วช. ผนึก 11 ภาคีเครือข่าย Big Brothers ขับเคลื่อน “ชันโรง” สร้างป่า สร้างเศรษฐกิจชุมชน สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
วช. ผนึก 11 ภาคีเครือข่าย Big Brothers ระยะที่ 3 ขับเคลื่อน “ชันโรง” สร้างป่า สร้างเศรษฐกิจชุมชน แก้ปัญหา PM2.5 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

กรุงเทพฯ, 18 มิถุนายน 2569 – สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากควบคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ร่วมประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือเครือข่าย Big Brothers ระยะที่ 3 ภายใต้โครงการ “Big Brothers…สร้างป่า...สร้างเศรษฐกิจเพื่อสังคม...ด้วยชันโรง” ผนึกกำลัง 11 ภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคชุมชน มุ่งยกระดับการเลี้ยงชันโรงและผลิตภัณฑ์จากชันโรงให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ชุมชน เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน
พิธีประกาศเจตนารมณ์จัดขึ้น ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และผู้แทนจาก 11 หน่วยงานภาคีเครือข่ายร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์
ศ.ดร.สนิท ชี้ “ชันโรง” คือโมเดลเศรษฐกิจฐานรากเชื่อมการอนุรักษ์ป่าไม้
ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า การขับเคลื่อนเครือข่าย “สร้างป่า สร้างเศรษฐกิจ เพื่อสังคมชันโรง” ระยะที่ 3 เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน เพื่อยกระดับการเลี้ยงชันโรงและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องให้เป็นอุตสาหกรรมชุมชนมูลค่าสูง สอดคล้องกับแนวทางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ที่มุ่งใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศ
การส่งเสริมการเลี้ยงชันโรงไม่เพียงช่วยสร้างรายได้แก่เกษตรกรและชุมชนเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อการผสมเกสรพืช การเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
วช. เดินหน้าวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับชันโรงไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วช. มีความมุ่งมั่นในการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม มาสนับสนุนเครือข่ายผู้เลี้ยงชันโรงทั่วประเทศ เพื่อยกระดับรายได้ คุณภาพชีวิต และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้แก่ชุมชน
“การเลี้ยงชันโรงถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างป่า ซึ่งสามารถช่วยลดผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ควบคู่ไปกับการสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง วช. พร้อมสนับสนุนงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการขยายผลสู่ชุมชนทั่วประเทศ” ดร.วิภารัตน์ กล่าว
11 องค์กรภาคีร่วมขับเคลื่อน “ชันโรง” สู่เศรษฐกิจชุมชน
ภาคีเครือข่ายที่ร่วมประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ Big Brothers ระยะที่ 3 ประกอบด้วย
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด
กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด
วิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมา จังหวัดระยอง
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
กรมส่งเสริมการเกษตร และอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
เวทีเสวนารวมผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ถ่ายทอดองค์ความรู้ “ชันโรงไทย”
ภายในงานมีการจัดเสวนาวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการเลี้ยงชันโรง การพัฒนามาตรฐานฟาร์ม และการสร้างตลาดผลิตภัณฑ์ชันโรง ได้แก่
รองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ดวงภักดี ประธานภูมิภาคเอเชีย สมาคมผึ้งโลก Apimondia และผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บรรยายเรื่อง “สถานการณ์การเลี้ยงชันโรงในประเทศและต่างประเทศ และประโยชน์ของชันโรง”
นางสาวนริศรา วายนต์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมแมลงเศรษฐกิจ กรมส่งเสริมการเกษตร บรรยายเรื่อง “นโยบายภาครัฐกับการยกระดับชันโรงไทยสู่เกษตรมูลค่าสูงและมาตรฐานสากล”
นายอิสราพงษ์ วรผาบ นักกีฏวิทยาชำนาญการพิเศษ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถ่ายทอดประสบการณ์การเลี้ยงชันโรงในพื้นที่ป่า
คุณยอดขวัญ รุจะวาที วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงชันโรงบ้านวัดยางงาม จังหวัดราชบุรี ถ่ายทอดประสบการณ์การเลี้ยงชันโรงในสวนเกษตร
คุณอารยา เกิดดี ผู้ดูแลฟาร์มชันโรงนา 3 ดี จังหวัดขอนแก่น ถ่ายทอดแนวทางพัฒนาฟาร์มชันโรงมาตรฐาน GAP รายแรกของจังหวัดขอนแก่น
คุณศุภสิทธ์ จำปาวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจชีวภาพ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) นำเสนอแนวทางการพัฒนาตลาดผลิตภัณฑ์ชันโรง
โดยมี ดร.จักราวุธ ไม้ทิพย์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายอุตสาหกรรมสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง เป็นผู้ดำเนินการเสวนา
ชันโรง สู่โมเดลเศรษฐกิจ BCG และการพัฒนาที่ยั่งยืน
การประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือเครือข่าย Big Brothers ระยะที่ 3 ครั้งนี้ สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการเลี้ยงชันโรงและผลิตภัณฑ์จากชันโรง ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ชุมชน
นอกจากนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งโมเดลสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy) ที่สามารถเชื่อมโยงการอนุรักษ์ป่าไม้ การสร้างอาชีพ การเพิ่มรายได้ และการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
