“สุขเกินร้อยที่ร้อยเอ็ด” โมเดลเมืองสุขภาวะต้นแบบ ใช้ข้อมูลและพลังชุมชนสร้างความยั่งยืน
ร้อยเอ็ดเดินหน้า “101 Healthy City” สู่เมืองสุขภาวะต้นแบบของไทย เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด-สสส. ผนึกภาคีสร้างเมืองแห่งความสุขอย่างยั่งยืน

จังหวัดร้อยเอ็ดกำลังก้าวสู่การเป็นต้นแบบการพัฒนาเมืองสุขภาวะของประเทศไทย ภายใต้โครงการ “101 Healthy City : สุขภาวะดี วิถีร้อยเอ็ด” หรือ “โครงการเสริมศักยภาพกลไกเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด สู่การเป็นเมืองสุขภาวะ (Healthy City) แบบมีส่วนร่วม” ซึ่งมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทุกช่วงวัยผ่านการใช้ข้อมูลเป็นฐานการพัฒนา ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของชุมชน ภาควิชาการ และภาคีเครือข่ายในพื้นที่
โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) ภายใต้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน โดยใช้แนวคิด “พื้นที่เป็นตัวตั้ง ข้อมูลเป็นฐาน และชุมชนเป็นศูนย์กลาง” เพื่อขับเคลื่อนเมืองร้อยเอ็ดสู่เป้าหมาย “เมืองน่าอยู่ สุขภาวะดี วิถีร้อยเอ็ด” อย่างเป็นรูปธรรม
ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เทศบาลเมืองร้อยเอ็ดได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานภาคีต่าง ๆ เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองสุขภาวะอย่างเป็นระบบในระยะยาว
ดร.นุชากร มาศฉมาดล รองนายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด และผู้รับผิดชอบโครงการ เปิดเผยว่า การดำเนินงานร่วมกับสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส. ตั้งแต่ปี 2565-2567 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้เทศบาลเมืองร้อยเอ็ดพัฒนาจากการทำงานแบบต่างคนต่างทำ ไปสู่การบริหารจัดการเชิงระบบที่มีเป้าหมายชัดเจน โดยนำกลไกชุมชนและข้อมูลเชิงพื้นที่มาใช้แก้ไขปัญหาและเติมเต็มช่องว่างของงานประจำ
“วันนี้เราเติบโตขึ้นเพราะได้เรียนรู้ร่วมกับ สสส. และภาคีเครือข่าย เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ชุมชนสามารถลุกขึ้นมาดูแลตัวเองได้อย่างยั่งยืน เพราะหากชุมชนพึ่งพางบประมาณเพียงอย่างเดียว เมื่อการสนับสนุนสิ้นสุดลง การพัฒนาก็จะหยุดตามไปด้วย ดังนั้นการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนจึงเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเมือง” ดร.นุชากร กล่าว
ผลจากการใช้ข้อมูลเป็นฐานในการวางแผนพัฒนาและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ทำให้เกิดโครงการสำคัญหลายด้าน อาทิ การสร้างสนามเด็กเล่นสร้างปัญญาบริเวณบึงพลาญชัย การพัฒนาลานกีฬา Extreme Park และสนามสามวัยบ้านมั่นคงพัฒนา เพื่อส่งเสริมสุขภาวะของคนทุกช่วงวัย
นอกจากนี้ เทศบาลเมืองร้อยเอ็ดยังร่วมมือกับ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ในการคัดกรองและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย รวมถึงการพัฒนาศักยภาพผู้ปกครอง ขณะเดียวกันยังนำทุนทางวัฒนธรรมบริเวณ “หอโหวด 101” มาใช้ต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน และตลาดสร้างสุข เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่
ดร.นุชากร มาศฉมาดล กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาเมืองคือการสร้างให้ประชาชนสามารถคิดเป็น ทำเป็น และจัดการตนเองได้ โดยเปลี่ยนบทบาทของชุมชนจาก “ผู้รับบริการ” เป็น “ผู้ร่วมจัดการเมือง” ผ่านเครือข่ายประธานชุมชนและกลไกการมีส่วนร่วมในระดับพื้นที่
สำหรับแผนการดำเนินงานระหว่างปี 2569-2572 เทศบาลเมืองร้อยเอ็ดจะมุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถดูแลตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและภาคีเครือข่ายในการจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ การส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน และการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
ด้าน ดร.นิสา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การพัฒนาเมืองสุขภาวะในเขตเมืองมีความท้าทายแตกต่างจากพื้นที่ชนบท ทั้งด้านโครงสร้าง การบริหารจัดการ และข้อจำกัดทางการเงิน แต่เทศบาลเมืองร้อยเอ็ดถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการพัฒนาเมืองที่เปิดรับการเรียนรู้และพร้อมปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
“สสส. พร้อมทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมทางในการพัฒนาเมืองสุขภาวะแบบองค์รวม เพื่อให้เทศบาลเมืองร้อยเอ็ดเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่สามารถขยายผลสู่เมืองอื่น ๆ ทั่วประเทศได้ในอนาคต” ดร.นิสา กล่าว
ขณะที่ นายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด กล่าวว่า วิสัยทัศน์ “เมืองน่าอยู่ สุขภาวะดี วิถีร้อยเอ็ด สุขเกินร้อยที่ร้อยเอ็ด” ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหรือความสวยงามของเมืองเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน ผ่านเสาหลักการพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่ เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก เมืองมีเสน่ห์ และเมืองวัฒนธรรม
ทั้งนี้ การดำเนินงานในระยะต่อไปจะครอบคลุม 6 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบาย การเสริมพลังชุมชนให้เป็นผู้ร่วมจัดการเมือง การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทุกช่วงวัย การใช้ทุนวัฒนธรรมสร้างเศรษฐกิจชุมชน การจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อความเป็นเมืองน่าอยู่ และการพัฒนาระบบความปลอดภัยทางถนนและสุขภาพชุมชน
ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา เทศบาลเมืองร้อยเอ็ดได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชน การใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง และการสร้างกลไกชุมชนที่เข้มแข็ง จนสามารถผลักดัน “101 Healthy City : สุขภาวะดี วิถีร้อยเอ็ด” ให้กลายเป็นต้นแบบเมืองสุขภาวะของประเทศไทย และเป็น “เมืองแห่งความสุขเกินร้อย” อย่างแท้จริง
