งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

นักเรียนทุนอานันทมหิดล ผนึกกำลังสู้ไฟป่า–PM2.5 ใช้ดาวเทียม AI และพลังเยาวชน แก้ปัญหายั่งยืน

ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ระดมสมองแก้ไฟป่า–PM2.5 ใช้ดาวเทียม AI และพลังเยาวชน สร้างทางออกยั่งยืน

     ท่ามกลางสถานการณ์ไฟป่า ฝุ่นควัน และวิกฤต PM2.5 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ของประเทศไทยในปี 2569 ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล เดินหน้าผนึกกำลังนักวิชาการ นักวิจัย เยาวชน และภาคชุมชน ระดมองค์ความรู้เพื่อสร้างแนวทางป้องกันไฟป่าอย่างยั่งยืน ผ่านการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ งานวิจัยและเทคโนโลยี การสื่อสารสร้างการรับรู้สังคม และการพัฒนาเยาวชน

     ศาสตราจารย์ ดร.อภินิติ โชติสังกาศ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกเกษตรศาสตร์ ปี พ.ศ. 2543 และประธานชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล กล่าวว่า มูลนิธิอานันทมหิดลก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2498 ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ที่ทรงให้ความสำคัญกับการศึกษาและการพัฒนาคน

    ปัจจุบัน มูลนิธิอานันทมหิดลมีการมอบทุนใน 8 สาขา ได้แก่ แพทยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ ธรรมศาสตร์ อักษรศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์ โดยเปิดโอกาสให้ผู้รับพระราชทานทุนสามารถนำองค์ความรู้กลับมาพัฒนาประเทศในหลากหลายมิติ

     ศาสตราจารย์ ดร.อภินิติ กล่าวว่า หนึ่งในปัญหาสำคัญที่ชมรมฯ ให้ความสำคัญคือ “ไฟป่า” ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาฝุ่น PM2.5 และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีแนวทางดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ดังนี้

ใช้ Remote Sensing และแอป “ตามรอยเผา” วิเคราะห์จุดความร้อนจากดาวเทียม

     ด้านแรก คือ งานวิจัยและเทคโนโลยี โดย ดร.เจน ชาญณรงค์ อดีตประธานชมรมฯ ได้นำเทคโนโลยี Remote Sensing หรือการสำรวจข้อมูลระยะไกล มาวิเคราะห์จุดความร้อนจากภาพถ่ายดาวเทียมในพื้นที่บ้านก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ภายใต้โครงการ “บ้านก้อแซนด์บ็อกซ์”

     ภายใต้โครงการดังกล่าว ได้มีการพัฒนาแอปพลิเคชัน “ตามรอยเผา” ซึ่งเป็นระบบติดตามพื้นที่เผาไหม้ในที่โล่ง โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง เพื่อชี้เป้ารอยเผา วิเคราะห์พื้นที่ไฟไหม้ และสนับสนุนการบริหารจัดการไฟป่าอย่างแม่นยำ

     โครงการนี้มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พันโท ดร.สรวิช สุภเวช เป็นหัวหน้าโครงการพัฒนาแอปพลิเคชัน โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช.

    ผลการวิจัยพบว่า ปัญหาไฟป่าหลายพื้นที่มีความเชื่อมโยงกับปัญหาสังคม เช่น การว่างงาน การเผาพื้นที่เกษตร และปัญหายาเสพติด จึงจำเป็นต้องแก้ไขทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของชุมชนควบคู่กัน

     นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาโครงการด้านคาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างรายได้จากการดูแลรักษาป่า ภายใต้การดำเนินงานของ ศาสตราจารย์ ดร.พูนพิภพ เกษมทรัพย์ รวมถึงการส่งเสริมอาชีพ การจัดการดิน น้ำ ปุ๋ย ป่าชุมชน งานหัตถกรรม และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่

“ฝ่าฝุ่น–ปันปัญญา” สื่อสารสังคม รับมือวิกฤตสิ่งแวดล้อม

     ด้านที่สอง คือ การสร้างการรับรู้และสื่อสารกับสังคม ผ่าน Facebook เพจ “ฝ่าฝุ่น” และ YouTube รายการ “ปันปัญญา (Punpunya)” รวมถึงช่องทาง TikTok เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และเทคโนโลยีเพื่อรับมือวิกฤตโลกร้อน

     โครงการดังกล่าวดำเนินงานต่อเนื่องมากกว่า 2 ปี โดยมี ดร.รติพร มั่นพรหม และ ดร.ธิติ สุทธยุทธ์ เป็นทีมงานหลัก ร่วมกับ คุณเมษนี สถาวรินทุ โปรดิวเซอร์อาวุโส จาก สถานีโทรทัศน์ช่อง 9

     นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรม “ปันปัญญาสัญจร” เพื่อให้นักเรียนทุนฯ ลงพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ชุมชน โดยมีบุคคลสำคัญร่วมให้ความรู้ อาทิ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี, ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์วีรพันธุ์ โขวิฑูรกิจ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนะบูลย์ สัจจาอนันตกุล

ปลุกพลังเยาวชนสีเขียว ผ่านนิทาน “หัวขวานลดไฟ ไร้ฝุ่น PM2.5”

     ด้านที่สาม คือ การศึกษาและพัฒนาเยาวชน โดยชมรมฯ ได้ดำเนินโครงการด้านการศึกษาตามแนวทาง “บวร” หรือ บ้าน–วัด–โรงเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมเยาวชนรับมือภัยโลกร้อนและปัญหาไฟป่า

     โรงเรียนเป้าหมายประกอบด้วย โรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษก และ โรงเรียนอานันท์ รวมถึงโรงเรียนในพื้นที่เสี่ยงไฟป่าอีกหลายแห่ง

     พร้อมกันนี้ ยังมีการจัดทำนิทานชุด “หัวขวานลดไฟ ไร้ฝุ่น PM 2.5” จำนวน 3 เล่ม ได้แก่ “ไฟป่า น่ากลัวจัง”, “ไฟนา อย่าก่อนะ” และ “ฝุ่นเมืองเรื่องใหญ่” แจกฟรีให้กับนักเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษาทั่วประเทศ

     โครงการดังกล่าวมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.วรพร สุขุมาวาสี เป็นหัวหน้าโครงการ โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.

     ในปี 2569 นี้ ดร.รัตนา แซ่เล้า จะนำทีมลงพื้นที่จัดกิจกรรม “พลังเยาวชน ต้นกล้าสีเขียว” ที่ โรงเรียนวัดทุ่งลาดหญ้า และ โรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ เพื่อส่งเสริมความรู้ ทักษะ และการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการป้องกันไฟป่าและลดปัญหาฝุ่นควันอย่างยั่งยืน

    ศาสตราจารย์ ดร.อภินิติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ทุกโครงการของชมรมฯ มีเป้าหมายสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมุ่งหวังให้นักเรียนทุนฯ นำองค์ความรู้กลับมาพัฒนาประเทศ โดยยึดแนวทาง “ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ” เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศไทยในระยะยาว