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ การเจริญเติบโต และการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยในระยะยาว
มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะได้สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างโรงอาหารให้แก่โรงเรียนในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ครอบคลุมแล้วกว่า 167 เขตพื้นที่การศึกษา จากทั้งหมด 183 เขตทั่วประเทศ พร้อมตั้งเป้าหมายขยายการสนับสนุนให้ครบทั้ง 183 เขต ภายในปี พ.ศ.2570
การดำเนินงานดังกล่าวไม่ได้มุ่งเพียงการก่อสร้างอาคารโรงอาหารเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการบริโภคอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ ส่งเสริมสุขอนามัย และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กนักเรียนอย่างรอบด้าน
พัฒนาโรงเรียนต้นแบบด้านโภชนาการ สร้างองค์ความรู้สู่ความยั่งยืน
นอกจากการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านโรงอาหารแล้ว มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะยังดำเนินโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านโภชนาการให้แก่ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้เกี่ยวข้อง พร้อมผลักดันการพัฒนา โรงเรียนต้นแบบด้านโภชนาการ เพื่อยกระดับระบบการบริหารจัดการอาหารกลางวันในโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางดังกล่าวช่วยให้โรงเรียนสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดเมนูอาหารที่เหมาะสมกับวัยของนักเรียน ส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคที่ถูกต้อง และสร้างสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับเด็กและเยาวชนไทย
การดำเนินงานยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสในการเข้าถึงโภชนาการที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม
สนับสนุนทุนการศึกษาและงานวิจัย สร้างคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนประเทศ
ในด้านการศึกษา มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ ได้มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษามาแล้วกว่า 2,000 คน เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยเข้าถึงการศึกษา และสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มความสามารถ
ขณะเดียวกัน มูลนิธิยังสนับสนุนนักวิจัยมากกว่า 50 คน ในการศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านอาหาร สุขภาพ โภชนาการ สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
การสนับสนุนดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างครบวงจร ตั้งแต่การดูแลโภชนาการของเด็ก การส่งเสริมการศึกษา ไปจนถึงการสร้างนักวิจัยและนวัตกรที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต
เดินหน้าสร้าง Well-Being ผ่าน 4 เสาหลัก
ตลอดระยะเวลา 50 ปี มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะได้ขับเคลื่อนพันธกิจเพื่อสังคมผ่าน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
การส่งเสริมโภชนาการ เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีให้เด็กและเยาวชนไทย
การสนับสนุนการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำ
การส่งเสริมการวิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ด้านอาหาร สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม
การผลักดันนวัตกรรม เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดี (Well-Being) และการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน
ทั้ง 4 ด้านนี้เป็นรากฐานสำคัญที่มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะใช้ในการขับเคลื่อนการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมไทย และต่อยอดไปสู่แนวคิด "Future Rise" ซึ่งมุ่งสร้างอนาคตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนให้กับประเทศ
ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ชูแนวคิด "องค์กรเติบโตไปพร้อมสังคม" เดินหน้าสร้าง Future Rise บนรากฐานแห่งการให้
ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ประธานกรรมการมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ กล่าวว่า การดำเนินงานของมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะตลอดระยะเวลา 50 ปี มีจุดเริ่มต้นจากปรัชญาที่เรียบง่าย แต่ทรงพลัง คือ "องค์กรที่เข้มแข็งไม่สามารถเติบโตได้เพียงลำพัง แต่ต้องเติบโตควบคู่ไปกับสังคมที่เข้มแข็ง"
แนวคิดดังกล่าวได้กลายเป็น "รากฐาน" หรือ ROOT ของการดำเนินงานทุกด้านของมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ นับตั้งแต่ก่อตั้งองค์กร และเป็นหลักคิดสำคัญในการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมไทยผ่านการพัฒนาโภชนาการ การศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม
ตลอดระยะเวลาครึ่งศตวรรษ มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะยึดมั่นในการลงทุนเพื่อพัฒนาคน เพราะเชื่อว่าทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สุดของประเทศคือ "ทรัพยากรมนุษย์" การสร้างโอกาสให้เด็ก เยาวชน นักศึกษา ครู นักวิจัย และชุมชน จึงเป็นการวางรากฐานการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนที่สุด
