บพข. ดัน “เลิกเผา เป๋าตุง” แก้ PM2.5 สร้างรายได้เกษตรกร คาดรับขยะเกษตรแสนตันใน 5 ปี
บพข. เปิดโมเดล “เลิกเผา เป๋าตุง” ดึงวิจัย–เอกชน–เกษตรกร แก้ PM2.5 สร้างพลังงานสะอาดและรายได้ยั่งยืน

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “PMUC Zero Burn to Earn : เลิกเผา เป๋าตุง” เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ปัญหาพลังงาน และยกระดับรายได้เกษตรกร ผ่านกลไกตลาดและเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยผนึกกำลังเครือข่ายวิจัย ภาคเอกชน ชุมชน และเกษตรกร สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมลดการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) จัดกิจกรรม “เหนือสานสร้าง เลิกเผา เป๋าตุง” ณ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ศูนย์วิจัยข้าวล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อรายงานความคืบหน้าโครงการ หลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 โดยสามารถขยายความร่วมมือจาก 28 หน่วยงาน สู่พันธมิตรกว่า 40 องค์กร ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันวิจัย
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการ พร้อมระบุว่า การแก้ปัญหา PM2.5 จำเป็นต้องใช้กลไกเศรษฐศาสตร์และตลาดสีเขียวเข้ามาขับเคลื่อนควบคู่กับงานวิจัยและนวัตกรรม
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมสนับสนุนภาคเอกชนในการพัฒนาเทคโนโลยีแปรรูปเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้เกิดมูลค่าเพิ่ม และสร้างระบบตลาด Green Product อย่างครบวงจร เพื่อให้เอกชนสามารถลงทุนได้อย่างคุ้มค่า และเกิดกลไกแบบ Win-Win ที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน
พร้อมกันนี้ ยังมีการผลักดันการบังคับใช้กฎหมายด้านอากาศสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการบริหารจัดการด้านพลังงาน การขนส่ง และโลจิสติกส์ เพื่อคืนอากาศสะอาดให้ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ โดยตั้งเป้าเห็นผลการลดปัญหาฝุ่นอย่างชัดเจนภายใน 8-9 เดือนข้างหน้า
ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย์ ผู้อำนวยการ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) กล่าวว่า หัวใจสำคัญของโครงการคือการสร้าง “กลไกตลาด” ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกร ชุมชน ผู้ประกอบการ ภาคขนส่ง ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้การลดการเผาเกิดขึ้นได้จริงและยั่งยืน
รองศาสตราจารย์ ดร.กานดา เปิดเผยว่า โครงการ “เลิกเผา เป๋าตุง” ได้ออกแบบกลไกกระจายรายได้สู่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในรูปแบบ “5 ตุง” ได้แก่ เกษตรกร ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน เครือข่ายซาเล้ง และแพลตฟอร์มโลจิสติกส์ เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถสร้างรายได้จากเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร
สำหรับผลสำเร็จในระยะเวลาเพียง 1 เดือน โครงการสามารถพัฒนา “3 โมเดล 6 เส้นทาง” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากเศษวัสดุเกษตรในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย และจังหวัดลำพูน ประกอบด้วย
1. โมเดลการวนกลับให้ชุมชน
นำฟางข้าวและซังข้าวโพดมาแปรรูปเป็นแผ่นคลุมดิน ปุ๋ยสั่งตัด และถ่านไบโอชาร์ ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และภาคเอกชน ปัจจุบันรองรับเศษวัสดุเกษตรได้กว่า 3,922 ตันต่อปี และตั้งเป้าเพิ่มเป็นกว่า 103,000 ตันต่อปีภายใน 5 ปี
2. โมเดลตลาดพลังงานทดแทน
พัฒนาเชื้อเพลิงชีวมวลทอริฟายด์และไบโอโค้กจากชีวมวลในจังหวัดลำพูน ผ่านกระบวนการเทคโนโลยีขั้นสูง ช่วยเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ 5-10 เท่า และมีเอกชนรับซื้อรองรับอย่างชัดเจน
3. โมเดลตลาดผลิตภัณฑ์รักษ์โลก
นำฟางข้าวและต้นข้าวโพดมาแปรรูปเป็นเยื่อพืชธรรมชาติ บรรจุภัณฑ์ชีวภาพ วัสดุก่อสร้าง และฉนวนกันความร้อน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสูงถึง 20-50 เท่า โดยร่วมกับเครือข่าย มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์
นอกจากนี้ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) ยังร่วมกับภาคเอกชนพัฒนาระบบโลจิสติกส์แบบ Backhauling เพื่อลดต้นทุนขนส่งในพื้นที่ภูเขาและพื้นที่ห่างไกล พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มจับคู่ขนส่งและรับซื้อผ่านเว็บไซต์ “เลิกเผาเป๋าตุง.com” ให้เกษตรกรสามารถนำเศษวัสดุเหลือทิ้งมาสะสมแต้ม PMUC Point เพื่อแลกรับอุปกรณ์พลังงานสะอาดและนวัตกรรมทางการเกษตรได้โดยตรง
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ คือ การพัฒนาทักษะกำลังคนด้านพลังงานสะอาด โดยโครงการได้จัดอบรมหลักสูตรติดตั้งและบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่นักศึกษาอาชีวศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และลำพูน เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดในอนาคต
ทั้งนี้ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) คาดว่า ภายใน 5 ปี โครงการ “PMUC Zero Burn to Earn : เลิกเผา เป๋าตุง” จะสามารถรองรับเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรได้มากกว่า 100,000 ตันต่อปี ลดการเผาในพื้นที่ภาคเหนือ ลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และสร้างเศรษฐกิจสีเขียวที่ยั่งยืนให้ประเทศไทย
เกษตรกรในพื้นที่นำร่อง จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย และจังหวัดลำพูน สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ผ่านเว็บไซต์ “เลิกเผาเป๋าตุง.com” หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE Official : zeroburn2earn และเพจเฟซบุ๊กของ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.)
