บพท. หนุน “บุญดำรงค์กรีนฟาร์ม” นำ "วนเกษตรอินทรีย์" สร้างเครือข่ายธุรกิจชุมชนอุตรดิตถ์ ยกระดับรายได้–สิ่งแวดล้อมยั่งยืน
บุญดำรงค์กรีนฟาร์ม เครือข่ายธุรกิจชุมชนเข้มแข็งด้วย “วนเกษตรอินทรีย์”

จังหวัดอุตรดิตถ์ – หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ภายใต้การกำกับของ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) เดินหน้าขับเคลื่อน “โมเดลธุรกิจชุมชนเข้มแข็ง” ผ่านกรณีศึกษา บุญดำรงค์กรีนฟาร์ม ในพื้นที่ตำบลน้ำริด อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างความเปลี่ยนแปลงภาคเกษตรไทยด้วยแนวคิด “วนเกษตรอินทรีย์” เชื่อมโยง คน–ผลผลิต–ตลาด–สิ่งแวดล้อม อย่างสมดุล
🔍 จากปัญหาเกษตรเชิงปริมาณ สู่ธุรกิจชุมชนที่ “ตลาดนำการผลิต”
ภาคการเกษตรไทยยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ และการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง ส่งผลให้เกษตรกรขาดรายได้และความมั่นคงในอาชีพ
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นจากแนวคิดของ นายสุทธิรัตน์ ปาลาส อดีตนักวิชาการเกษตรจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ที่ผันตัวมาสร้าง บริษัท บุญดำรงค์กรีนฟาร์ม จำกัด เมื่อปี 2559 เพื่อแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ในระยะแรกเริ่มจากการปลูกข้าวออร์แกนิก แต่ประสบปัญหาการตลาด ก่อนปรับกลยุทธ์สู่การเป็น “ศูนย์กลางรวบรวมผลผลิต” โดยเน้นผลไม้เศรษฐกิจของจังหวัด เช่น ลางสาด ลองกอง ทุเรียน และสับปะรด
📊 พลิกเกมธุรกิจด้วย “ข้อมูล” และโมเดลธุรกิจปันกัน
ปี 2563 บุญดำรงค์กรีนฟาร์มเข้าร่วมโครงการ “ธุรกิจปันกัน” ของ สถาบันเกื้อกูลเศรษฐกิจชุมชน ภายใต้การสนับสนุนของ บพท. ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ
นายสุทธิรัตน์ ปาลาส เปิดเผยว่า
“เราเปลี่ยนจากการผลิตตามความเคยชิน มาเป็นการใช้ข้อมูลนำทางธุรกิจ ผ่านกลยุทธ์ ‘กิน เคี้ยว คายข้อมูล แล้วค่อยวางแผน’ และโมเดล ‘คน–ของ–ตลาด’ ทำให้เข้าใจความต้องการผู้บริโภคอย่างแท้จริง”
แนวคิดดังกล่าวช่วยให้เกิด
- การวิเคราะห์ต้นทุนอย่างแม่นยำ
- การแยกบัญชีธุรกิจ–ครัวเรือน
- การเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค
- การวางแผนผลิตตามดีมานด์ตลาด
🌱 “วนเกษตรอินทรีย์” โมเดลยั่งยืน 4 มิติ
หัวใจสำคัญของบุญดำรงค์กรีนฟาร์ม คือการใช้ “วนเกษตรอินทรีย์” ซึ่งสร้างสมดุล 4 ด้าน ได้แก่
- คน – พัฒนาเกษตรกรเป็นนักคิดและผู้ประกอบการ
- ผลผลิต – สินค้าเกษตรปลอดสาร ได้มาตรฐาน
- เศรษฐกิจ – สร้างรายได้มั่นคง ลดพึ่งพาคนกลาง
- สิ่งแวดล้อม – ทำเกษตรร่วมกับธรรมชาติแบบยั่งยืน
ระบบปลูกพืช 3 ระดับ (ไม้ใหญ่–ไม้ผล–พืชผัก) ยังช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ
💡 ผลลัพธ์: มากกว่ารายได้ คือ “คุณค่าและความภูมิใจ”
นายสุทธิรัตน์ ปาลาส กล่าวเพิ่มเติมว่า
“ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่รายได้เพียงอย่างเดียว แต่คือการที่เกษตรกรมีความภูมิใจในอาชีพ และส่งมอบผลผลิตที่มีคุณค่าให้ผู้บริโภค”
โมเดลนี้สร้างผลลัพธ์แบบ Win-Win-Win
- เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม
- ผู้ประกอบการเติบโตอย่างเป็นธรรม
- ผู้บริโภคได้สินค้าเกษตรคุณภาพสูง
📌 สรุป
โมเดลของ บุญดำรงค์กรีนฟาร์ม เป็นตัวอย่างสำคัญของการพัฒนา “เศรษฐกิจฐานราก” ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม ที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาควิชาการ และชุมชน สู่การสร้าง ระบบเกษตรยั่งยืนของประเทศไทยในอนาคต