50 ปีแห่งการให้ สร้างผลกระทบทางสังคมมากกว่ามูลค่าการลงทุน
ดร.ศักรินทร์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะได้ดำเนินโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมั่นว่า "ผลกระทบเชิงบวกที่เกิดขึ้นกับสังคม มีคุณค่ามากกว่างบประมาณที่ใช้ในการดำเนินโครงการ"
การสนับสนุนด้านโภชนาการ การศึกษา งานวิจัย และนวัตกรรม ไม่ได้เป็นเพียงการช่วยเหลือในระยะสั้น แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพ และการสร้างโอกาสที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนไทยในระยะยาว
แนวทางดังกล่าวสะท้อนเป้าหมายของมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะที่มุ่งสร้าง Well-Being หรือ "ความเป็นอยู่ที่ดี" ให้เกิดขึ้นกับประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต
ความสำเร็จตลอด 50 ปี เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน
ดร.ศักรินทร์ กล่าวอีกว่า ความสำเร็จของมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะไม่ได้เกิดจากการทำงานขององค์กรเพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ชุมชน นักวิจัย และพันธมิตรทุกภาคส่วน ที่ร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ ทรัพยากร และประสบการณ์ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ทุกภาคส่วนเปรียบเสมือนผู้ร่วมปลูกต้นไม้แห่งโอกาส คอยร่วมกันบ่มเพาะ ดูแล และผลักดันให้การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ความร่วมมือดังกล่าวยังสะท้อนแนวคิด Creating Shared Value (CSV) ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างองค์กรและสังคม เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจดำเนินควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
ก้าวสู่ทศวรรษที่ 6 จาก ROOT สู่ Future Rise
ในโอกาสก้าวสู่ทศวรรษที่ 6 ดร.ศักรินทร์ ยืนยันว่า มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะจะเดินหน้าสานต่อพันธกิจในการสร้างโอกาสให้กับสังคมไทย โดยต่อยอดจากรากฐานที่สร้างไว้ตลอด 50 ปี เพื่อมุ่งสู่ Future Rise หรืออนาคตที่ทุกคนสามารถเติบโตไปด้วยกัน
การดำเนินงานในระยะต่อไปจะยังคงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมโภชนาการ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา การสนับสนุนงานวิจัย และการผลักดันนวัตกรรมที่สร้างประโยชน์ต่อสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกมิติ
มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะเชื่อว่า การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนไม่ใช่หน้าที่ขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมของทุกภาคส่วนที่จะร่วมกันสร้างอนาคตที่มั่นคง สมดุล และยั่งยืนให้กับประเทศไทย
สอดคล้องแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลก
แนวทางการดำเนินงานของมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะยังสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG: Environmental, Social and Governance) รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs)
การลงทุนเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การยกระดับโภชนาการ การสร้างโอกาสทางการศึกษา และการสนับสนุนงานวิจัย ล้วนเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม และยกระดับศักยภาพของประเทศในระยะยาว
มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ ฉลองครบรอบ 50 ปี เดินหน้าสานต่อพันธกิจสร้างความเป็นอยู่ที่ดี (Well-Being) ให้คนไทย ภายใต้แนวคิด "From 50 Years of ROOT to Future Rise" หรือ "50 ปี รากฐานแห่งการให้ สู่ความเป็นอยู่ที่ดีของสังคมไทยอย่างยั่งยืน" โดยตลอด 50 ปีที่ผ่านมา สนับสนุนงบประมาณกว่า 650 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนโครงการด้านโภชนาการ การศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม พร้อมตั้งเป้าก่อสร้างโรงอาหารให้ครบ 183 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ภายในปี 2570 รวมถึงมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนกว่า 2,000 คน และสนับสนุนนักวิจัยมากกว่า 50 คน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน
มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ ครบรอบ 50 ปี มีเป้าหมายอะไร
มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยผ่านการสนับสนุนด้านโภชนาการ การศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด "From 50 Years of ROOT to Future Rise" เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดี (Well-Being) อย่างยั่งยืน
มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะใช้งบประมาณเท่าใด
ตลอดระยะเวลา 50 ปี มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะสนับสนุนงบประมาณรวมกว่า 650 ล้านบาท
มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะช่วยเหลือด้านใดบ้าง
สนับสนุนการก่อสร้างโรงอาหารในโรงเรียน
พัฒนาโรงเรียนต้นแบบด้านโภชนาการ
มอบทุนการศึกษา
สนับสนุนนักวิจัย
พัฒนาองค์ความรู้ด้านอาหาร สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรม
เป้าหมายสำคัญในอนาคตคืออะไร
ก่อสร้างโรงอาหารให้ครบ 183 เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ภายในปี 2570 พร้อมต่อยอดการสร้าง Well-Being ให้สังคมไทย
