งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

สะเทือนถึงกรุงเทพฯ​ แผ่นดินไหวเมียนมา 5.3 “ศ.ดร.อมร” เตือนรอยเลื่อนสะกายยังน่ากังวล หลังอาคารสูงหลายแห่งรับรู้แรงสั่น

แผ่นดินไหวเมียนมา 5.3 สะเทือนถึงกรุงเทพฯ “ศ.ดร.อมร พิมานมาศ” เตือนรอยเลื่อนสะกายยังน่ากังวล หลังอาคารสูงหลายแห่งรับรู้แรงสั่นสะเทือน

แผ่นดินไหวเมียนมา

     18​ ​พฤษภาคม​ 2569​ เวลา​ 09.05 น.​ เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.3 บริเวณชายฝั่งตอนใต้ของประเทศเมียนมา ใกล้เมืองย่างกุ้ง ส่งแรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอาคารสูงและคอนโดมิเนียมหลายแห่ง จนประชาชนจำนวนมากโพสต์แจ้งเตือนผ่านโซเชียลมีเดียและเกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาคารในเมืองหลวง

     ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ นายก สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกมาอธิบายลักษณะของเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ พร้อมเตือนให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจาก “รอยเลื่อนสะกาย” ของเมียนมายังคงเป็นรอยเลื่อนพลังสูงที่ต้องเฝ้าระวัง

วิเคราะห์ 4 ประเด็นสำคัญ แผ่นดินไหวเมียนมาสะเทือนกรุงเทพฯ

     ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ ระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้มีลักษณะสำคัญ 4 ประเด็น ได้แก่

1. เป็นแผ่นดินไหวระดับปานกลาง

เนื่องจากมีขนาด 5.3 แมกนิจูด ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับกลาง ยังไม่ถึงระดับรุนแรงที่เกิน 6 แมกนิจูด

2. เป็นแผ่นดินไหวระดับตื้น

จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกจากพื้นดินประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นแผ่นดินไหวระดับตื้น ทำให้แรงสั่นสะเทือนสามารถส่งผ่านได้ดี

3. เป็นแผ่นดินไหวระยะไกล

แม้จุดเกิดเหตุจะอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 530 กิโลเมตร แต่แรงสั่นสะเทือนยังสามารถรับรู้ได้ในอาคารสูงหลายแห่ง

4. อยู่บนแนวรอยเลื่อนสะกาย

แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดบริเวณแนว รอยเลื่อนสะกาย ซึ่งเป็นรอยเลื่อนมีพลัง (Active Fault) ขนาดใหญ่และมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง

กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนดินอ่อน อาคารสูงจึงรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ง่าย

     ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ อธิบายเพิ่มเติมว่า การที่ประชาชนในอาคารสูงของกรุงเทพมหานครรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ ถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อน ซึ่งมีคุณสมบัติขยายคลื่นแผ่นดินไหวได้หลายเท่า

     แม้แรงสั่นสะเทือนจะทำให้อาคารสูงแกว่งตัว แต่จากขนาดของแผ่นดินไหวและระยะทางที่ค่อนข้างไกล ยังไม่พบสัญญาณที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารโดยตรง

     อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงอาจรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนมากกว่าพื้นที่ระดับพื้นดิน โดยเฉพาะอาคารที่มีความสูงหลายสิบชั้น

ย้อนบทเรียนแผ่นดินไหวมัณฑะเลย์ 7.7 ปี 2568 อาคารในกรุงเทพฯ เสียหายจำนวนมาก

     ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ ยังกล่าวถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อเดือนมีนาคม 2568 ที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ซึ่งมีขนาดถึง 7.7 แมกนิจูด แม้อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครมากกว่า 1,000 กิโลเมตร แต่กลับส่งผลให้อาคารสูงในกรุงเทพฯ สั่นไหวอย่างรุนแรง

     ขณะนั้นมีรายงานอาคารได้รับความเสียหายหลายร้อยแห่ง และยังเกิดเหตุอาคารสำนักงานของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างพังถล่มลงมา กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ประเทศไทยตื่นตัวเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยด้านโครงสร้างอาคารมากขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญเตือน “รอยเลื่อนสะกาย” ยังต้องเฝ้าระวัง

     ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้างระบุว่า รอยเลื่อนสะกาย มีความยาวประมาณ 1,200–1,400 กิโลเมตร และเป็นหนึ่งในรอยเลื่อนสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

     โดยเหตุแผ่นดินไหวล่าสุดเกิดบริเวณตอนล่างของรอยเลื่อน แม้ขนาดจะไม่รุนแรงมาก แต่จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้ประเทศไทยมากกว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวมัณฑะเลย์ในอดีต จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

แนะประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่ต้องเตรียมพร้อมรับมือ

     สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย แนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการอย่างใกล้ชิด พร้อมตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารที่พักอาศัย โดยเฉพาะอาคารสูง อาคารเก่า และอาคารที่เคยได้รับผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือนก่อนหน้านี้

     พร้อมย้ำว่า แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ การเตรียมพร้อมด้านระบบเตือนภัย มาตรฐานอาคาร และการซักซ้อมแผนอพยพ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินในอนาคต