สสส.-กสศ. เร่งแก้ปัญหาเด็กนอกระบบ ชู “นครพนมโมเดล” ต้นแบบเมืองแห่งความสุขและการเรียนรู้ ขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout ครบทุกมิติ
สสส.-กสศ. จับมือจังหวัดนครพนม เดินหน้าแก้ปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษา สู่เป้าหมาย Thailand Zero Dropout

จังหวัดนครพนม ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.), มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน, มหาวิทยาลัยนครพนม และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการ “สานพลังจังหวัดนครพนม เมืองแห่งความสุขและการเรียนรู้”
โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาสุขภาวะและการศึกษาที่ยืดหยุ่นสำหรับประชาชนจังหวัดนครพนม ควบคู่กับการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนนอกระบบ ภายใต้นโยบาย Thailand Zero Dropout ซึ่งมุ่งลดจำนวนเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์อย่างเป็นรูปธรรม
11 ภาคีเครือข่ายร่วมลงนาม MOU ขับเคลื่อนนครพนมสู่เมืองแห่งความสุขและการเรียนรู้
ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่าง 11 ภาคีสำคัญ ได้แก่
- มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยศูนย์การเรียน CYF
- สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
- กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
- จังหวัดนครพนม โดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดนครพนม
- สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม
- สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม
- อำเภอนาแก
- อำเภอเรณูนคร
- อำเภอท่าอุเทน
- อำเภอนาหว้า
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 34 แห่ง
- มหาวิทยาลัยนครพนม
- เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่
- ศูนย์สนับสนุนวิชาการเพื่อการจัดการเครือข่ายพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ศวภ.อีสาน)
โดยมีเป้าหมายสนับสนุนแผนพัฒนาจังหวัดนครพนม พ.ศ. 2566–2570 สู่การเป็น “เมืองแห่งความสุขและการเรียนรู้ เคียงคู่เศรษฐกิจสีเขียว”
“ศรีมาลาฌ์ ยะภักดี” ชี้เด็กนอกระบบไม่ใช่แค่ปัญหาการศึกษา แต่คือคุณภาพชีวิตของจังหวัด
นางสาวศรีมาลาฌ์ ยะภักดี ผู้อำนวยการศูนย์การเรียน CYF ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดนครพนมที่บูรณาการประเด็นสุขภาพและการศึกษาเข้าด้วยกัน
“เด็กนอกระบบไม่ใช่เพียงปัญหาทางการศึกษา แต่เป็นเรื่องของคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สุขภาพ ความมั่นคงของครอบครัว และอนาคตของชุมชนทั้งจังหวัด การลงนามครั้งนี้จึงเป็นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของทุกภาคส่วนในการสร้างเมืองแห่งความสุขและการเรียนรู้อย่างแท้จริง”
นางสาวศรีมาลาฌ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกคนในจังหวัดควรมองนครพนมเป็นบ้านร่วมกัน และร่วมกันดูแลเด็กและเยาวชนให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาและมีสุขภาวะที่ดีในทุกมิติ
กสศ. เผยนครพนมมีเด็กนอกระบบกว่า 4,800 คน เร่งขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout
นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังมีเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษากว่า 603,000 คน
สำหรับจังหวัดนครพนม พบว่าในปี 2569 มีเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาจำนวน 4,825 คน ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำคัญของทุกภาคส่วนในการร่วมกันแก้ไขปัญหา
“แม้เด็กจำนวนหนึ่งจะเผชิญปัญหาความยากจน ปัญหาสุขภาพ หรือข้อจำกัดด้านครอบครัว แต่สิ่งสำคัญคือการออกแบบระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับชีวิตของเด็กแต่ละคน เพื่อไม่ให้หลุดจากระบบการเรียนรู้อีกต่อไป”
ทั้งนี้ นโยบาย Thailand Zero Dropout มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาที่หลากหลายและยืดหยุ่น เพื่อพาเด็กกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
สสส. ชู “ข้อมูลนำทาง” และแนวคิดเพื่อนช่วยเพื่อน แก้ปัญหาเชิงลึก
ด้าน ดร.นิสา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การแก้ปัญหาเด็กนอกระบบจำเป็นต้องใช้ “ข้อมูลนำทาง” (Data-Driven Approach) ควบคู่กับการใช้ทุนทางสังคมในพื้นที่
สสส. พร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกับจังหวัดนครพนม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มหาวิทยาลัยนครพนม หน่วยงานสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อออกแบบแผนงานและงบประมาณที่ตอบโจทย์บริบทของพื้นที่
นอกจากนี้ ยังนำแนวคิด “เพื่อนช่วยเพื่อน” มาใช้ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัว ชุมชน และเครือข่ายระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด ผ่านการใช้ข้อมูลรายบุคคล ข้อมูลครัวเรือน และงานวิจัยชุมชน (RECAP) เพื่อออกแบบการช่วยเหลือที่ตรงจุดและยั่งยืน
ขับเคลื่อน 5 ภารกิจหลัก สร้างนครพนมต้นแบบสุขภาวะและการเรียนรู้
ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ภาคีเครือข่ายจะร่วมกันดำเนินงานใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่
- พัฒนาสุขภาวะประชาชนและลดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
- พัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพแบบ Data-Driven Healthcare
- จัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นสำหรับเด็กและเยาวชนนอกระบบจำนวน 600 คน
- สร้างความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถาบันการศึกษาเพื่อลดปัญหาเด็กหลุดจากระบบ
- ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะและพัฒนานครพนมเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านสุขภาวะและการเรียนรู้ที่สามารถขยายผลได้ทั่วประเทศ
นครพนมมุ่งสู่ต้นแบบจังหวัดแห่งการเรียนรู้และสุขภาวะของประเทศไทย
การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของจังหวัดนครพนมในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงการศึกษา สุขภาพ ครอบครัว และชุมชนเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม
เป้าหมายสูงสุดคือการพัฒนา “นครพนมเมืองแห่งความสุขและการเรียนรู้” ให้เป็นต้นแบบของการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” และขยายผลสู่พื้นที่อื่นของประเทศไทยในอนาคต
