งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

ศ.ดร.ยศชนัน ประกาศดันไทยสู่ฮับวิจัยทางคลินิกอาเซียน ชู Clinical Research เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

รองนายกฯ ศ.ดร.ยศชนัน ชู “Clinical Research” เป็น New Growth Engine ดันไทยสู่ศูนย์กลางการวิจัยทางคลินิกของภูมิภาค บนเวที Thailand Research Expo 2026

Clinical Research

     กรุงเทพมหานคร – สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” ครั้งที่ 21 ภายใต้แนวคิด “Research Synergy พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยยั่งยืน” เพื่อเป็นเวทีนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากทุกภาคส่วนสู่การใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมปาฐกถาพิเศษนำเสนอวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนประเทศด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge-Based Economy) และเศรษฐกิจนวัตกรรม (Innovation Economy) รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพแห่งอนาคต

ด้าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมนำเสนอบทบาทของ วช. ในการสร้างระบบนิเวศการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ผ่านกลไก ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และ ศูนย์กลางความรู้ (Hub of Knowledge) ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมโยงภาคการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ชู “Clinical Research” เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Research Synergy พลิกโฉมประเทศไทย: จากงานวิจัยสู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของชาติ” ว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่งานวิจัยและนวัตกรรมต้องเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม โดยการผสานความร่วมมือระหว่างนักวิจัย มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน และภาคประชาชน จะช่วยผลักดันองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการสู่การใช้ประโยชน์จริง เกิดนวัตกรรมที่สร้างรายได้ สร้างงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Clinical Research: New Growth Engine ของไทยในเวทีโลก” โดยระบุว่า การวิจัยทางคลินิก (Clinical Research) ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ เนื่องจากประเทศไทยมีจุดแข็งด้านบุคลากรทางการแพทย์ ระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพ โรงพยาบาลและมหาวิทยาลัยชั้นนำ ตลอดจนศักยภาพของนักวิจัยไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

“หากทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศการวิจัยทางคลินิกอย่างครบวงจร ประเทศไทยจะสามารถก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการวิจัยทางคลินิกของภูมิภาคอาเซียน และสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาลให้แก่อุตสาหกรรมสุขภาพ การแพทย์ และเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต” ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าว

เปิดเวที Thailand Clinical Research Hub ขับเคลื่อนนโยบายระดับชาติ

ภายในงานมีการจัดเวทีพิเศษ “Thailand Clinical Research Hub: Aligning Clinical Research Capacity with New Growth Engine Policy” เพื่อระดมความคิดเห็นและกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการวิจัยทางคลินิกของภูมิภาค

ประกอบด้วยการเสวนาสำคัญ 3 หัวข้อ ได้แก่

  • Thailand's Clinical Research Moment: โอกาส ความเสี่ยง และเจตนารมณ์แห่งชาติ

  • Closing the Gap: สิ่งที่แต่ละ Stakeholder ทำได้จริงเพื่อดึง Sponsor มาไทย

  • The Operational Reality: คนหน้างานบอกว่าอะไรปลดล็อกศักยภาพไทยได้จริงใน 3 ปี

พร้อมการนำเสนอทิศทาง “Charting the Course: ทิศทาง Clinical Research ไทย 2026–2029” เพื่อกำหนดแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบวิจัยทางคลินิกไทยในระยะยาว

วช. หนุนศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านบุคลากรวิจัยทางคลินิก

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรวิจัยทางคลินิกผ่าน “ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านบุคลากรวิจัยทางคลินิก (Hub of Talents for the Clinical Research Professionals)” เพื่อเสริมสร้างศักยภาพนักวิจัย บุคลากรทางการแพทย์ และเครือข่ายวิจัยทั่วประเทศ ให้สามารถรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมวิจัยทางคลินิกระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รวมสุดยอดผลงานวิจัยกว่า 1,000 ผลงาน จากเครือข่ายทั่วประเทศ

งาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากเครือข่ายวิจัยทั่วประเทศ ครอบคลุม 6 ประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่

  1. การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยโมเดล BCG Economy

  2. การสร้าง Soft Power ไทย

  3. การพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจใหม่

  4. การยกระดับคุณภาพชีวิตและสังคม

  5. การพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

  6. การส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนและ SME

รวมถึงผลงานจากหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัย (Program Management Unit: PMU) และเครือข่ายมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งประเทศไทย (Research University Network: RUN) ที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริงในภาคเศรษฐกิจและสังคม

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” ได้ระหว่างวันที่ 22–26 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 22–23 กรุงเทพมหานคร โดยไม่มีค่าใช้จ่าย