งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

บพท. หนุน “บุญดำรงค์กรีนฟาร์ม” นำ​ "วนเกษตรอินทรีย์" สร้างเครือข่ายธุรกิจชุมชนอุตรดิตถ์ ยกระดับรายได้–สิ่งแวดล้อมยั่งยืน

บุญดำรงค์กรีนฟาร์ม เครือข่ายธุรกิจชุมชนเข้มแข็งด้วย “วนเกษตรอินทรีย์”

     จังหวัดอุตรดิตถ์ – หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ภายใต้การกำกับของ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) เดินหน้าขับเคลื่อน “โมเดลธุรกิจชุมชนเข้มแข็ง” ผ่านกรณีศึกษา บุญดำรงค์กรีนฟาร์ม ในพื้นที่ตำบลน้ำริด อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างความเปลี่ยนแปลงภาคเกษตรไทยด้วยแนวคิด “วนเกษตรอินทรีย์” เชื่อมโยง คน–ผลผลิต–ตลาด–สิ่งแวดล้อม อย่างสมดุล

🔍 จากปัญหาเกษตรเชิงปริมาณ สู่ธุรกิจชุมชนที่ “ตลาดนำการผลิต”

     ภาคการเกษตรไทยยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ และการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง ส่งผลให้เกษตรกรขาดรายได้และความมั่นคงในอาชีพ

     จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นจากแนวคิดของ นายสุทธิรัตน์ ปาลาส อดีตนักวิชาการเกษตรจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ที่ผันตัวมาสร้าง บริษัท บุญดำรงค์กรีนฟาร์ม จำกัด เมื่อปี 2559 เพื่อแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

     ในระยะแรกเริ่มจากการปลูกข้าวออร์แกนิก แต่ประสบปัญหาการตลาด ก่อนปรับกลยุทธ์สู่การเป็น “ศูนย์กลางรวบรวมผลผลิต” โดยเน้นผลไม้เศรษฐกิจของจังหวัด เช่น ลางสาด ลองกอง ทุเรียน และสับปะรด

📊 พลิกเกมธุรกิจด้วย “ข้อมูล” และโมเดลธุรกิจปันกัน

     ปี 2563 บุญดำรงค์กรีนฟาร์มเข้าร่วมโครงการ “ธุรกิจปันกัน” ของ สถาบันเกื้อกูลเศรษฐกิจชุมชน ภายใต้การสนับสนุนของ บพท. ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ

นายสุทธิรัตน์ ปาลาส เปิดเผยว่า

“เราเปลี่ยนจากการผลิตตามความเคยชิน มาเป็นการใช้ข้อมูลนำทางธุรกิจ ผ่านกลยุทธ์ ‘กิน เคี้ยว คายข้อมูล แล้วค่อยวางแผน’ และโมเดล ‘คน–ของ–ตลาด’ ทำให้เข้าใจความต้องการผู้บริโภคอย่างแท้จริง”

     แนวคิดดังกล่าวช่วยให้เกิด

  • การวิเคราะห์ต้นทุนอย่างแม่นยำ
  • การแยกบัญชีธุรกิจ–ครัวเรือน
  • การเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค
  • การวางแผนผลิตตามดีมานด์ตลาด

🌱 “วนเกษตรอินทรีย์” โมเดลยั่งยืน 4 มิติ

     หัวใจสำคัญของบุญดำรงค์กรีนฟาร์ม คือการใช้ “วนเกษตรอินทรีย์” ซึ่งสร้างสมดุล 4 ด้าน ได้แก่

  1. คน – พัฒนาเกษตรกรเป็นนักคิดและผู้ประกอบการ
  2. ผลผลิต – สินค้าเกษตรปลอดสาร ได้มาตรฐาน
  3. เศรษฐกิจ – สร้างรายได้มั่นคง ลดพึ่งพาคนกลาง
  4. สิ่งแวดล้อม – ทำเกษตรร่วมกับธรรมชาติแบบยั่งยืน

     ระบบปลูกพืช 3 ระดับ (ไม้ใหญ่–ไม้ผล–พืชผัก) ยังช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ

💡 ผลลัพธ์: มากกว่ารายได้ คือ “คุณค่าและความภูมิใจ”

     นายสุทธิรัตน์ ปาลาส กล่าวเพิ่มเติมว่า

“ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่รายได้เพียงอย่างเดียว แต่คือการที่เกษตรกรมีความภูมิใจในอาชีพ และส่งมอบผลผลิตที่มีคุณค่าให้ผู้บริโภค”

     โมเดลนี้สร้างผลลัพธ์แบบ Win-Win-Win

  • เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม
  • ผู้ประกอบการเติบโตอย่างเป็นธรรม
  • ผู้บริโภคได้สินค้าเกษตรคุณภาพสูง

📌 สรุป

     โมเดลของ บุญดำรงค์กรีนฟาร์ม เป็นตัวอย่างสำคัญของการพัฒนา “เศรษฐกิจฐานราก” ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม ที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาควิชาการ และชุมชน สู่การสร้าง ระบบเกษตรยั่งยืนของประเทศไทยในอนาคต