งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

“ศ.ยศชนัน” นำ วช.-มช.​ เปิดนโยบายวิจัยแก้ PM2.5 เชิงพื้นที่ ดันนวัตกรรม “อากาศสะอาดและสายน้ำมั่นคง” ยกระดับคุณภาพชีวิตคนภาคเหนือ

“ยศชนัน” ผนึก วช. – มช. ขับเคลื่อนนวัตกรรมจัดการ PM2.5 เชิงพื้นที่ หนุน “อากาศสะอาดและสายน้ำมั่นคง” เพื่อคุณภาพชีวิตประชาชนภาคเหนืออย่างยั่งยืน

จัดการ PM2.5

     ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผนึกกำลัง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 น้ำท่วม และวิกฤตสิ่งแวดล้อมเชิงพื้นที่ ผ่านโครงการ “อากาศสะอาดและสายน้ำมั่นคง” พร้อมส่งมอบนวัตกรรมด้านคุณภาพอากาศและระบบเตือนภัยให้หน่วยงานในพื้นที่ภาคเหนือ หวังยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

     เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทันตแพทยหญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมพิธีเปิดงาน “การแถลงนโยบายการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมในการจัดการ PM2.5 และวิกฤตแบบครบวงจร และพิธีส่งมอบนวัตกรรมเพื่ออากาศสะอาดและสายน้ำมั่นคง” ณ อาคาร SMC Hub คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

     ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือที่เผชิญปัญหาหมอกควันและไฟป่าอย่างต่อเนื่องทุกปี

     รัฐบาลและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้ความสำคัญกับการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ ผ่านความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย นักวิจัย ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อพัฒนาแนวทางที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่

     นอกจากนี้ กระทรวง อว. ยังผลักดันการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบติดตามคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ระบบวิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นควัน รวมถึงนวัตกรรม “ห้องลดฝุ่นระดับชุมชน” และระบบ “FloodBoy” สำหรับเฝ้าระวังและบริหารจัดการภัยพิบัติ ซึ่งถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริงในพื้นที่

     ด้าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ภายใต้กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหา PM2.5 อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนผลงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในระดับนโยบาย ระดับพื้นที่ และระดับชุมชน ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิชาการ และภาคีเครือข่ายในหลายภาคส่วน

     สำหรับการส่งมอบนวัตกรรมในครั้งนี้ วช. ได้สนับสนุนการพัฒนา “ห้องลดฝุ่นแรงดันบวกควบคู่ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะด้วยเซ็นเซอร์” สำหรับกลุ่มเปราะบาง รวมถึงระบบ “FloodBoy” ซึ่งเป็นระบบติดตามสถานการณ์น้ำและแจ้งเตือนภัยพิบัติแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

     ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวม 9 ผลงาน ประกอบด้วย

  1. “นวัตกรรมห้องลดฝุ่นแรงดันบวกควบคู่ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะด้วยเซ็นเซอร์ สำหรับกลุ่มเปราะบางในภาคเหนือ” โดย ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  2. “นวัตกรรมระบบลาดตระเวนชี้เป้าด้วยปัญญาประดิษฐ์เพื่อการตรวจจับไฟป่าด้วยข้อมูลภาพจากอากาศยานไร้คนขับ (UAV-AI Forest Fire Detection System)” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูดินันท์ สิงห์คำฟู และคณะ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  3. “นวัตกรรมแพลตฟอร์ม Fireman สู้ไฟป่าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล : รู้ไว-ถึงไว” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พลภัทร เหมวรรณ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  4. “นวัตกรรมแพลตฟอร์ม Big Data สนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจแก้ปัญหาฝุ่นควันภาคเหนือ” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.รัฐสิทธิ์ สุขะหุต จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  5. “นวัตกรรมระบบเฝ้าระวังน้ำท่วมน้ำหลาก FloodBoy” โดย ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  6. “นวัตกรรมเทคโนโลยีการบริหารจัดการน้ำด้วยพลังงานสะอาดระบบโซลาร์เซลล์” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฟ้าไพลิน ไชยวรรณ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  7. “นวัตกรรมกลไกป้องกันน้ำท่วมโดยชุมชน” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรพงศ์ ตระการศิรินนท์ และคณะ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  8. “นวัตกรรมระบบเตือนภัยและแนวทางการป้องกันน้ำท่วมในเขตเมืองจังหวัดเชียงใหม่” โดย รองศาสตราจารย์ชูโชค อายุพงศ์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  9. “นวัตกรรมแผนที่และข้อมูลความสูงของพื้นที่ความแม่นยำสูงพิเศษจากภาพถ่ายทางอากาศ” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูดินันท์ สิงห์คำฟู จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

     ภายในพิธี ยังมีการส่งมอบนวัตกรรมจำนวน 2 ผลงาน ได้แก่ “ห้องลดฝุ่นแรงดันบวกควบคู่ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะด้วยเซ็นเซอร์” และระบบ “FloodBoy” ให้แก่หน่วยงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ภาคเหนือ รวม 38 หน่วยงาน เพื่อขยายผลการใช้งานจริงในระดับพื้นที่

     ทั้งนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะเดินหน้าสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้าง “อากาศสะอาดและสายน้ำมั่นคง” พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนภาคเหนืออย่างยั่งยืนในระยะยาว