งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

ศาลฎีกาไม่รับฎีกา คดีมรดก 500 ล้านบาท "ตระกูลศิลาสุวรรณ" ยืนเพิกถอนการรับบุตรบุญธรรม คดีถึงที่สุด

ศาลฎีกาไม่รับฎีกา คดีมรดก 500 ล้านบาท "ตระกูลศิลาสุวรรณ" ยืนคำพิพากษาเพิกถอนการรับบุตรบุญธรรม คดีสิ้นสุดตามกฎหมาย

     สมุทรสาคร, 26 มิถุนายน 2569 – ศาลฎีกามีคำสั่ง ไม่รับฎีกา ในคดีข้อพิพาทมรดกมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ของครอบครัว ศิลาสุวรรณ ส่งผลให้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ให้ เพิกถอนการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม มีผลเป็นที่สุดตามกฎหมาย ถือเป็นการสิ้นสุดกระบวนการพิจารณาคดีที่ดำเนินมายาวนานนับตั้งแต่ปี 2564

ศาลฎีกาเห็นพ้องคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์

ศาลฎีกามีคำสั่งระบุว่า

"คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว จึงไม่รับฎีกาของจำเลย เนื่องจากไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ"

     นอกจากนี้ ในส่วนที่จำเลยได้ยื่นฟ้อง นางสาวธัญรส (เก่ง) รัตนณวัฒนสกุล อดีตลูกจ้างฝ่ายทะเบียน อำเภอเมืองสมุทรสาคร ในข้อหาเบิกความเท็จนั้น ศาลฎีกามีคำสั่งว่า เมื่อไม่รับฎีกาในคดีหลักแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นดังกล่าว

จุดเริ่มต้นของคดีมรดก 500 ล้านบาท

     คดีดังกล่าวเริ่มขึ้นหลังการถึงแก่กรรมของ นางวีณา ศิลาสุวรรณ เมื่อปี 2564 ซึ่งมีทรัพย์สินมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท

     ภายหลังมีการอ้างสิทธิในฐานะผู้ได้รับการจดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรม และยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ขณะที่ทายาทโดยธรรมของครอบครัวศิลาสุวรรณได้ยื่นฟ้องต่อศาล ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม โดยอ้างว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย

"นางสาวธัญรส รัตนณวัฒนสกุล" พยานสำคัญในคดี

     หนึ่งในพยานสำคัญของคดี คือ นางสาวธัญรส (เก่ง) รัตนณวัฒนสกุล อดีตลูกจ้างฝ่ายทะเบียน อำเภอเมืองสมุทรสาคร ซึ่งเข้าเบิกความต่อศาลว่า มีการนำลายมือชื่อของตนไปใช้เป็นพยานในเอกสารรับบุตรบุญธรรม ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้ลงนามหรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าว

     คำเบิกความดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของพยานหลักฐานที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์นำมาประกอบการพิจารณา ก่อนมีคำพิพากษาเพิกถอนการรับบุตรบุญธรรม และศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับฎีกาในที่สุด

คดีสิ้นสุด มรดกกลับเข้าสู่กองมรดกตามคำพิพากษา

     ภายหลังศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับฎีกา ส่งผลให้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีผลถึงที่สุดตามกฎหมาย ทำให้การเพิกถอนการรับบุตรบุญธรรมมีผลบังคับใช้ และการจัดการทรัพย์มรดกต้องเป็นไปตามคำพิพากษาและบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยมรดก

     คดีนี้ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินมูลค่าสูง การรับบุตรบุญธรรม และการใช้พยานหลักฐานในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งอาจเป็นแนวคำพิพากษาที่มีความสำคัญต่อการพิจารณาคดีลักษณะเดียวกันในอนาคต

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ศาลฎีกามีคำสั่ง ไม่รับฎีกา

  • คำพิพากษาเพิกถอนการรับบุตรบุญธรรมมีผลเป็นที่สุด

  • คดีมรดกมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท สิ้นสุดตามกระบวนการยุติธรรม

  • นางสาวธัญรส (เก่ง) รัตนณวัฒนสกุล เป็นหนึ่งในพยานสำคัญของคดี

  • ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยประเด็นคดีเบิกความเท็จ เนื่องจากไม่รับฎีกาในคดีหลักแล้ว