งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

สกสว. เปิดพิมพ์เขียวแผน ววน. 71-75 ดันไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม รับมือ AI-Climate Change

สกสว. เปิดร่างแผน ววน. 2571-2575 รับฟังความเห็นทุกภาคส่วน “ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” ชูวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วางรากฐานเศรษฐกิจใหม่ ยกระดับไทยสู่ประเทศนวัตกรรมอย่างยั่งยืน

ร่างแผน ววน. ปี 71-75

     กรุงเทพมหานคร, 24 มิถุนายน 2569 – สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดการประชุมประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) กรอบแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2571–2575 เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศไทยในระยะ 5 ปีข้างหน้า โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

     การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ หน่วยงานในระบบ ววน. ภาคอุตสาหกรรม ภาคประชาสังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ และใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นกลไกหลักในการยกระดับเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตประชาชน

    ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางและนโยบายการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สู่การสร้างโอกาสใหม่ในการพัฒนาประเทศ ตามแผนใหม่ ววน. ระยะ 5 ปี พ.ศ. 2571-2575” ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญจากการปฏิวัติเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) การแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์

     ดังนั้น งานวิจัยจะต้องไม่เป็นเพียงผลงานทางวิชาการ แต่ต้องเป็น “เชื้อเพลิง” สำคัญในการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ของประเทศ เชื่อมโยงองค์ความรู้สู่ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และการลงทุน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

    ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีขั้นลึก (Deep Tech) การแพทย์และสุขภาพสมัยใหม่ ตลอดจนเศรษฐกิจฐานพื้นที่ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

     สำหรับการขับเคลื่อนแผน ววน. ฉบับใหม่ จะมุ่งตอบโจทย์ความท้าทายระดับชาติ 3 ด้าน ได้แก่

  1. สงครามเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI & Tech War)

  2. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)

  3. สังคมสูงวัยและช่องว่างระหว่างวัย

     พร้อมทั้งเร่งพัฒนาศักยภาพกำลังคนผ่านการจัดทำ Skill Map เพื่อวิเคราะห์ช่องว่างทักษะที่จำเป็นในอุตสาหกรรมใหม่ และยกระดับทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในอนาคต

     ด้าน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันบทบาทของวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนา แต่เป็น “Game Changer” ที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างให้กับประเทศได้อย่างแท้จริง

     หากประเทศไทยต้องการก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง ยกระดับผลิตภาพของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน จำเป็นต้องใช้ ววน. เป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และกำลังคน เข้ากับภาคเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นระบบ

     ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เปิดเผยว่า ร่างกรอบแผนด้าน ววน. พ.ศ. 2571–2575 เป็นผลจากการสังเคราะห์บทเรียนจากแผนฉบับที่ผ่านมา ควบคู่กับการวิเคราะห์แนวโน้มโลกและความต้องการของประเทศในอนาคต

     ผลการดำเนินงานของระบบ ววน. ในช่วงที่ผ่านมา สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เกือบ 50,000 ล้านบาท ลดต้นทุนทางเศรษฐกิจกว่า 3,400 ล้านบาท สร้างการจ้างงานมากกว่า 30,000 ตำแหน่ง และพัฒนากำลังคนทักษะสูงมากกว่า 400,000 คน

     สำหรับร่างแผน ววน. ฉบับใหม่ สกสว. กำหนดยุทธศาสตร์สำคัญภายใต้แนวคิด “High Growth – Transform – Reform” ประกอบด้วย

• High Growth : สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ
• Transform : พลิกโฉมอุตสาหกรรมและภาคการผลิตเดิมให้แข่งขันได้ในระดับโลก
• Reform : ปฏิรูประบบภาครัฐด้วยองค์ความรู้ งานวิจัย และนโยบายสาธารณะบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์

     โดยมีเป้าหมายการพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่

  1. เศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขัน

  2. คุณภาพชีวิตและความครอบคลุมทางสังคม

  3. ความพร้อมรับอนาคตและความมั่นคงของประเทศ

  4. การพัฒนาระบบนิเวศวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

     นอกจากนี้ แผนดังกล่าวยังประกอบด้วย 9 แผนงานสำคัญ ได้แก่ การลงทุนในอุตสาหกรรมขั้นสูงและอุตสาหกรรมใหม่ การยกระดับอุตสาหกรรมและบริการที่มีศักยภาพ นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิต การใช้ประโยชน์องค์ความรู้ข้ามศาสตร์ การเตรียมความพร้อมสู่อนาคต การเสริมสร้างความมั่นคงและความสามารถในการฟื้นตัวของประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน ววน. การพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม และการยกระดับศักยภาพระบบ ววน. ของประเทศ

     สกสว. คาดหวังว่าร่างกรอบแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2571–2575 จะเป็นพิมพ์เขียวสำคัญในการนำพาประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม สร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว